background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

เป็น Influencer มีรายได้ อย่าลืมเสียภาษีให้ถูกต้อง

เป็น Influencer มีรายได้ อย่าลืมเสียภาษีให้ถูกต้อง

อยากเป็นอินฟลูเอนเซอร์ (Influencer) ต้องรู้! เมื่อมีรายได้เข้ามา แต่ไม่ได้นำมายื่นภาษี หรือที่ยื่นภาษีแต่ยื่นไม่ถูกต้อง เมื่อสรรพากรทราบอาจให้ถูกตรวจสอบย้อนหลัง และหากพบว่ามีความผิดจริง ก็ไม่พ้นต้องถูกเรีบกเก็บภาษีย้อนหลัง พร้อมเบี้ยปรับอีกมาก

จากข่าวที่เห็นกันบ่อยในปัจจุบัน ว่าด้วยเรื่องของอินฟลูเอนเซอร์ (Influencer) รีวิวสินค้า โชว์ตัว และมีรายได้เข้ามาแต่ไม่ได้นำมายื่นภาษี หรือที่ยื่นภาษีแต่ยื่นไม่ถูกต้อง เพราะไม่เข้าใจเรื่องภาษีจากรายได้ในส่วนนี้มากเพียงพอ และเมื่อมีความผิดปกติเกิดขึ้น เมื่อสรรพากรทราบอาจให้ถูกตรวจสอบย้อนหลัง และหากตรวจสอบพบว่ามีความผิดจริง ก็ไม่พ้นต้องถูกเรีบกเก็บภาษีย้อนหลัง พร้อมเบี้ยปรับอีกมากโขด้วยเช่นกัน

และล่าสุดทางกรมสรรพากรได้ออกมาเปิดเผยเกี่ยวกับการจัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ในกลุ่มอาชีพอินฟลูเอนเซอร์ ที่มีรายได้จากค่าตอบแทนในการทำคอนเทนต์ลงเผยแพร่ในแพลตฟอร์มออนไลน์ จะต้องนำรายได้ที่ได้รับในปีภาษีตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - วันที่ 31 ธันวาคม มายื่นแบบแสดงรายการเพื่อคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา แยกตามประเภทรายได้ที่ได้รับ

ดังนั้น ใครที่กำลังก้าวเข้าสู้การเป็นนักรีวิวสินค้า หรือ Influencer ซึ่งมีรายได้เข้ามาจากหลายช่องทางที่ต้องทำความเข้าใจว่า รายได้จากช่องทางเหล่านี้จะเข้าสู่การเสียภาษีรูปแบบไหนบ้าง โดยสามารถสรุปได้ดังนี้

  • รายได้อะไรบ้าง อินฟลูเอนเซอร์ต้องนำมาเสียภาษี

​เนื่องจากรายได้ของผู้ที่ทำอาชีพเป็นอินฟลูเอนเซอร์ มีหลายช่องทาง เช่น จากการรีวิวสินค้า ค่าตัวเมื่อไปโชว์ตัว ส่วนแบ่งค่าโฆษณา เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีรายจ่ายที่ต้องนำเข้ามาประเมินร่วมในการเสียภาษีของอินฟลูเอนเซอร์ว่าต้องยื่นภาษีมาตราไหน ตามมาตรา 40(1) – 40(8) ซึ่งสามารถแบ่งเป็นรายได้และรายจ่ายที่ต้องนำมาประเมินได้ดังนี้

  • กรณีที่อินฟลูเอนเซอร์ทำเพียงคนเดียว ไม่มีสำนักงาน และไม่มีลูกจ้างหรือค่าใช้จ่ายใดๆ ถือเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(2) ซึ่งเข้าลักษณะเป็นเงินที่ได้รับทำงานให้ทั้งแบบประจำหรือแบบชั่วคราว โดยเงินได้พึงประเมินประเภทที่ 2 หรือมาตรา 40(2) สามารถยื่นแบบฯ ภาษี โดยคำนวณหักค่าใช้จ่ายได้ 50% ไม่เกิน 100,000 บาท
  • กรณีอินฟลูเอนเซอร์มีรายได้ โดยมีรายจ่ายเป็นจำนวนมาก อย่างเช่นรายจ่าจากการจ้างช่างภาพ Costume Designer ช่างแต่งหน้าทำผม ช่างไฟ รวมถึงค่าสถานที่ หากต้องเช่าพื้นที่ในการรีวิสินค้า ลักษณะนี้จะถือเป็นเงินได้ประเภทที่ 8 หรือมาตรา 40(8) สามารถยื่นแบบเพื่อคำนวณภาษี โดยหักค่าใช้จ่ายได้ตามที่จ่ายจริง ซึ่งต้องมีหลักฐานรายจ่ายเก็บไว้เพื่อแสดงตอนยื่นภาษีให้ครบด้วย
  • วิธีคำนวณภาษีรายได้จากหลายช่องทางของอินฟลูเอนเซอร์

