วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

'เงินบาท’ โปรแกรมได้ ‘บิทคับ’ ผนึก ’ทรูมันนี่‘ เชื่อม THBK–THBT

Bitkub Blockchain Technology เข้าร่วม THB Programmable Payment Phase 2 ‘บิทคับ’ ผนึก ’ทรูมันนี่‘ เชื่อมจุดแข็ง THBK–THBT พร้อมพันธมิตร 15 ราย วางแผนพัฒนา 4 Use Cases บนโครงสร้างพื้นฐานบล็อกเชน

ประเทศไทยมีระบบการชำระเงินที่สะดวกรวดเร็วเป็นอันดับต้น ๆ ของโลกผ่านระบบ "พร้อมเพย์" แต่ในมุมมองของภาคเทคโนโลยีการเงิน การโอนเงินระหว่างบุคคลเป็นเพียง “จุดเริ่มต้น” เท่านั้น 

Bitkub x TrueMoney รวมจุดแข็งสร้างระบบ

โครงการทดสอบ THB Programmable Payment Phase 2 ภายใต้กรอบ Enhanced Regulatory Sandbox ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในช่วงปี 2568 โดยมีเป้าหมายเพื่อทดลองนำเทคโนโลยีบล็อกเชนและสัญญาอัจฉริยะมาใช้กำกับการชำระเงินด้วย เงินบาท ที่โปรแกรมได้ จึงเกิดขึ้นเพื่อวางโครงสร้างพื้นฐานของ "เงินที่ตั้งเงื่อนไขและเขียนโปรแกรมได้" 

เรื่องนี้จึงกลายเป็นจุดเชื่อมโยงระหว่างเหรียญ THBK ของ “บิทคับ บล็อกเชน“ และ THBT ของ “ทรูมันนี่” ที่ได้ร่วมกันเชื่อมต่อโครงสร้างพื้นฐานเข้าด้วยกันในอัตรา 1:1 โดยไม่มีค่าธรรมเนียม

ภาสกร ปานนอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิทคับ บล็อคเชน เทคโนโลยี ชี้ว่า ความร่วมมือนี้ตั้งอยู่บนแนวคิดที่ว่าทุกระบบต้องเชื่อมต่อกันได้

"เราอยากให้การใช้งานไร้รอยต่อที่สุด ผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องกังวลว่าในกระเป๋าถือ THBK หรือ THBT อยู่ แต่สามารถใช้จ่ายมูลค่าที่เท่ากันได้ทันที การจับมือครั้งนี้เราไม่ได้มองกันเป็นคู่แข่ง ทรูมันนี่มีจุดแข็ง บิทคับมีจุดแข็ง การรวมพลังกันส่งเสริมให้เกิดการใช้งานจริงจะสร้างผลกระทบเชิงบวกมากกว่าการมาแข่งขันกันเอง" 

ทางด้าน อภินันท์ ดาบเพ็ชร ผู้ช่วยผู้อำนวยการ บริษัท ทรูมันนี่ จำกัด (ประเทศไทย) เสริมว่า ประโยชน์สูงสุดจะตกอยู่กับผู้บริโภค เพราะผู้ใช้งานรายเดียวสามารถสลับเหรียญเพื่อข้ามไปใช้บริการของพันธมิตรอีกฝั่งได้อย่างอิสระ เช่น ลูกค้า TrueMoney สามารถนำมูลค่าเงินก้อนเดียวกันข้ามไปใช้งานบนแอปพลิเคชันอื่นๆ และร้านค้าพันธมิตรของบิทคับได้ทันที

ถอดบทเรียนเฟส 1

การทดสอบในระยะแรกสะท้อนให้เห็นปัญหาด้านประสบการณ์ใช้งาน หรือ UX อย่างชัดเจน 
อภินันท์อธิบายว่า ในอดีตผู้ใช้งานต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชันแยก จดจำและดูแลรหัสกุญแจส่วนตัว หรือ Private Key ด้วยตนเอง ซึ่งสร้างความยุ่งยากอย่างมาก

