วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์แนวโน้มตลาด : บล.โกลเบล็ก Sideway

วันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ดัชนีปรับตัวขึ้นราว 10-12 จุดเป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่ปรับตัวขึ้นหลังสหรัฐรายงานดัชนี CPI ออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาด โดยมีแรงซื้อในหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ พลังงาน และ ICT แต่มีแรงขายในหุ้นกลุ่มค้าปลีก

ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,377.72 จุด +7.28 จุด +0.53% มูลค่าการซื้อขาย 51,462.62 ลบ. Program Trading +1,946.76 ลบ. ต่างชาติ +3,565.73 ลบ. TFEX +15,820 สัญญา ตราสารหนี้ +1,084.17 ลบ.

ปัจจัยบวก    

+ สัญญาน้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้น 60 เซนต์ หรือ +0.76% ปิดที่ 79.23 ดอลลาร์/บาร์เรล ได้แรงหนุนจากการที่นักลงทุนมีมุมมองบวกว่าตลาดแรงงานที่มีเสถียรภาพของสหรัฐจะเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ FED ปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนก.ย.ปีนี้ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและความต้องการใช้น้ำมัน
+ ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินแห่งรัสเซียเดินทางไปเยือนจีนเป็นครั้งแรกในการดำรงตำแหน่งวาระใหม่เพื่อตอกย้ำถึงความสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับรัสเซียหลังจากการรุกรานยูเครน
+ ธนาคารกลางสหรัฐ (FED) เปิดเผยว่า การผลิตภาคอุตสาหกรรมโดยรวมของสหรัฐทรงตัวในเดือนเม.ย. หรือเพิ่มขึ้น 0.0% หลังจากเพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือนมี.ค.
+ ธนาคารกลางสหรัฐ (FED) สาขาแอตแลนตา เปิดเผยว่า แบบจำลองคาดการณ์ GDPNow ล่าสุดแสดงให้เห็นว่า เศรษฐกิจสหรัฐขยายตัว 3.6% ใน 2Q67 ทั้งนี้ GDPสหรัฐขยายตัว 2.2%, 2.1%, 4.9% และ 3.4% ในไตรมาส 1, 2, 3 และ 4 ตามลำดับ

ปัจจัยลบ

- ดัชนีดาวโจนส์ปิดลดลง 38.62 จุด หรือ -0.10% หลังจากทะยานขึ้นเหนือระดับ 40,000 จุดเป็นครั้งแรกในระหว่างวัน ขณะที่นักลงทุนยังคงประเมินแนวโน้มการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของ FED หลังสหรัฐเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อต่ำกว่าคาด รวมทั้งผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียน
- ทางการสหรัฐเตือนอิสราเอลว่ามีความเสี่ยงที่จะเกิดสุญญากาศทางอำนาจทั่วฉนวนกาซา และเรียกร้องให้ผู้นำอิสราเอลให้ความสำคัญต่อการวางแผนเรื่องดินแดนปาเลสไตน์หลังสงครามมากยิ่งขึ้น
 

 

- ญี่ปุ่นเปิดเผยการประมาณการเบื้องต้นว่า GDP หดตัวลง 2%YoY แย่กว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ในโพลสำรวจของสำนักข่าวรอยเตอร์คาดว่าจะหดตัวลงเพียง 1.5%
- REIC เปิดเผยว่า สถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยใน 1Q67 พบการชะลอตัวอย่างมากด้านอุปสงค์ ทั้งจำนวนหน่วยโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยทั่วประเทศลดลง 13.8% จำนวนเงินสินเชื่อปล่อยใหม่ที่ขยายตัวลดลง 20.5% ต่ำสุดในรอบ 25 ไตรมาส

แนวโน้มตลาดวันนี้  

คาดดัชนีในวันนี้มีโอกาสแกว่งตัวในลักษณะ Sideway ออกข้าง โดยนักลงทุนมีมุมมองบวกว่าตลาดแรงงานที่มีเสถียรภาพของสหรัฐจะเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ Fed ปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนก.ย. ขณะที่ในประเทศยังขาดปัจจัยใหม่หนุน คาดกรอบดัชนีในวันนี้ที่ 1,370-1,385 จุด

กลยุทธ์การลงทุน  

• หุ้นได้ประโยชน์จากอากาศร้อนจัด : TACC SAPPE ICHI PLUS COCOCO MALEE TIPCO
• Digital Wallet : CPALL BJC CRC DOHOME GLOBAL HMPRO
• ไมโครซอฟท์ ลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ : INSET SYMC INET ITEL TKC
• MSCI Rebalance มีผล 31 พ.ค. : Global Standard หุ้นเข้า – หุ้นออก BTS LH MTC Global Small Cap หุ้นเข้า BTS, JTS, LH, MTC หุ้นออก BLAND, DITTO, FORTH, KSL, MAJOR, PSL, RS, SGP, SPCG, WHAUP

 

 

 

หุ้นรายงานพิเศษ  

LTS - บริษัท ไลท์อัพ โทเทิล โซลูชั่น จำกัด (มหาชน)
<MAI / CONSUMP> ราคา IPO 3.00 บาท/หุ้น
ราคาเหมาะสม Consensus 4.00-4.18 บาท