และอย่างที่กล่าวไปแล้วข้างต้นว่า อินฟลูเอนเซอร์มีรายได้จากหลายช่องทาง ดังนั้น หลักการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของอินฟลูเอนเซอร์จึงค่อนข้างซับซ้อน ดังตัวอย่างการคำนวณตามตางรางดังนี้ ​

เป็น Influencer มีรายได้ อย่าลืมเสียภาษีให้ถูกต้อง

ตัวอย่างตารางการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของ Influencer จากแหล่งรายได้หลายช่องทาง

จากนั้นให้เปรียบเทียบจำนวนภาษีตามวิธี ข้อ 1 และ ข้อ 2 แล้วเสียภาษีตามวิธีที่คำนวณได้มากกว่า

หมายเหตุ : 

*เงินได้พึงประเมินประเภทที่ 1 และ 2 หักค่าใช้จ่ายในอัตราเหมาได้ 50% แต่รวมกันไม่เกิน 100,000 บาท 
**ถ้าเป็นการโชว์ตัวที่เป็นเงินได้ประเภทที่ 8 ต้องเข้าลักษณะที่เป็น “การแสดงของนักแสดงละคร ภาพยนตร์ วิทยุหรือโทรทัศน์ นักร้อง นักดนตรี นักกีฬาอาชีพ หรือนักแสดงเพื่อความบันเทิงใดๆ” จึงจะหักค่าใช้จ่ายในอัตราเหมาได้ ดังนี้ 
(ก) เงินได้ส่วนที่ไม่เกิน 300,000 บาท 60% 
(ข) เงินได้ส่วนที่เกิน 300,000 บาท 40% 
โดยการหักค่าใช้จ่ายตาม (ก) และ (ข) รวมกันต้องไม่เกิน 600,000 บาท

สรุป

จริงๆ แล้วภาษีที่อินฟลูเอนเซอร์ต้องเสีย หากเป็นคนโสดที่มีรายได้ประเภทอื่นๆ ที่ไม่ใช่เงินเดือน เมื่อมีรายได้เกิน 60,000 บาท หรือกรณีมีคู่สมรสมีรายได้เกิน 120,000 บาทต่อปี จะต้องมีหน้าที่ยื่นแบบฯ ภาษี แต่ไม่ต้องเสียภาษี

อย่างไรก็ตาม ในการคำนวณภาษีตามโครงสร้างการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา คือ รายได้ หักค่าใช้จ่าย หักค่าลดหย่อน หักเงินบริจาค คงเหลือเป็นเงินได้สุทธิ คูณด้วยอัตราภาษีเงินได้ ซึ่งอัตราภาษีจะคำนวณแบบขั้นบันไดในอัตรา 5-35% และได้รับยกเว้นภาษีเงินได้สุทธิ จำนวน 150,000 บาทแรก

โดยผู้ที่มีรายได้ถึงเกณฑ์ เมื่อมีหน้าที่ต้องยื่นแบบฯ ภาษีแสดงรายการแล้ว กำหนดให้รายได้พึงประเมินประเภทที่ 1-4 ต้องยื่นในช่วงเดือน มกราคม – มีนาคม ในปีถัดไป และรายได้พึงประเมินประเภท 5-8 ยื่นภาษีกลางปีช่วงเดือนกรกฎาคม – กันยายน

ทั้งนี้ หากอินฟลูเอนเซอร์ไม่ยื่นแบบแสดงรายการ ภ.ง.ด.90, 91 หรือ 94 ภายในเวลาที่กำหนด จะมีบทลงโทษเป็นการเปรียบเทียบกำหนดค่าปรับไม่เกิน 2,000 บาท หรือกรณีไม่ชำระภาษีภายในกำหนดเวลา จะต้องเสียเงินเพิ่มอีก 1.5% ต่อเดือน เป็นต้น

ดังนั้น อินฟลูเอนเซอร์จึงจำเป็นต้องแยกประเภทของรายได้ที่ได้รับให้ถูกประเภท เพื่อให้สามารถนำมาคำนวณภาษีเงินได้ได้สะดวก ง่ายขึ้น และถูกต้อง ไม่เกิดความสับสนจนนำมาซึ่งการถูกเรียกเก็บภาษีย้อนหลังนั่นเอง

----------------------------------
อ่านบทความน่ารู้เกี่ยวกับภาษีเพิ่มเติม คลิกที่นี่
Source : Inflow Accounting