วิเคราะห์หุ้นรายตัว : บล.เคจีไอฯ KBANK แผนการล้างหนี้เสียเริ่มที่ความเสี่ยง

วิเคราะห์หุ้นรายตัว : บล.เคจีไอฯ KBANK แผนการล้างหนี้เสียเริ่มที่ความเสี่ยง

เราคิดว่าผลการดำเนินงานที่ชะลอตัวลงของ JKAMC อาจจะทำให้เกิดความเสี่ยงต่อแผนของ KBANK จะต้องล้างหนี้เสียออกจากงบดุลภายในปี 2567 ทั้งนี้กำไรของ JKAMC ลดลงอย่างมากเนื่องจากยอดจัดเก็บเงินสดลดลงอย่างมากถึง 30% QoQ และ ECL เพิ่มขึ้นอย่างมาก

ซึ่ง JMT เผยว่าแนวโน้มน่าจะยังชะลอตัวต่อเนื่องใน 2Q67F เราคาดว่าผลการดำเนินงานที่ชะลอเป็นผลจาก JKAMC รับซื้อหนี้เสียในราคาสูง ทำให้ JMT (ในฐานะผู้ดำเนินการ JKAMC) เหลือช่องไม่มากนักให้ต่อรองกับลูกหนี้เพื่อชำระหนี้ในสถานการณ์ที่ภาวะเศรษฐกิจอ่อนแอ นอกจากนี้ เนื่องจากสินทรัพย์ที่อยู่ภายใต้ JKAMC มีปนกันทั้งสินเชื่อมีหลักประกัน และ ปลอดหลักประกัน จึงทำให้มีความเสี่ยงที่ค่าใช้จ่าย ECL จะฉุดกำไรของ JKAMC ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวไม่เอื้อให้ JMT/JKAMC ซื้อ NPL เพิ่มจาก KBANK

แผนล้างงบดุลของ KBANK อาจจะล่าช้าออกไป

KBANK ใช้กลยุทธ์การล้างงบดุลมาตั้งแต่ปี 2565 ผ่านการตัดหนี้สูญ (write-off) และ ขาย NPL ออกไป
โดย JKAMC เป็นหนึ่งในช่องทางหลักที่ธนาคารใช้ในการระบาย NPL ออกไปจากบัญชีของธนาคาร ทั้งนี้ ในช่วงสองปีที่ผ่านมา (2565-1Q67) KBANK ตัด NPL ออกไปแล้วประมาณ 2.40 แสนล้านบาท โดยขาย NPL ประมาณ 1.50 แสนล้านบาทไปให้กับ JK AMC (ประมาณปีละ 7 หมื่นล้านบาท ในปี 2565/2566) และ อีกประมาณ 8 พันล้านบาทใน 1Q67 ซึ่งตามแผนการล้างงบดุล KBANK จะดำเนินการล้างงบดุลเสร็จภายในปี 2567 ซึ่งในแผนนั้นจะมีการขาย NPL ออกไปไม่เกิน 7 หมื่นล้านบาทในปี 2567

 

 

สัดส่วน NPL coverage ที่ต่ำหมายถึงมีส่วนรองรับหนี้เสียต่ำ

สัดส่วน NPL coverage ของ KBANK ต่ำที่สุดในบรรดา 4 ธนาคารใหญ่ที่ 150% (ของ SCB อยู่ที่ 161%,
ของ KTB อยู่ที่ 175%, ของ BBL อยู่ที่ 292%) ซึ่งหาก KBANK ไม่สามารถขาย NPL ออกไปให้กับ JK
AMC ได้อีก 1.) ธนาคารอาจจะต้องเก็บ NPL ไว้ในบัญชีของธนาคาร ซึ่งจะทำให้แผนการล้างงบดุลต้อง
ล่าช้าออกไป 2.) ธนาคารอาจจะต้องขาย NPL ไปให้กับบุคคลอื่น ซึ่งจะมีความเสี่ยงในด้านของราคา 3.)
ธนาคารอาจจะต้อง write-off NPL ซึ่งไม่ว่าจะเลือกทางไหน KBANK ก็มีความเสี่ยงที่จะต้องกันสำรอง
เพิ่มขึ้นถ้าหาก JKAMC ใช้การไม่ได้แล้ว ทั้งนี้ เนื่องจากส่วนรองรับหนี้เสียค่อนข้างต่ำ หากแผนการล้าง
งบดุลไม่เป็นไปตามแผนก็จะทำให้เกิดความเสี่ยงต่อค่าใช้จ่ายสำรองฯ( credit cost) ที่อ่อนไหวได้

De-rate PBV เหลือ 0.6x ทำให้ราคาเป้าหมายปี 2567F ลดลงเหลือ 14 บาท และปรับลดคำแนะนำเป็นถือ

เรามองว่าแผนแก้หนี้เสียยังมีความไม่แน่นอน ซึ่งอาจจะไม่เอื้อให้ธนาคารเพิ่มอัตราการจ่ายเงินปันผล ซึ่ง
หากธนาคารคงอัตราการจ่ายเงินปันผลที่ 28% ก็จะทำให้ไม่มีความคุ้มครองจากอัตราผลตอบแทนจาก
เงินปันผล ทั้งนี้ เนื่องจากส่วนรองรับหนี้เสียต่ำ เราจึง de-rate PBV ลงเหลือ 0.6x (จาก 0.65x) ทำให้ได้
ราคาเป้าหมายปี 2567F ใหม่ที่ 141 บาท (จากเดิมที่ 155 บาท)

Risks

NPL และ credit cost เพิ่มขึ้น.

 

 

วิเคราะห์หุ้นรายตัว : บล.เคจีไอฯ KBANK แผนการล้างหนี้เสียเริ่มที่ความเสี่ยง

วิเคราะห์หุ้นรายตัว : บล.เคจีไอฯ KBANK แผนการล้างหนี้เสียเริ่มที่ความเสี่ยง