วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์แนวโน้มตลาด : บล.ยูโอบี เคย์ เฮียนฯ ผลประกอบการบจ.ใหญ่หนุนภาพรวมงบไตรมาส 1/67 เริ่มพลิกเป็นบวก

กลุ่มที่มีแนวโน้มการรายงานผลประกอบการดี ยังไม่เปลี่ยนแปลง ณ สิ้นวัน 14 พ.ค. บริษัทจดทะเบียนรายงานผลประกอบการแล้ว 660 บริษัท คิดเป็น 78.9% มีกำไรสุทธิรวม 257,934 ล้านบาท ดึงภาพรวมพลิกกลับมาบวก +1.7% YoY จากวานนี้ที่ลบเล็กน้อย (1.9% YoY)

หลังการรายงานผลประกอบการของบจ.ขนาดใหญ่อย่าง PTT มีกำไร 28,967 ล้านบาท +4.0% YoY ช่วยดึงภาพรวมผลประกอบการขึ้น ทั้งนี้แนวโน้มที่สำคัญของการรายงานเมื่อวาน ได้แก่ 1) กลุ่มหุ้นท่องเที่ยว ยังทำผลการดำเนินงานได้ดี อาทิ AWC, ERW, MINT, CENTEL, AOT 2) กลุ่มการแพทย์ โดยรวมผลการดำเนินงานดี อาทิ BDMS, WPH, VIBHA ขณะที่ M-CHAI ลดลงเล็กน้อย THG ลดลงมาก 3) กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ผลประกอบการออกมาโตดี YoY เกือบทั้งหมด ทั้ง HANA, KCE, CCET, SVI 4) กลุ่มอาหาร ยังบวกจากต้นทุนที่ลดลง อาทิ M, CFRESH 5) กลุ่มขนส่งทางบก ผลประกอบการชะลอ หรือแย่ลง อาทิ ETL, KEX, NCL 6) พลังงานทดแทน ผลประกอบการชะลอ จากพลังงานลม หรือบางรายผลจากการหมด adder อาทิ GUNKUL, TSE 7) อสังหาริมทรัพย์ ส่วนใหญ่ชะลอตัว RML, SPALI, SC 8) การเงิน เก็บหนี้ ชะลอ MICRO

ตลาดไม่กลัวเรื่องเงินเฟ้อ เงินเฟ้อสหรัฐฯ PPI ออกมาสูงกว่าคาดเล็กน้อย +0.3% MoM , +0.9% YoY (คาด +0.3% MoM, +0.8% YoY) อย่างไรก็ตาม ถ้อยแถลงประธานเฟด ที่มีการยืนยันถึงการไม่มีแนวคิดในการปรับขึ้นดอกเบี้ย ทำให้นักลงทุนยังมีมุมมองเชิงบวกต่อตลาด และทำให้นักลงทุนอาจมองข้ามตัวเลขเงินเฟ้อคืนนี้ แม้อาจจะออกมาสุงกว่าคาดบ้างก็ตาม โดย CPI คาด +0.4% MoM, +3.4% YoY (15 พ.ค.) 

การปรับพอร์ตตามดัชนี MSCI มีผลสิ้นวัน 31 พ.ค.67 // Global Standard : (+) Add: None  / (-) Del: BTS, LH, MTC // Global Small Cap : (+) Add: BTS, JTS, LH, MTC / (-) Del: BLAND, DITTO, FORTH, KSL, MAJOR, PSL, RS, SGP, SPCG, WHAUP


 

ภาพรวมกลยุทธ์ บรรยากาศเก็งกำไรรายตัวยังเป็นบวก ขณะ SET ยังเคลื่อนไหวกรอบแคบ 1,365-1,380 จุด การเก็งกำไรเน้นหุ้นที่ยังขึ้นน้อยกว่าตลาด (laggards) และควรกำหนดจุดตัดขาดทุนรวมถึงเป้าขายทำกำไร แม้ยังชอบกลุ่มอาหาร/เนื้อสัตว์/อาหารสัตว์เลี้ยง แต่อาจระวังแรงทำกำไรระยะสั้นหลังงบออกมาดีตามคาด และจากเงินบาทที่มีโอกาสพลิกกลับมาแข็งค่าระยะสั้น

หุ้นแนะนำ: SAMART*, CCET*, ERW*, SORKON*

แนวรับ: 1,349-1,359 / แนวต้าน : 1,380-1,390 จุด 

สัดส่วนลงทุน: เงินสด 40% vs พอร์ตหุ้น 60%

 

ประเด็นการลงทุนที่น่าสนใจ    

สหรัฐเผยดัชนี PPI +0.5% เดือนเม.ย. สูงกว่าคาดการณ์ ดัชนี PPI ทั่วไป (Headline PPI) ปรับตัวขึ้น 2.2% ในเดือนเม.ย. เมื่อเทียบรายปี สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ จากระดับ 1.8% ในเดือนมี.ค. อย่างไรก็ดี เมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี PPI ทั่วไป ปรับตัวขึ้น 0.5% ในเดือนเม.ย. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 0.3% หลังจากปรับตัวลง 0.1% ในเดือนมี.ค (อินโฟเควสท์)

"พาวเวล" ส่งสัญญาณตรึงดอกเบี้ยต่อไป ขณะเงินเฟ้อสูงกว่าคาด นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวย้ำในวันนี้ว่า เงินเฟ้อยังคงปรับตัวลงล่าช้ากว่าที่คาด ซึ่งจะทำให้เฟดต้องตรึงอัตราดอกเบี้ยต่อไปอีกระยะหนึ่ง (อินโฟเควสท์) 

บอร์ดไตรภาคีโยนอนุกก.ระดับจังหวัดตัดสินใจเคาะขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเอง ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการไตรภาคีว่า ที่ประชุมฯ ได้พิจารณาแล้วมีความเห็นว่า การพิจารณาปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำนั้น คณะอนุกรรมการแต่ละจังหวัด จะเป็นผู้พิจารณาว่าสมควรที่จะมีการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็นวันละเท่าไร มีกิจการใดบ้างที่สมควรปรับขึ้นค่าจ้าง และสมควรที่จะมีการปรับขึ้นในวันที่ 1 ต.ค.67 หรือไม่ (อินโฟเควสท์)

 


 

สหรัฐ ประกาศขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีนมูลค่า 1.8 หมื่นล้านดอลล์ ภาษีรถยนต์ EV พุ่ง 100% นายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐ ประกาศอัตราภาษีใหม่สำหรับสินค้านำเข้าจากจีน มูลค่า 1.8 หมื่นล้านดอลลาร์ เพื่อปกป้องอุตสาหกรรมของสหรัฐจากการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม โดยประธานาธิบดีสหรัฐจะเพิ่มภาษีนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าของจีนเป็น 4 เท่าจาก 25% เป็น 100% ภาษีนำเข้าเซลล์แสงอาทิตย์ของจีนจะเพิ่มขึ้น 2 เท่า จาก 25% เป็น 50%  (การเงินธนาคาร)

WARRIX รายงานกำไรสุทธิที่ 21.18 ล้าน เพิ่มขึ้น 86% yoy จากยอดขายที่โตขึ้น 31% yoy

SAMART และบ.ย่อย ไตรมาส 1/67กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 54.77 ลบ.  (อินโฟเควสท์)

ERW รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/67กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น  416.95 (อินโฟเควสท์)

 

ประเด็นติดตาม:   15 พ.ค. US CPI (Apr) /Retail Sales (Apr)/ 16 พ.ค. US Industrial Production (Apr) 
(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)