วิเคราะห์แนวโน้มตลาด : บล.ยูโอบี เคย์ เฮียนฯ ตลาดมีโอกาสผันผวนทั้งจากปัจจัยภายนอก-ภายใน / ติดตาม GDP ไตรมาส 4

วิเคราะห์แนวโน้มตลาด : บล.ยูโอบี เคย์ เฮียนฯ ตลาดมีโอกาสผันผวนทั้งจากปัจจัยภายนอก-ภายใน / ติดตาม GDP ไตรมาส 4

ยอดค้าปลีกของสหรัฐฯ ม.ค. ลดลงมากที่สุดในรอบเกือบสองปี สะท้อนถึงการชะลอตัวอย่างฉับพลันของการใช้จ่ายของผู้บริโภคหลังจากช่วงการจับจ่ายอย่างคึกคักในปลายปี 2567 ยอดค้าปลีก (Retail sales) -0.9% MoM (ต่ำกว่าคาดการณ์ที่ -0.1% MoM และชะลอจาก ธ.ค.ที่ +0.7% MoM)

ยอดขายลดลงใน 9 จาก 13 หมวดหมู่ ที่สำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน รถยนต์, อุปกรณ์กีฬา และเฟอร์นิเจอร์ ข้อมูล โดยสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากไฟป่าที่ลอสแอนเจลิสและสภาพอากาศหนาวจัดในหลายพื้นที่ของประเทศ ยอดค้าปลีกที่อ่อนแอ มีแนวโน้มสร้างความกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ

ประเด็นจาก AOT และ DELTA มีโอกาสสร้างแรงกดดันต่อทั้งราคาหุ้นและ SET: 1) AOT ราคาปรับลดลงแรงจากความกังวลลูกหนี้ค้างจ่ายเพิ่มสูงขึ้น (จาก 838 ล้านบาท เป็น 2,026 และ 5,703 ล้านบาท) ละมีการขอเลื่อนจ่ายผลตอบแทนขึ้นต่ำช่วง ส.ค.67-ก.พ.68 ไป 18 เดือน โดยยอมชำระค่าปรับ 18% ต่อปี แม้จะมี Bank guarantee ระยะเวลา 2 ปี ทำให้ความเสี่ยงหนี้สูญอยู่ในระดับต่ำ แต่นักลงทุนกังวลว่าในกรณีเลวร้ายสุดที่อาจต้องบอกเลิกสัญญา และต้องมีการประมูลใหม่ รายได้จากส่วนแบ่งอาจน้อยลง (สัญญาปัจจุบันประกันรายได้ขั้นต่ำที่ประมาณ 25,000 ล้านบาท สูงขึ้นจากสัญญาเดิมที่ 11,000 ล้านบาท) ทางพื้นฐานปรับคำแนะนำเป็นถือ ราคาเหมาะสม 52 บาท // 2) DELTA รายงานผลประกอบการไตรมาส 4/67 ที่ 2,155 ล้านบาท -54.3% YoY (ต่ำกว่าตลาดคาด 60% และต่ำกว่าปกติที่ไตรมาสละ 4-6 พันล้านบาท) สาเหตุหลักมาจากค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ที่เพิ่มขึ้น ทางพื้นฐานปรับคำแนะนำเป็นถือ ราคาเหมาะสม 99 บาท// 

ปัจจัยติดตามสำคัญในประเทศช่วงต้นสัปดาห์นี้คือ GDP 4Q67: ติดตามการประกาศ GDP ของสภาพัฒน์ ในวันนี้ (17 ก.พ.) อย่างใกล้ชิด  เนื่องจากอาจกระทบต่อการปรับลดประมาณการกลุ่มธนาคารและการเงินหากมีการปรับ GDP ลง โดย  GDP ไตรมาส 4/67 (consensus คาด +3.7% vs กระทรวงการคลังคาด +4.3%) GDP ปี 2568 (consensus คาด +3.0% vs กระทรวงการคลัง +3.0%) // งบที่สำคัญ 17 ก.พ. – CPNREIT, GPSC, PTTGC, STA, TU, TASCO / 18 ก.พ. – CPAXT, MTC / 19 ก.พ. – NER, BJC, SHR, SAV, DOHOME, SAT / 20 ก.พ. – TRUE, KJL, BCPG, BCP, SAMART, COCOCO, ASW, SAMTEL, SDC, JPARK /