•LTS ดำเนินธุรกิจด้านการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าส่องสว่าง และให้บริการซ่อมบำรุงรักษา เช่น โคมไฟฟ้า สปอตไลท์ ไฟเพื่อการตกแต่ง ให้แก่ลูกค้า 3 กลุ่มคือ 1) ลูกค้าสถาปนิกหรือผู้รับเหมา 2) ลูกค้าโครงการรัฐบาล รัฐวิสาหกิจและเอกชนขนาดใหญ่ 3) ลูกค้าค้าส่งและค้าปลีก 4) ธุรกิจใหม่ ในสัดส่วนร้อยละ 50 : 41 : 8.6 : 0.4 ตามลำดับ

•ปี 2564-2566 บริษัทมีรายได้จากการขายและบริการ 164 ลบ. 232 ลบ. และ 228 ลบ. ตามลำดับ ปี 66 รายได้ -2% YoY สาเหตุหลักจากการลดลงของรายได้จากการจัดจำหน่ายกลุ่มลูกค้าผู้รับเหมาหรือสถาปนิก เกิดจากแนวทางการดำเนินธุรกิจของบริษัทที่ให้พนักงานขายดูแลลูกค้าที่มีศักยภาพ %GPM ที่ระดับ 39.8% 26.6% และ 39.4% ตามลำดับ ส่งผลให้มีกำไรสุทธิปี 2564-2566 เท่ากับ 0.7 ลบ. 15.0 ลบ. และ 31.4 ลบ. ตามลำดับ

•จำนวนหุ้น IPO 55.0 ล้านหุ้น คิดเป็น 26.62% ของหุ้นทั้งหมด มูลค่าการเสนอขาย 165 ลบ. Par 0.5 บาท ราคา IPO คิดเป็น P/E 19.5 เทียบกับบริษัทที่คล้ายคลึงกันได้แก่ ITTHI 20.19x, TMI 26.94x

•วัตถุประสงค์การระดมทุน 1) เงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจของบริษัท ได้แก่สวนสาธารณะอัจฉริยะ โครงการ smart pole โครงการ smart city และ โครงการ smart street light จำนวน 100 ลบ. 2) เพื่อใช้ลงทุนในตึกออฟฟิศ Showroom และโกดังสินค้า จำนวน 54 ลบ.

หุ้นมีข่าว

(+) NEX (Bloomberg consensus 16.40 บาท) ผู้บริหาร NEX แจงปมหุ้นร่วงโดนบังคับขาย ตั้งตัวไม่ทัน ประกาศเดินหน้า ซื้อหุ้นที่ถูกบังคับขายกลับมา ยืนยันธุรกิจแข็งแกร่ง มั่นใจส่งมอบรถตามแผนปีนี้ 5 พันคัน แม้ไตรมาส 1/2567 ส่งมอบ 591 คัน ชี้ไตรมาส 3 ยอดจะพุ่ง ยืนยันสัมพันธ์กับกลุ่ม EA แน่นเหมือนพี่น้อง เตรียมแถลงข่าวร่วมกันวันจันทร์นี้ มีดีลในมือหนุนการเติบโต (ที่มา ทันหุ้น)

(+) MGC (Bloomberg consensus 8.00 บาท) รุกหนักธุรกิจอีวี ลุยจำหน่ายแบรนด์ XPENG-ZEEKR เผยจะเริ่มส่งมอบรถไตรมาส 3/2567 นี้ มั่นใจกระแสตอบรับดี พร้อมจับมือกลุ่มปตท. มุ่งสู่ผู้นำธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าครบวงจร หนุนกลยุทธ์ EV Eco system ดันสัดส่วนรายได้แตะ 15-20% ภายใน 3-5 ปี ส่วนกลุ่ม MGC มีแบ็กล็อกส่งมอบรถรวมกว่า 1 พันคัน (ที่มา ทันหุ้น)

(+) NRF (Bloomberg consensus - บาท) แกร่ง ผลงาน Q1/2567 ทุบสถิติใหม่ กวาดรายได้ 908.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 79% มีกำไรสุทธิโต 145.4% จากยอดขายเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ชูธุรกิจ "Bamboo Mart" มาแรง ทำรายได้โต 234% มั่นใจรายได้ปีนี้โตไม่น้อยกว่า 30% พร้อมเดินหน้าตอกย้ำการเป็นอุตสาหกรรมอาหารที่ยั่งยืน Bamboo Mart (ที่มา ทันหุ้น)

(+) KTC (Bloomberg consensus 48.00 บาท) มองภาพรวมเศรษฐกิจและกำลังซื้อครึ่งปีหลัง 2567 ฟื้นตัวดีขึ้น มั่นใจยอดใช้จ่ายผ่านบัตรปีนี้เติบโต 15% ด้านไตรมาส 2/2567 บัตรกดเงินสดยอดใช้สูงขึ้น พร้อมตั้งเป้ากำไรสุทธิที่ 7,295 ล้านบาท จากช่วงไตรมาสแรก มีกำไรแล้ว 1,803 ล้านบาท คงเป้าหมายการเติบโตของสินเชื่อลูกหนี้รวม 6-7% และรักษาระดับ NPLs ไม่เกิน 2.0% (ที่มา ทันหุ้น)