ทรัมป์สาบานตนเข้ารับตำแหน่ง นักลงทุนให้น้ำหนักติดตามคำสั่งที่อาจเกิดขึ้น การสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนที่ 47 ของโดนัลด์ ทรัมป์ วันนี้ (20 ม.ค.) โดยตลาดให้น้ำหนักกับการลงนามในคำสั่งที่อาจสร้างผลกระทบต่อนโยบายการค้าและการลงทุน
ทั้งนี้ คำสั่งฝ่ายบริหาร (Executive order) เป็นคำสั่งที่ออกโดยประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกาเพื่อกำหนดนโยบายหรือแนวทางปฏิบัติสำหรับหน่วยงานของรัฐบาลกลาง โดยไม่ต้องผ่านการอนุมัติจากรัฐสภา ซึ่งสามารถกำหนดนโยบายด้านเศรษฐกิจ, ความมั่นคง, สิ่งแวดล้อมและพลังงาน, สังคมและสิทธิมนุษยชน, นโยบายการศึกษาและสาธารณสุข รวมถึงนโยบายต่างประเทศเป็นต้น
คำสั่งที่มีโอกาสเกิดขึ้นหรือตลาดติดตาม: จากนโยบายในการหาเสียง รวมถึงการรายงานข่าวจากสื่อต่างๆ คำสั่งฝ่ายบริหารที่นักลงทุนติดตามและมีโอกาสเกิดขึ้น โดยหลัก 4 เรื่อง ได้แก่ 1) การเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจาก แคนาดาและเม็กซิโก (ที่อัตรา 25%) และจีน (ที่อัตรา 10% และเคยมีการกล่าวถึง 60%) 2) การผ่อนคลายกฎระเบียบเกี่ยวกับสกุลเงินดิจิทัล รวมถึงการจัดตั้งกองทุนสำรองที่มีหลักประกันเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล 3) การปรับโครงสร้างเจ้าหน้าที่รัฐฯ ลดค่าใช้จ่ายการจ้างงานของภาครัฐ 4) การยุติความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน // ทั้งนี้หลายเรื่องอาจต้องใช้เวลา อย่างไรก็ตามสำหรับการเก็บภาษีนำเข้า หากตัวเลขจริงอยู่ในระดับต่ำกว่าที่เคยกล่าวกับสื่อ มีโอกาสที่ตลาดจะมองเป็นบวกจากผลกระทบที่เกิดขึ้นจริง อาจไม่แย่อย่างที่ตลาดกังวลไว้ล่วงหน้า
กลุ่มบริโภคในประเทศและอาหารมีปัจจัยหนุนที่น่าสนใจ: หุ้นบริโภคในประเทศ คาดได้แรงหนุนเชิงบวกจาก 1) Easy e-receipt ที่จะเริ่มต้น 16 ม.ค.-28 ก.พ. 2) เงิน 10,000 บาท เฟส 2 ที่จะโดน 27 ม.ค.นี้ ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกต่อ โดยเฉพาะต่อกลุ่มค้าปลีก อาทิ CPALL, CPAXT, TNP, MEB, HMPRO, COM7, ADVICE, SYNEX, SIS, CRC, CPN // สำหรับกลุ่มอาหาร – คาดรายงานกำไรไตรมาส 4/67 ดีขึ้นต่อเนื่อง และเป็นปัจจัยหนุนให้ตลาดปรับเพิ่มประมาณการและราคาเหมาะสมขึ้นเป็นปัจจัยหนุนต่อราคาหุ้นในช่วงต่อไป
โดยเราชอบทั้ง CBG, OSP, CPF, BTG, TFG // กลุ่มธนาคาร คาดรายงานผลประกอบการทั้งหมดในสัปดาห์นี้
ภาพรวมกลยุทธ์ ยังยืนยันความผันผวนช่วงม.ค.เป็นโอกาสในการเลือกซื้อ โดยยังมองกลุ่ม Earnings momentum play ใน 4Q67-1Q68 มีความน่าสนใจ โดยเราชอบ หุ้นในกลุ่มท่องเที่ยว, การแพทย์, สื่อสาร, ค้าปลีก และอาหาร (เครื่องดื่มและเนื้อสัตว์) ขณะที่คาดธนาคาร และการเงิน จะเป็นกลุ่มช่วยประคองบรรยากาศโดยรวม เก็งกำไรอาจเลือกหุ้นที่ลงมาเยอะ อาทิ HANA, SCC, SCGD, CREDIT,
แนวรับ: 1,320-1,333 แนวต้าน : 1,365-1,370 จุด
สัดส่วนลงทุน: เงินสด 40% vs พอร์ตหุ้น 60%
หุ้นแนะนำ (* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ นักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาเข้าซื้อ)
• CRC (39) : คาดผลประกอบการได้แรงหนุนจากช่วงเทศกาลปลายปี รวมถึงเม็ดเงินจากมาตรการ Easy E-receipt ตัดขาดทุน 33.75 บาท
• CBG* (85): ผลการดำเนินงานมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง จากต้นทุนการผลิตที่ปรับลดลง และการสร้างโรงงานที่พม่าบวกต่อการแย่งส่วนแบ่งการตลาด ตัดขาดทุน 70 บาท
• BTG (21) : คาดกำไร 4Q67F เพิ่มขึ้นทั้ง qoq และ yoy จากต้นทุนการผลิตที่ปรับลดลง ส่งผลให้อัตรากำไรยังปรับดีขึ้นต่อเนื่อง ตัดขาดทุน 17.50 บาท
• SNNP* (13.50): ผลประกอบการยังได้แรงหนุนจากต้นทุนการผลิตที่ลดลง ส่งผลบวกต่อการฟื้นตัวของอัตรากำไรขั้นต้น ตัดขาดทุน 11.60 บาท
ประเด็นที่น่าสนใจ
- กระทรวงการคลังสหรัฐฯ เตรียมใช้มาตรการพิเศษเลี่ยงหนี้ทะลุเพดาน
- IMF ปรับเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจโลกโต 3.3% ในปีนี้
- บอนด์ยีลด์ร่วงหลุด 4.6% เก็งเฟดหั่นดอกเบี้ยหลายครั้งขานรับเงินเฟ้อขาลง
- รีพับลิกันยื่นฟ้องไบเดน หวังล้มคำสั่งห้ามขุดเจาะน้ำมันนอกชายฝั่ง
- "ทรัมป์-สี จิ้นผิง" เจรจาชื่นมื่น หวังร่วมกันแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์
- ทรัมป์ ประกาศจะออกคำสั่ง ระงับแบน TikTok ทันที หลังสาบานตนเป็นประธานาธิบดี
- บทวิเคราะห์วันนี้ : กลุ่ม MEDIA แนะนำ MARKET WEIGHT/ KTC แนะนำ ซื้อ เป้า 60 บาท/ PTTGC แนะนำ ถือ เป้า 23 บาท
ปัจจัยที่ต้องติดตาม
20 ม.ค. – พิธีสาบานตนของ Donald Trump









