สยบดราม่าการเมือง "กอล์ฟ-ปกเขตร" ซีอีโอ Maxbit งัดหลักการแจงปมเดือด ยันระบบ Blockchain Analytics กรองเข้ม ชี้เคส 2 แสนโผล่เว็บพนัน Shuffle เป็นแค่ "เข็มในมหาสมุทร" พร้อมเปิดข้อจำกัดทางเทคนิคและเดินหน้าลุยร่วมมือภาครัฐเต็มสูบ
KEY POINTS
- นายปกเขตร รัชกิจประการ ซีอีโอ Maxbit ชี้แจงกรณีพบธุรกรรมมูลค่าราว 2 แสนบาทเชื่อมโยงไปยังเว็บพนันออนไลน์ต่างประเทศ
- ยืนยันว่าบริษัทมีระบบคัดกรองความเสี่ยง (Blockchain Analytics Tool) อยู่แล้ว แต่ยอมรับว่ามีข้อจำกัดทางเทคนิค ทำให้ไม่สามารถตรวจจับ Address ใหม่ๆ ได้ครบ 100%
- หลังทราบเรื่อง บริษัทได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกโดยบล็อก Address ของเว็บพนันดังกล่าวและที่เกี่ยวข้องทันที ไม่ได้รอผลจากเครื่องมือเพียงอย่างเดียว
- บริษัทยืนยันว่าให้ความสำคัญกับเรื่องนี้แม้จะเป็นยอดเงินส่วนน้อย และพร้อมให้ความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐในการตรวจสอบอย่างเต็มที่
กลายเป็นประเด็นร้อนที่ถูกหยิบยกมาขยายผลในทางการเมือง สำหรับกรณีเส้นทางการทำธุรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลบนแพลตฟอร์ม Maxbit ที่เชื่อมโยงกับเว็บพนันออนไลน์ต่างประเทศอย่าง Shuffle.com มูลค่าราว 200,000 บาท ซึ่งสั่นคลอนความเชื่อมั่นและสร้างคำถามถึงมาตรการควบคุมการฟอกเงินของผู้ประกอบการคริปโตฯ ในไทย
นายปกเขตร รัชกิจประการ หรือ กอล์ฟ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แม็กซ์บิท ดิจิทัล แอสเซท จำกัด ( Maxbit) ซึ่งเป็นผู้ให้บริการแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศไทย ไม่นิ่งนอนใจได้ออกมาโพสต์ข้อความชี้แจงข้อเท็จจริงผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องต่อสังคม
ทั้งในมุมของการดำเนินงานภายในมาตรการป้องกันความเสี่ยง และข้อจำกัดทางเทคนิคในทางปฏิบัติ เพื่อไม่ให้เกิดความคลาดเคลื่อนในการตีความ
1. Maxbit มีระบบ Blockchain Analytics ใช้อยู่แล้ว
ปัจจุบัน Maxbit ใช้ Blockchain Analytics Tool เพื่อประเมินความเสี่ยงของธุรกรรมและป้องกันการถอนสินทรัพย์ดิจิทัลไปยัง Address ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น ที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน อาชญากรรมข้ามชาติ หรือเว็บพนัน โดย Tool จะให้ Score มา ประกอบก้บมูลค่าธุรกรรม หากความเสี่ยงเกินเกณฑ์ที่บริษัทกำหนด ระบบจะไม่อนุญาตให้ถอนสินทรัพย์ไปยัง Address นั้น
อีกประเด็นคือ ปัจจุบันหลักเกณฑ์การกำกับดูแลในประเทศไทยยังไม่ได้กำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจต้องใช้ Blockchain Analytics Tool โดยตรง การที่ Maxbit นำเครื่องมือนี้มาใช้จึงเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการเชิงรุกเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงครับ
2. ทำไมถึงยังมีธุรกรรมประมาณ 200,000 บาทที่ถูกถอนไปยัง Shuffle?
คือตัว Blockchain Analytics Tool ไม่สามารถตรวจจับความเสี่ยงได้ครบถ้วน 100% ในทุกกรณีครับ ผู้ให้บริการ Tool ต้องอาศัยข้อมูลที่รวบรวมและวิเคราะห์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ Address ใหม่ ๆ ที่อาจยังไม่มีข้อมูลเพียงพอในขณะที่มีธุรกรรมเกิดขึ้น
นอกจากนี้ ผู้ให้บริการเครื่องมือก็ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดทั้งหมดเกี่ยวกับวิธีการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล เนื่องจากการรวบรวมข้อมูลถือเป็น trade secret ของเขา
ดังนั้น จึงมีข้อจำกัดที่ต้องยอมรับว่า แม้จะมีเครื่องมือดังกล่าวแล้ว ก็ยังอาจมีธุรกรรมบางส่วนที่ตรวจจับไม่ได้ในเวลานั้น แล้วถ้าเราจะขอ shuffle address ทั้งหมดมาเลย เขาก็ไม่ให้ เราต้องถามเขาไปทีละอันซึ่งเป็นข้อจำกัดในการตรวจสอบในทางปฏิบัติ
3. หลังจากเรื่องนี้ปรากฏเป็นข่าว Maxbit ดำเนินการอย่างไร?
หลังจากมีข้อมูลเกี่ยวกับ Shuffle เผยแพร่ออกมามากขึ้น Maxbit ได้เพิ่มมาตรการโดยบล็อก Address ของ Shuffle และ Address ที่เกี่ยวข้องโดยตรง ไม่ได้พึ่งพาผลการประเมินจาก Blockchain Analytics Tool เพียงอย่างเดียว
ขณะเดียวกัน บริษัทได้ประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเข้าให้ fact ตามที่ maxbit ตรวจพบต่อคณะกรรมาธิการเมื่อวาน
อย่างไรก็ตาม การบล็อก Address ก็มีข้อจำกัดทางเทคนิคในทางปฏิบัติ โดยเฉพาะกรณีที่เป็นธุรกรรมฝากเข้ามา ซึ่งเราไม่สามารถป้องกันธุรกรรมจากต้นทางได้ทุกกรณี สิ่งที่เราสามารถดำเนินการได้คือระงับการเครดิตยอดเข้าบัญชีลูกค้าตามมาตรการและขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง
4. มองเรื่องยอดประมาณ 200,000 บาทอย่างไร?
เมื่อเทียบกับปริมาณการถอนสินทรัพย์ดิจิทัลทั้งหมดผ่าน Maxbit ยอดดังกล่าวเป็นสัดส่วนที่น้อยมาก มันคือ needle in a haystack
อย่างไรก็ตาม ผมไม่อยากให้ประเด็นนี้ถูกตีความว่าเป็นเหตุผลให้เรามองข้ามความเสี่ยง เพราะไม่ว่ายอดจะมากหรือน้อย ธุรกรรมที่อาจเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมายก็เป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญ ตั้งแต่ day 1 ที่เห็นข่าวก็รีบตรวจสอบเลย
สิ่งที่ Maxbit ให้ความสำคัญคือการตรวจสอบข้อเท็จจริง การให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และการปรับปรุงมาตรการตรวจจับและป้องกันอย่างต่อเนื่อง
จุดเริ่มต้นจากการตรวจสอบของคณะกรรมาธิการฯ ลุกลามสู่ประเด็นการเมือง-ผู้บริหาร Maxbit ชี้แจง
ทั้งนี้ เนื่องจากโครงสร้างผู้ถือหุ้นและผู้บริหารของ Maxbit ซึ่ง "กอล์ฟ -ปกเขตร รัชกิจประการ" เป็นบุตรชายของ "พิพัฒน์ รัชกิจประการ" รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่ง มีความเกี่ยวข้องกับบุคคลสำคัญทางการเมือง เรื่องนี้จึงถูกนำมาขยายผลและเชื่อมโยงกลายเป็นประเด็นทางการเมือง
จากการที่ คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมี "รังสิมันต์ โรม" เป็นประธาน กมธ.ได้หยิบยกประเด็นเรื่องเส้นทางการเงินและกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัลขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริง
โดยเปิดเผยข้อมูลการตรวจสอบระบุว่า พบกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัล (Crypto Address) จำนวนหนึ่งบนแพลตฟอร์มผู้ให้บริการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล Maxbit ซึ่งมีปกเขตร หรือ "กอล์ฟ" รัชกิจประการ เป็นซีอีโอ มีการทำธุรกรรมโอนเงินหรือสินทรัพย์ดิจิทัลไปยังแพลตฟอร์มเว็บพนันออนไลน์ต่างประเทศอย่าง Shuffle.com รวมมูลค่าประมาณ 200,000 บาท
โดยถูกตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพในการควบคุมการฟอกเงิน มาตรการป้องกันการกระทำผิดกฎหมายของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล (Exchange) ในประเทศไทย รวมถึงความโปร่งใสของระบบตรวจสอบเส้นทางการเงิน
หลังจากนั้น ทางผู้บริหาร Maxbit ได้ส่งตัวแทนเข้าให้ข้อมูลและชี้แจงข้อเท็จจริงต่อคณะกรรมาธิการฯ พร้อมทั้ง “กอล์ฟ รัชกิจประการ” (CEO ของ Maxbit) ได้ออกมาโพสต์ชี้แจงผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เพื่อทำความเข้าใจกับสังคมในประเด็นสำคัญ
- การยอมรับว่ามีการพบธุรกรรมดังกล่าวจริง แต่เป็นสัดส่วนที่น้อยมากเมื่อเทียบกับปริมาณธุรกรรมทั้งหมด (เปรียบเหมือนเข็มในมหาสมุทร)
- อธิบายถึงข้อจำกัดทางเทคนิคของระบบตรวจสอบ (Blockchain Analytics Tool) ที่อาจไม่สามารถตรวจจับ Address ใหม่ๆ หรือเว็บพนันที่พยายามหลบเลี่ยงได้ 100% ในทันที
- ยืนยันว่าบริษัทไม่ได้นิ่งนอนใจ เมื่อทราบข่าวได้เร่งยกระดับมาตรการด้วยการบล็อก Address ของ Shuffle ทันที และพร้อมให้ความร่วมมือกับภาครัฐอย่างเต็มที่ในการตรวจสอบเชิงลึก
กรณีดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายทางเทคโนโลยีของผู้ประกอบการสินทรัพย์ดิจิทัลในการสกัดกั้นอาชญากรรมทางเทคโนโลยี แม้แพลตฟอร์มจะมีระบบป้องกันเชิงรุกอยู่แล้ว แต่ก็ยังมีข้อจำกัดจากตัวเครื่องมือและฐานข้อมูลสากล
อย่างไรก็ดี ท่าทีของ "กอล์ฟ รัชกิจประการ" แสดงถึงความโปร่งใสและการแสดงความรับผิดชอบผ่านการเร่งอุดรอยรั่ว บล็อก Address ต้องสงสัยทันที พร้อมเดินหน้าให้ความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐอย่างต่อเนื่องเพื่อความปลอดภัยของระบบเศรษฐกิจดิจิทัลโดยรวม





