วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

กลยุทธ์การลงทุนรายสัปดาห์ : บล.เคจีไอฯ ภาพรวมไซด์เวย์ต่อ ฟันด์โฟลว์ต่างชาติยังดูไม่ดี

ตลาดหุ้นไทยน่าจะพักฐานต่อในสัปดาห์นี้ โฟลว์ต่างชาติขายต่อเนื่อง ในสัปดาห์ที่แล้ว (22 – 26 มกราคม) ตลาดหุ้นไทยผันผวนอย่างหนัก แต่ปิดแทบไม่เปลี่ยนแปลงจากสัปดาห์ก่อนหน้า

โดยตลาดดีดตัวแรงในวันที่ 24 มกราคม จากประเด็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจีนอย่างเช่น การตั้ง ‘ทีมชาติ’ เพื่อมาซื้อหุ้นในประเทศ และการปรับลดเกณฑ์สำรองธนาคารลง 50bps อย่างไรก็ตาม เรามองว่าภาวะตลาดในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ที่แล้วค่อนข้างอ่อนแอ มีกระแสเงินทุนไหลออกอย่างต่อเนื่อง จากการที่สหรัฐน่าจะเลื่อนลดดอกเบี้ยออกไป และเกิดกระแสความกังวลรอบใหม่เกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจไทย หลังจากที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ประมาณการอัตราการขยายตัวของ GDP ปี 2566 ไว้เพียง 1.8% ซึ่งหมายความว่า GDP ใน 4Q66 จะอ่อนแอ

ในสัปดาห์นี้ (29 มกราคม –2 กุมภาพันธ์) เราคาดว่าดัชนี SET จะยังคงเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบแคบ โดยภาพรวมในระยะสั้นของเศรษฐกิจไทยดูกลาง ๆ ในขณะที่นักลงทุนจับตาผลการประชุม FOMC ในคืนวันพุธ ซึ่งน่าจะทำให้กระแสเงินทุนยังคงไหลออกต่อเนื่อง เราคาดว่าหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวของไทยน่าจะปรับตัวได้ดีเช่นเดียวกับในสัปดาห์ก่อน หลังจากที่มีการออกข่าวอย่างเป็นทางการว่าจะมีการยกเว้นวีซ่าให้กับคนไทยที่จะเข้าไปท่องเที่ยวที่ประเทศจีน ทั้งนี้ นักลงทุนควรติดตามการแถลงข่าวผลประกชุมของ FOMC และถ้อยแถลงของนาย Jerome Powell เพื่อจับสัญญาณว่า Fed จะเลื่อนจังหวะการลงดอกเบี้ยออกไปอีกหรือไม่ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง

 

ติดตามตัวเลข GDP 4Q66 ของยุโรป, ผลการประชุม FOMC และตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯ ม.ค.

ปัจจัยต่างประเทศ: ในสัปดาห์นี้ นักลงทุนน่าจะติดตามเหตุการณ์สำคัญทางด้านเศรษฐกิจมหภาคโลกอย่างเช่น i) การประกาศตัวเลข GDP 4Q66 ของยุโรปในวันที่ 30 มกราคม ซึ่ง consensus ประเมินว่าจะลดลง QoQ ii) ผลการประชุม FOMC ในวันที่ 31 มกราคม และ iii) การประกาศตัวเลขการจ้างงานเดือนมกราคมของสหรัฐในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ในขณะเดียวกัน ค่อนข้างชัดเจนแล้วว่า Fed จะคงดอกเบี้ยในการประชุมเดือนมีนาคม เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจสหรัฐฟื้นตัวได้อย่างแข็งแกร่งมาก

ปัจจัยในประเทศ: นักลงทุนควรติดตาม i) ตัวเลขเศรษฐกิจไทยเดือนธันวาคม 2566 ซึ่งจะเป็นข้อมูลสำคัญที่นักเศรษฐศาสตร์จะนำไปใช้ประเมิน GDP 4Q66 และแนวโน้มเศรษฐกิจในปี 2567 ii) โมเมนตัมของหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวของไทย ซึ่งอาจจะแข็งแกร่งขึ้นหลังจากที่ประเทศไทย-จีนได้ลงนามยกเว้นวีซ่าท่องเที่ยว 30 วันให้กับนักท่องเที่ยวจากประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2567 เป็นต้นไป

 

 

ยังคงเน้นเก็งกำไรธีมเด่นๆ อย่างท่องเที่ยว หุ้นมาตรการ e-Refund และหุ้นกลุ่มอาหาร

เนื่องจากเรามองว่ากระแสเงินทุนจากต่างชาติจะยังชะลอตัว และนักลงทุนส่วนใหญ่น่าจะรอดูผลประชุม FOMC ในปลายสัปดาห์นี้ เราจึงยังคงระมัดระวังกับหุ้น large-cap ส่วนใหญ่ และเน้นเก็งกำไรจากธีมต่อไปนี้ โดยธีมแรก คือ กลุ่มท่องเที่ยว ซึ่งอาจจะ outperform ตลาดต่อเนื่อง จากข่าวการยกเว้นวีซ่า และการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยในช่วงนี้ โดยในกลุ่มนี้เราชอบ AOT* และ AAV* ส่วนธีมที่สอง คือ กลุ่มที่จะได้อานิสงส์จากมาตรการ e-Refund อย่างเช่น CPN* และ HMPRO* ซึ่งยังดูน่าสนใจ แม้ว่าราคาหุ้นจะไม่ค่อยขยับมากนักในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ธีมสุดท้าย
คือหุ้นบางตัวในกลุ่มอาหารที่มีประเด็นการฟื้นตัวในระยะยาว ซึ่งหุ้นเด่นของเราในกลุ่มนี้ได้แก่TU* และ GFPT