 


 

ภาพรวมกลยุทธ์ อ่อนตัว 1,270-1,290 จุด ความไม่แน่นอนของการเติบโตในอนาคตของ AOT ประกอบกับกำไรที่ต่ำคาดของ DELTA จะลดความคาดหวังของหุ้น และทำให้เกิด de-rating (หุ้นซื้อขายด้วย PER ที่ลดลง) ทำให้วันนี้ SET Index มีแนวโน้มชะลอตัว ติดตามความเสี่ยงปรับลด GDP เป็นลบต่อธนาคาร การเงิน ซื้อเก็งกำไรรอบนี้เลือกหุ้นที่ลงมาเยอะในกลุ่มท่องเที่ยว, การแพทย์, ค้าปลีก และอาหาร (เนื้อสัตว์) กลุ่มโรงไฟฟ้าใหญ่และหุ้นปันผลสูงเริ่มกลับมาน่าสนใจ // DR หุ้นจีนหลายตัวน่าสนใจ 

แนวรับ: 1,250-1,265   แนวต้าน : 1,290-1,310 จุด

สัดส่วนลงทุน: เงินสด 40% vs พอร์ตหุ้น 60%

หุ้นแนะนำ  (* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ นักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาเข้าซื้อ)

•    ADVANC (310): กลุ่มสื่อสารมีโมเมนตัมเชิงบวกก่อนประมูลคลื่น ตัดขาดทุน 295 บาท 
•    BLA* (24): เงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่สูง ทำให้ผลตอบแทนพันธบัตรมีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูงนาน เป็นบวกต่อผลตอบแทนการลงทุนของกลุ่มประกัน ตัดขาดทุน 18 บาท
•    SAMART (8): ผลการดำเนินงานไตรมาส 4 คาดฟื้นตัวต่อเนื่อง และปี 67 กลับมามีกำไรเป็นบวกครั้งแรกในรอบ 3 ปี ราคาซื้อขายต่ำ NAV ที่ 8-10 บาท  ตัดขาดทุน 6.85 บาท 
•    STAR5001 (34) : DR อ้างอิง Premia China STAR50 ETF  ตัดขาดทุน 28 บาท

ประเด็นที่น่าสนใจ  
-    "ทรัมป์" เผยจะเริ่มเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์ประมาณวันที่ 2 เม.ย.
-    ลุ้นค่าไฟลด ต่ำกว่า 4 บาท รมว.พลังงาน เร่งรื้อ Pool Gas กดค่าไฟงวดหน้าลงได้อีก 40 สต.
-    นายกชี้สีจิ้นผิงขอตั้ง 2 ทีมสั่งการปราบไซเบอร์ สนร่วมแลนด์บริดจ์ ดึง Xiaomi ตั้งรง.รถ EV ในไทย
-    TOP กำไรสุทธิปี 67 ลดลงเกือบครึ่ง ขาดทุนสต็อก 5.9 พันลบ.ส่วนต่างราคาน้ำมันวูบ
-    บทวิเคราะห์วันนี้ : DELTA ปรับลดคำแนะนำเป็น ขาย เป้า 99 บาท/ TOP แนะนำ ถือ เป้า 27 บาท/ AOT ปรับลดคำแนะนำเป็น ถือ เป้า 52 บาท/ PLANB แนะนำ ซื้อ เป้า 9 บาท   

ปัจจัยที่ต้องติดตาม 

19 ก.พ. – JP Balance Trade (Jan)/ GB Inflation Rate (Jan)

 


 

วิเคราะห์แนวโน้มตลาด : บล.ยูโอบี เคย์ เฮียนฯ ตลาดมีโอกาสผันผวนทั้งจากปัจจัยภายนอก-ภายใน / ติดตาม GDP ไตรมาส 4