วันจันทร์ ที่ 24 สิงหาคม 2569

Login
Login

"ต้น สกลกร" เปิดใจพ้นเก้าอี้ Bitkub ปมแฮก 4 ปีก่อน ชี้ตัดสินใจเพื่อป้องกัน "แบงก์รัน"

กรณีเหตุการณ์ Bitkub Exchange ถูกโจมตีทางไซเบอร์เมื่อปี 2564 กลับมาเป็นประเด็นอีกครั้ง หลังนายสกลกร สระกวี อดีตกรรมการ บริษัท บิทคับ เอ็กซ์เชนจ์ จำกัด และบริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด ออกมาชี้แจงถึงเหตุการณ์ดังกล่าว พร้อมยอมรับว่าเป็นผู้ตัดสินใจไม่เปิดเผยข้อมูลต่อสำนักงาน ก.ล.ต. และสาธารณชนในขณะนั้น โดยให้เหตุผลว่าเพื่อป้องกันผลกระทบวงกว้างต่อผู้ใช้งานและอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย
 

นายสกลกร สระกวี (ต้น) อดีตกรรมการ บริษัท บิทคับ เอ็กซ์เชนจ์ จำกัด และบริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด ออกมาชี้แจงเป็นครั้งแรกถึงกรณีเหตุการณ์ Bitkub Exchange ถูกโจรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลเมื่อปี 2564 พร้อมยอมรับว่าเป็นผู้ตัดสินใจไม่แจ้งเหตุการณ์ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และสาธารณชนในขณะนั้น โดยระบุว่าได้ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งกรรมการเพื่อแสดงความรับผิดชอบ พร้อมยืนยันว่าลูกค้าไม่ได้รับความเสียหายแม้แต่บาทเดียว เนื่องจากกลุ่มผู้ก่อตั้งใช้เงินส่วนตัวซื้อสินทรัพย์ดิจิทัลคืนให้ครบทั้งหมด

ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2564 โดย Bitkub Exchange ถูกโจรไซเบอร์โจรกรรมเหรียญดิจิทัล อย่างไรก็ตาม หลังเกิดเหตุ กลุ่มผู้ร่วมก่อตั้งได้ตัดสินใจนำเงินส่วนตัวมาชดเชยและซื้อเหรียญคืนให้ลูกค้าครบถ้วนในทันที ส่งผลให้ลูกค้าทุกรายได้รับสินทรัพย์คืนครบ และไม่มีผู้ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ดังกล่าว

สำหรับสาเหตุที่ไม่ได้เปิดเผยข้อมูลต่อ ก.ล.ต. และสาธารณชนในขณะนั้น นายสกลกรระบุว่า เป็นการตัดสินใจของตนเองในฐานะกรรมการผู้มีอำนาจ เนื่องจากกังวลว่าจะเกิดภาวะ "Bank Run" หรือการแห่ถอนสินทรัพย์และเทขายเหรียญจำนวนมาก ซึ่งอาจทำให้ราคาสินทรัพย์ดิจิทัลร่วงลงอย่างรุนแรง กระทบต่อลูกค้าหลายแสนราย พนักงานหลายร้อยคน รวมถึงความเชื่อมั่นต่ออุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลของไทย โดยเชื่อว่าหากข่าวถูกเปิดเผยในช่วงเวลานั้น อุตสาหกรรมคริปโทของไทยอาจต้องใช้เวลาอีกหลายปีกว่าจะฟื้นตัว

นายสกลกรยอมรับว่า การแก้ไขรายงานเหตุการณ์ (NCR หรือ ดจ.1) เพื่อไม่ให้ข้อมูลดังกล่าวถูกเปิดเผย เป็นการกระทำของตนเพียงคนเดียว พร้อมยืนยันว่ากรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานคนอื่นไม่มีส่วนรับรู้หรือเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจดังกล่าว

นอกจากนี้ เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ได้ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งกรรมการทั้งในบริษัท บิทคับ เอ็กซ์เชนจ์ จำกัด และบริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด พร้อมยืนยันว่าจะให้ความร่วมมือกับ ก.ล.ต. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ ทั้งในการตรวจสอบข้อเท็จจริงและการติดตามผู้ก่อเหตุโจรกรรมมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

นายสกลกร ยังกล่าวถึงสถานะปัจจุบันของ Bitkub Exchange ว่า บริษัทได้ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง โดยลงทุนในระบบความปลอดภัยเพิ่มขึ้นหลายร้อยล้านบาท และผ่านการตรวจสอบจากหน่วยงานอิสระหลายครั้ง นอกจากนี้ สำนักงาน ก.ล.ต. ได้เข้าตรวจสอบสินทรัพย์ดิจิทัลของลูกค้าเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2568 และพบว่าสินทรัพย์ของลูกค้ามีอยู่ครบถ้วนและปลอดภัย

ในด้านการดูแลสินทรัพย์ลูกค้า ปัจจุบันบริษัทได้ย้ายการเก็บรักษาสินทรัพย์ส่วนหนึ่งไปยังผู้รับฝากทรัพย์สินดิจิทัล (Third-party Custodian) ระดับโลก เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ใช้งาน

ช่วงท้ายของการชี้แจง นายสกลกรกล่าวว่า ตนเป็นเพียงมนุษย์คนหนึ่งที่อาจตัดสินใจผิดพลาด แต่ยืนยันว่าการตัดสินใจในวันนั้นมีเป้าหมายเพื่อปกป้องลูกค้าและรักษาเสถียรภาพของระบบ แม้จะยอมรับผิดในส่วนของการปกปิดข้อมูล แต่ยืนยันว่าไม่เคยละเลยความรับผิดชอบต่อลูกค้า พร้อมขอให้สังคมยังคงเชื่อมั่นใน Bitkub เพื่ออนาคตของพนักงานกว่า 700 คน และเพื่อให้อุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลของไทยสามารถเดินหน้าต่อไปได้