วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์แนวโน้มตลาด : บล.ยูโอบี เคย์ เฮียนฯ เข้าสู่ช่วงเริ่มประกาศผลประกอบการ ซึ่งหนุนบรรยากาศลงทุนรายตัว

ภาพรวมการให้ถ้อยคำของประธานเฟดต่อกมธ.เป็นบวก ประธานเฟดแถลงนโยบายการเงินครึ่งปีวันที่ 2 ต่อกรรมมาธิการการเงิน ภาพรวมเป็นบวกต่อความเชื่อมั่นในการลดดอกเบี้ย

โดยเฉพาะการให้ความเห็นว่า "เฟดไม่ใช่ธนาคารกลางที่มีเป้าหมายอยู่ที่เงินเฟ้อเท่านั้น แต่เฟดมีภารกิจในการรักษาการจ้างงานเช่นกัน และเพื่อหลีกเลี่ยงการส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ เฟดจะไม่รอจนกว่าเงินเฟ้อปรับตัวสู่เป้าหมาย 2% ถึงจะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ย" ทำให้ตลาดมองโอกาสลดดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้ (ก.ย. และ ธ.ค.)  มีโอกาสสูงขึ้น และทำให้ตัวเลขเศรษฐที่กำลังจะประกาศ อาทิ ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) วันที่ 11 ก.ค. และ ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) วันที่ 12 ก.ค. คาดว่าจะมีผลต่อตลาดในเชิงเป็นกลางถึงบวก

ปัจจัยในประเทศ 1) คดีถอดถอนนายกรัฐมนตรี ศาลรัฐธรรมนูญเลื่อนไป 24 ก.ค. เป็นความเสี่ยง แต่คาดมีผลต่อตลาดจำกัด 2) ดิจิทัลวอลเล็ต มีแนวโน้มปรับลดวงเงินเหลือ 4.5 แสนล้านบาท ไม่ใช้เงินธกส.และไม่สามารถใช้ซื้อมือถือและเครื่องใช้ไฟฟ้าได้ เรามองเป็นบวกกับการกระตุ้นหมุนรอบเศรษฐกิจและหุ้นค้าปลีกโดยรวม ทั้ง CPALL, TNP, CPAXT, OSP, CBG แต่อาจกระทบระยะสั้นต่อ COM7, SPVI, HMPRO บ้าง 3) ติดตามการประกาศผลประกอบการกลุ่มธนาคารพาณิชย์ในช่วงปลายสัปดาห์นี้-สัปดาห์หน้า และติดตาม NPL รวมถึงการเติบโตสินเชื่อ ที่จะกำหนดโทนของหุ้นกลุ่มการเงิน

TSMC รายงานยอดขายมิ.ย. +33% อาจเป็นบวกกับจิตวิทยากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ในกลุ่มนี้เราชอบ HANA และ KCE 

 

 

ภาพรวมกลยุทธ์ เลือกเก็งกำไรรายตัว อาจผันผวนจากการรายงานผลประกอบการ แต่คงมุมมองว่าช่วง ก.ค.-ส.ค. เรามอง SET เข้าสู่จุดซื้อที่ดีที่สุดในรอบ 12-18 เดือน ข้างหน้า และด้วย Valuation ของ SET ที่แข็งแกร่งในระดับ 1,300 จุด ประเมินความเสี่ยงของการลงอยู่ที่ระดับ 1,270-1,290 และมองการลงแรงถึงระดับ 1,100-1,200 จุด อยู่ในระดับต่ำ 

แนวรับ: 1,316 / แนวต้าน : 1,330 จุด 

สัดส่วนลงทุน: เงินสด 40% vs พอร์ตหุ้น 60%

หุ้นแนะนำ  (* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ นักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาเข้าซื้อ)

ADVANC* (218) : ผลประกอบการฟื้นตัวตามกำลังซื้อ และรายได้เกษตรกร และอยู่ในช่วงที่มี แนวโน้มถูกปรับประมณการกำไรขึ้น อีกทั้งหุ้นซื้อขายด้วย PER ในโซนต่ำในรอบ 3 ปี  ตัดขาดทุน 207 บาท 

SAMART* (8) : ผลประกอบการไตรมาส 2/67 จะขาดทุนจากการตั้งสำรอง แต่กำไรปกติเติบโตดีขึ้น NAV ปรับเพิ่มขึ้นจากการเพิ่มของราคาหุ้นลูกทั้ง SAV และ SAMTEL ตัดขาดทุน 6.50 บาท 

TACC* (6) : ผลประกอบการเข้าสู่ช่วง high season และได้ผลบวกจากกำลังซื้อ ตัดขาดทุน 4.76 บาท

TNP* (5) : ผลประกอบการยังอยู่ในโมเมนตัมกำไรที่ดีขึ้น และกำลังซื้อที่น่าจะดีขึ้นจากทั้งค่าแรงขั้นต่ำและดิจิทัลวอลเล็ต 3.40 บาท  

 

 


 

ประเด็นที่น่าสนใจ 

-    ศาล รธน.ยังไม่วินิจฉัยคดีคุณสมบัตินายกฯ นัดพิจารณาต่อ 24 ก.ค.รมว.คลัง คาดเพิ่มเงินกองทุน "วายุภักษ์" ราว 1-1.5 แสนลบ. ภายใน ต.ค.นี้
-    คลัง แย้มดิจิทัลวอลเล็ตอาจไม่ใช้เงินธ.ก.ส. "เครื่องใช้ไฟฟ้า-มือถือ" หมดลุ้นร่วมโครงการ
-    อสังหาฯ อ่วม กำลังซื้อหด กลุ่มล่างกู้ไม่ผ่าน 70% คาดครึ่งปีหลังของปีนี้ ยังคงอ่อนแอต่อเนื่อง
-    “China Vanke” บิ๊กอสังหาฯ เบอร์ 2 จีน ส่งสัญญาณเตือนอาจขาดทุน 1,200 ล้านดอลล์
-    5 อันดับแรกมูลค่าขายชอร์ตมากสุด by Value AOT, PTTEP-R, AOT-R, PTT-R, ADVANC 
-    5 อันดับแรก มูลค่า Short Covering HANA, HANA-R, EA, EA-R, TOP
-    TOP คงคำแนะนำ ซื้อ ที่ราคาเป้าหมาย 68.00 บาท
-    กลุ่ม FINANCE คงน้ำหนักที่ OVERWEIGHT

ปัจจัยที่ต้องติดตาม

11 ก.ค. – US Inflation Rate (June)