วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน (8 ม.ค. 67) ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม จากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคาน้ำมัน
+ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับเพิ่ม จากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง หลังอิสราเอลยังคงเดินหน้าปฏิบัติการทางทหารเพื่อกวาดล้างฮามาสอย่างหนักหน่วง โดยมุ่งเป้าไปที่การโจมตีทางยุทธศาสตร์ในทางตอนเหนือของฉนวนกาซ่า และเดินหน้ากำจัดผู้นำฮามาสที่อยู่ทางตอนใต้ของกาซ่าด้วย ทำให้ตลาดวิตกว่าสงครามอาจจะขยายวงกว้างขึ้น และส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันดิบ โดยแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ มีกำหนดเดินทางไปตะวันออกกลาง หวังใช้หนทางการทูตเพื่อลดระดับความตึงเครียดในสงคราม
+ ข้อมูลจากจ้างงานนอกภาคการเกษตรของสหรัฐฯ ปรับเพิ่มขึ้น 216,000 ตำแหน่งในเดือน ธ.ค. 66 ซึ่งมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 170,000 ตำแหน่ง โดยการจ้างงานที่ดีขึ้นจะหนุนความต้องการใช้น้ำมันให้มากขึ้น ส่งผลให้นักลงทุนคาดหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) จะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงในเดือน มี.ค. 67 อีกด้วย
+ Baker Hughes รายงานจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบสหรัฐฯ สำหรับสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 5 ม.ค. 67 เพิ่มขึ้น 1 แท่น อยู่ที่ระดับ 501 แท่น ในขณะที่แท่นขุดเจาะก๊าซธรรมชาติปรับลดลง 2 แท่น มาอยู่ที่ระดับ 118 แท่น
ราคาน้ำมันเบนซิน
ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังได้รับแรงกดดันจากน้ำมันเบนซินคงคลังสหรัฐฯ ที่ปรับเพิ่มขึ้น 10.9 ล้านบาร์เรล แตะระดับ 236.954 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 10 เดือน
ราคาน้ำมันดีเซล
ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวลดลงน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ จากการปรับลดลงของน้ำมันดีเซลคงคลังสิงคโปร์กว่า 9% ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดในรอบ 5 เดือน อีกทั้งความต้องการน้ำมันดีเซลในภูมิภาคที่ยังอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะมาเลเซียและอินเดีย









