เราคาดว่ากำไรสุทธิของ TOP ใน 4Q23 จะอยู่ที่ 2.7 พันล้านบาท ลดลง qoq แต่เพิ่มขึ้น yoy เพราะจะมีผลขาดทุนจากสต็อกน้ำมันสุทธิ 3.5 พันล้านบาท จาก ที่มีกำไรจากสต็อก 7.9 พันล้านบาทใน 3Q23 และจากที่ขาดทุนจากสต็อก 7.1 พันล้านบาทใน 4Q22
เราคาดว่า market GRM จะลดลงถึง 41% qoq จาก US$ 12.4/bbl ใน 3Q23 เหลือ US$7.3/bbl เนื่องจาก spread ของผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ลดลง ในขณะที่ Murban crude premium เพิ่มขึ้น (US$1.5/bbl) และต้นทุนค่าขนส่งจากการดำเนินการแบบเรือสู่เรือเพิ่มขึ้น (US$0.5/bbl) เราคาดว่าอัตราการกลั่นน้ำมันดิบจะอยู่ที่ 310KBD เพิ่มขึ้น 1% qoq คิดเป็นอัตราการใช้กำลังการผลิตที่ 111% เราคาดว่าอัตรากำไรของธุรกิจ aromatics จะเพิ่มขึ้น qoq จาก spread ของ PX (+13% qoq) และ BZ (+6,637% qoq) ที่สูงขึ้น และอัตราการใช้กำลังการผลิตที่สูงขึ้นจาก 74% ใน 3Q23 เป็น 78% ในขณะที่คาดว่าอัตรากำไรของธุรกิจน้ำมันหล่อลื่นจะลดลงเล็กน้อย qoq เนื่องจากอัตราการใช้กำลังการผลิตลดลงเหลือ 75% จาก 79% ใน 3Q23 ทั้งนี้ ในส่วนของรายการพิเศษในไตรมาสนี้จะได้แก่ i) กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 900 ล้านบาท ii) กำไรจากการป้องกันความเสี่ยงสุทธิ 700 ล้านบาท
Analysis
การปิด CDU-3 นอกแผนจะส่งผลกระทบในระยะสั้นเท่านั้น
TOP แจ้ง SET เมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่าจะทำการปิด CDU-3 (180KBD) โดยไม่ได้วางแผนล่วงหน้าเป็นเวลา 13 วันเนื่องจากประสบปัญหาทางเทคนิคตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม 2024 ซึ่งจะทำให้อัตราการใช้กำลังการผลิตใน 1Q24 ลดลงจาก 110%
เหลือ 95-98% เราประเมินว่ากรณีนี้จะทำให้ประมาณการกำไรปี 2024F ตาม consensus มี downside เพียงประมาณ 2-3% เท่านั้น
market GRM ของ TOP จะสูงที่สุดหลังจากที่ CFP เร่งการผลิตเต็มกำลัง
โครงการ CFP จะทำให้อัตราการกลั่นน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นจาก 275KBD เป็น 400KBD โดยเราคาดว่าบริษัทจะเร่งการผลิตใน 2H25 และจะส่งผลดีต่อ GRM เพราะบริษัทจะได้จัดหาน้ำมันหนัก (heavy crude) ซึ่งมีราคาถูกกว่าน้ำมันเบา (light crude) ถึง
US$6-10/bbl และเพิ่มปริมาณผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูง (ไม่มีน้ำมันเตา)
Action/ Implication
ราคาเป้าหมายตาม Bloomberg consensus อยู่ที่ 62.50 บาท
ราคาหุ้นในปัจจุบันคิดเป็น P/BV ปี 2024F ที่ 0.67x โดยคิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลปี 23/24F ที่ ที่ 5.1%/4.8%









