สภาพัฒน์รายงาน GDP ต่ำคาด และปรับลด GDP ปี 68 ลงตามที่เราคาด: สภาพัฒน์ฯ รายงาน GDP ไตรมาส 4/67 โต +3.2% จากตลาดคาดโต 3.7-4.0% ทำให้ GDP ปี 67 เติบโตเพียง +2.5% (ต่ำกว่าคาดการณ์เดิมที่ +2.7%)
ขณะที่สภาพัฒน์ปรับลดคาดการณ์ GDP ปี 68 เหลือเติบโต +2.8% (ต่ำกว่าคาดการณ์เดิมที่ +3.0%) ทั้งนี้การปรับลด GDP จะเป็นความเสี่ยงต่อกลุ่มที่การเติบโตอิงเศรษฐกิจ โดยเฉพาะ ธนาคาร และการเงิน อย่างไรก็ตาม โมเมนตัมเศรษฐกิจที่ชะลอเพิ่มความคาดหวังต่อการลดดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของธปท. เมื่อประกอบกับการตั้งสำรองที่น่าจะผ่านจุดแย่สุดไปแล้ว ทำให้กลุ่มการเงินในระยะสั้นมีโอกาสฟื้นตัว โดยเราชอบทั้ง MTC, TIDLOR และ SAWAD ขณะที่กลุ่มธนาคาร แม้อาจฟื้นตัวตาม SET แต่คาดมีโอกาส Underperform
หุ้นขนาดกลางและเล็กมีแนวโน้มฟื้นตัวได้ดี จาก Valuation และผลตอบแทนหลายตัวเริ่มดึงดูด: หุ้นขนาดกลาง-เล็ก (FTSE SET Mid Caps & FTSE SET Small Caps) ปรับตัวลดลงแรงกว่าหุ้นใหญ่ (FTSE SET Large Caps) ในช่วง 4-5 เดือนที่ผ่านมา โดยนับจากสิ้น ก.ย.67 ปรับลดลงถึง -21.00% และ -19.87% ขณะที่ดัชนีหุ้นใหญ่ปรับดลง -9.38% ส่วน SET Index ปรับลดลง -13.28% การปรับลดลงดังกล่าวทำให้ Valuation และผลตอบแทนของหุ้นหลายตัวเริ่มเข้าระดับที่ดึงดูด โดย PER ของหุ้นเล็ก-กลาง-ใหญ่ อยู่ที่ 16.0x, 11.6x และ 13.7x (vs SET Index 14.6x) ขณะที่ผลตอบแทนปันผล (Dividend yield) ของหุ้นเล็ก-กลาง-ใหญ่ อยู่ที่ 4.9%, 4.6% และ 3.00% (vs SET Index 3.5%) // ทั้งนี้จากการที่ตลาดรับรู้ข่าวร้ายส่วนใหญ่ไปพอสมควรแล้ว และ Valuation ของตลาดอยู่ในระดับ 13x Forward PER จะเป็นปัจจัยหนุนการฟื้นของหุ้นรายตัว โดยเฉาะหุ้นขนาดกลาง-เล็ก
หุ้นปันผลที่น่าสนใจ (สูงกว่า 5%): OSP, EGCO, RATCH, TTB, NER
การประกาศงบสัปดาห์นี้: 18 ก.พ. – CPAXT, MTC / 19 ก.พ. – NER, BJC, SHR, SAV, DOHOME, SAT / 20 ก.พ. – TRUE, KJL, BCPG, BCP, SAMART, COCOCO, ASW, SAMTEL, SDC, JPARK /
ภาพรวมกลยุทธ์ มีโอกาสฟื้นในหุ้นรายตัว โดยเฉพาะหุ้นกลาง-เล็ก ที่ valuation เข้าสู่ระดับที่จูงใจต่อการลงทุน ซื้อเก็งกำไรรอบนี้เลือกหุ้นที่ลงมาเยอะในกลุ่มท่องเที่ยว, การแพทย์, ค้าปลีก และอาหาร (เนื้อสัตว์) กลุ่มโรงไฟฟ้าใหญ่และหุ้นปันผลสูงเริ่มน่าสนใจ // DR หุ้นจีนหลายตัวน่าสนใจ
แนวรับ: 1,244-1,250 แนวต้าน : 1,270-1,290 จุด
สัดส่วนลงทุน: เงินสด 40% vs พอร์ตหุ้น 60%
หุ้นแนะนำ (* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ นักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาเข้าซื้อ)
• OSP (18): ผลการดำเนินงานฟื้นตัว Valuation ในระดับ 16x ถูกในกลุ่มเครื่องดื่ม ขณะที่ผลตอบแทนปันผลสูงเกิน 5% ตัดขาดทุน 14.50 บาท
• BTG (20.50) : ผลการดำเนินงานไตรมาส 4/67 คาดเติบโต QoQ, YoY และสูงในระดับที่ทำให้ตลาดน่าจะปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 68 ขึ้น ตัดขาดทุน 17 บาท
• BLA* (24): เงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่สูง ทำให้ผลตอบแทนพันธบัตรมีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูงนาน เป็นบวกต่อผลตอบแทนการลงทุนของกลุ่มประกัน ตัดขาดทุน 18 บาท
• TIDLOR (20): ผลการดำเนินงานไตรมาส 4 คาดฟื้นตัวต่อเนื่อง หุ้นมีโอกาสฟื้นตัวจากแนวโน้มตั้งสำรองที่ลดลงและโอกาสปรับลดดอกเบี้ยนโยบาย ตัดขาดทุน 17.50 บาท
ประเด็นที่น่าสนใจ
- สภาพัฒน์ เผย GDP ไตรมาส 4/67 โต 3.2% จากตลาดคาดโต 3.7-4.0% และคงคาด GDP ไทยปี 68 โต 2.3-3.3% แนะจับตาปัจจัยเสี่ยงสหรัฐ-หนี้ครัวเรือน-ภาคเกษตร
- สรรพสามิต คาดได้ข้อสรุป เก็บ “ภาษีความเค็ม-แบตเตอรี่” ภายในปี 68
- MEDEZE เปิดตัว "Hair Renaissance" ธนาคารแช่แข็งเซลล์รากผมแห่งแรกในเอเชีย
- MGI ซื้อลิขสิทธิ์ 'มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์' 5 ปี มูลค่า 180 ล้าน
- TU เผยยอดขายปี 2567 ทะลุ 1.38 แสนลบ. กำไรสุทธิ 5 พันลบ. ไฟเขียวจ่ายปันผล 0.35 บาท/หุ้น
- บทวิเคราะห์วันนี้ : PTTGC แนะนำ ถือ เป้า 21 บาท/ CK แนะนำ ซื้อ เป้า 20.20 บาท/ DELTA แนะนำ ขาย เป้า 75 บาท/ MINT แนะนำ ซื้อ เป้า 38 บาท
ปัจจัยที่ต้องติดตาม
19 ก.พ. – JP Balance Trade (Jan)/ GB Inflation Rate (Jan)