"รอบนี้เราสร้างกระเป๋า Web3 ขึ้นมา เพื่อให้เก็บสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างเงินบาทที่โปรแกรมได้ และสามารถแลกเปลี่ยนข้ามไปยังเหรียญอื่นได้ง่าย ทั้ง USDT, USDC, ยูโร, ดอลลาร์สิงคโปร์ (XSGD), ดอลลาร์ออสเตรเลีย รวมถึงการสลับเหรียญกับ THBK ของบิทคับ โดยไม่แยกกันทำ เพื่อให้ผู้ใช้งานเข้าถึงบริการได้ในแอปเดียว" อภินันท์กล่าว

ขณะที่ทางฝั่งบิทคับ ภาสกรก็เล่าถึงผลการทดสอบ THBK ใน 3 โครงการย่อยของเฟสแรก ทั้งการชำระสินค้าที่ Villa Market, การซื้อขาย NFT และ Voucher ด้วย Smart Contract เพื่อชำระราคาได้ทันที ตลอดจนการโอนข้ามเครือข่ายไปยัง JFIN Chain บน Joy Wallet ซึ่งทุกระบบผ่านเกณฑ์ของ ธปท. โดยไม่มีปัญหาขัดข้อง

กางแผนเฟส 2 ผ่าน 4 ยูสเคส

 

บิทคับ บล็อคเชน เทคโนโลยี และพันธมิตรได้กำหนดกรอบการพัฒนาเบื้องต้นสำหรับ 4 Use Cases ดังต่อไปนี้

 

  • โครงการที่ 1 การใช้ THB Programmable Payment ในการชำระซื้อขายสินทรัพย์ในรูปแบบดิจิทัล

โครงการนี้จะนำ THBK มาใช้ในกระบวนการชำระราคาสำหรับการซื้อขายสินทรัพย์ในรูปแบบดิจิทัล เพื่อประเมินความสามารถของ Programmable Payment ในการรองรับการกำหนดเงื่อนไขและกระบวนการชำระราคาผ่านโครงสร้างพื้นฐานบล็อกเชน แนวทางดังกล่าวเป็นการต่อยอดจากหนึ่งในกรณีการใช้งานที่ บิทคับ บล็อคเชน เทคโนโลยี ได้ดำเนินการในโครงการทดสอบรอบแรก

  • โครงการที่ 2 Escrow Service สำหรับการเคลมและชำระราคาค่าสินค้าและบริการ

โครงการนี้จะพัฒนาการประยุกต์ใช้ Programmable Payment และ Smart Contract เพื่อรองรับ Escrow Service สำหรับการเคลมและชำระราคาค่าสินค้าและบริการตามเงื่อนไขที่กำหนด โดยมี Villa Market เป็นหนึ่งในพันธมิตรภาคค้าปลีกที่อยู่ภายใต้แผนการทดสอบการชำระเงินด้วย THBK ผ่าน KUB Wallet ซึ่งกรอบการพัฒนาเบื้องต้นจะครอบคลุมการศึกษากระบวนการตั้งแต่การชำระเงินและการกำหนดเงื่อนไขของธุรกรรม ไปจนถึงกระบวนการเคลมและชำระราคาผ่านระบบอัตโนมัติ

  • โครงการที่ 3 การใช้ THBK ระหว่าง KUB Chain กับบล็อกเชนอื่นที่เข้าร่วมโครงการ

โครงการนี้มีแผนศึกษาและพัฒนาการเชื่อมต่อ THBK ระหว่าง KUB Chain กับเครือข่ายบล็อกเชนอื่นที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อประเมินความสามารถในการทำงานร่วมกันระหว่างโครงสร้างพื้นฐานที่แตกต่างกัน (Interoperability) โดยแนวทางดังกล่าวเป็นการต่อยอดจากโครงการทดสอบรอบแรก ซึ่งบริษัทฯ ได้ทดสอบการโอน THBK ข้ามเครือข่ายและการนำ THBK ไปใช้ประโยชน์ภายในระบบนิเวศของ JFIN Chain โดยใน Phase 2 นี้ บิทคับ บล็อคเชน เทคโนโลยี มีแผนพัฒนารูปแบบการเชื่อมต่อและขยายขอบเขตความร่วมมือกับพันธมิตรเพิ่มเติมไปสู่ระบบนิเวศของ Base Chain โดยมี TrueMoney เป็นอีกหนึ่งพันธมิตรในการร่วมทดสอบ

  • โครงการที่ 4 การใช้ THBK ในการชำระผ่านผู้ให้บริการ Payment Gateway

โครงการนี้มีแผนศึกษาและพัฒนาการเชื่อมต่อ THBK เข้ากับระบบของผู้ให้บริการ Payment Gateway เพื่อประเมินความเป็นไปได้ในการนำ Programmable Payment ไปเชื่อมโยงกับช่องทางการรับชำระเงินที่ภาคธุรกิจและร้านค้าใช้งานอยู่ ซึ่งบิทคับ บล็อคเชน เทคโนโลยี ได้ขยายขอบเขตความร่วมมือกับพันธมิตรเพิ่มเติมกับ Chillpay และ InwPay
 
ทั้ง 4 Use Cases ข้างต้นยังอยู่ระหว่างการวางแผนและพัฒนา โดยรายละเอียด ขอบเขต ระยะเวลา และลำดับการเข้าสู่ขั้นตอนการทดสอบของแต่ละโครงการอาจมีการปรับเปลี่ยนตามความพร้อมของระบบ พันธมิตร และหลักเกณฑ์ภายใต้กรอบ Enhanced Regulatory Sandbox ซึ่งแผนงานดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อสร้างองค์ความรู้จากการพัฒนาและการทดสอบในสถานการณ์ที่กำหนด ตลอดจนศึกษาความเป็นไปได้ในการนำ Programmable Payment ไปต่อยอดสู่บริการทางการเงินและรูปแบบการชำระเงินที่มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย เข้าถึงได้ง่าย และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ในอนาคต

โครงการเฟสที่ 2 เริ่มทดสอบตั้งแต่เดือนกันยายน 2569 ถึง เมษายน 2570  โดยตั้งเป้าเพิ่มคนใช้งานจริงใหม่อีก 1,500 คน รวมกับของเดิมเป็น 3,000 คน และมีพันธมิตรธุรกิจเข้าร่วมกว่า 15 ราย เพื่อทดสอบระบบให้มั่นใจก่อนเปิดใช้งานจริงในอนาคต

นอกจากนี้ ภาสกร ยังมองไกลไปถึงการต่อยอดสินทรัพย์ในโลกจริง หรือ Real World Assets (RWA )ในอนาคต เช่น การทำ Tokenize หุ้นหรือพันธบัตรภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. และการนำ THBK ไปใช้ในระบบกู้ยืมสินทรัพย์ดิจิทัล

วางโครงสร้างพื้นฐาน ‘AI Agent Economy’

ในระดับสากล หลายประเทศเริ่มผลักดันเหรียญเงินตราท้องถิ่นภายใต้การกำกับดูแล เช่น XSGD ของสิงคโปร์ที่กำกับโดย MAS และนำไปใช้จ่ายบนแอปพลิเคชัน Grab ได้

ทว่าการมองภาพระยะยาวที่สำคัญที่สุด คือการเตรียมความพร้อมให้เงินทำงานร่วมกับ ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI Agent ได้

อภินันท์ มองว่า เงินในบัญชีธนาคารแบบเดิม ถูกออกแบบมาให้ 'มนุษย์' เป็นผู้สั่งการ เช่น ต้องสแกนใบหน้าหรือยืนยันตัวตน แต่เงินแบบ Programmable Money ถูกควบคุมด้วย Smart Contract ซึ่งคอมพิวเตอร์หรือ AI Agent สามารถเป็นผู้สั่งการได้โดยตรงภายใต้กรอบเงื่อนไขที่เจ้าของเงินกำหนด

การขับเคลื่อน "โครงการ THB Programmable Payment Phase 2" จึงไม่ใช่เพียงการหาช่องทางชำระเงินใหม่มาแข่งกับพร้อมเพย์ แต่คือการวางรากฐานท่อส่งมูลค่าทางการเงินของประเทศ ให้พร้อมรับสภาพคล่องจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ และเตรียมเปิดรับระบบเศรษฐกิจอัตโนมัติที่ AI Agent จะเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวัน