วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์แนวโน้มตลาด : บล.กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จับตา US FOMC Minutes และการพิจารณาร่างงบประมาณปี 2024 ของไทย

ทางเทคนิค คาด SET Index ปรับตัวสูงขึ้น แนวต้าน 1,440/1,445 จุด แนวรับ 1,423/1,417 จุด (EMA 5 วัน) อิงตลาดหุ้นไทยยังคงอยู่ในช่วงของการแรลลี่ ขึ้นทดสอบแนวต้านเดิม หลังจากดัชนีฯ พุ่งขึ้นแรงจาก 1,354.73 จุด เมื่อวันที่ 13 ธ.ค.

โดยสัญญาณปรับฐานระยะสั้น (Sell Signal) จะเกิดขึ้นต่อเมื่อดัชนีฯ อ่อนตัวลงต่ากว่า EMA 5 วัน ที่ 1,417 จุด

 

วิเคราะห์แนวโน้มตลาด : บล.กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จับตา US FOMC Minutes และการพิจารณาร่างงบประมาณปี 2024 ของไทย

ประเด็น Event สำคัญ วันนี้

+ พ.ร.บ. งบประมาณ และพ.ร.บ. เงินกู้โครงการ Digital Wallet หากผ่านการพิจารณาจากสภาฯ จะเป็น Positive upside ต่อดัชนี SET KTX ประเมินว่าหากรัฐบาลผ่านร่างงบประมาณได้ตามกระบวนการ ผนวกกับนโยบายการเงินที่ยุติขาขึ้นของดอกเบี้ยไปก่อนแล้ว จะทำให้ความวิตกเรื่องเศรษฐกิจไทยอยู่ใกล้แตะระดับต่ำสุด (อิงส่วนต่างของ TH10Y-TH2Y bond yield ที่ปรับลดลงต่อเนื่องสู่ระดับ 0.38% ณ วันที่ 28 ธ.ค. 2023 จากจุดสูงสุดของไตรมาส 4 ที่ 0.78%) และมีแนวโน้มที่นักลงทุนจะคลายความกังวลมากขึ้น หากโครงการ Digital Wallet (พ.ร.บ. กู้เงิน 5 แสนล้านบาท) ผ่านขั้นตอนการสอบถามจากคณะกรรมการกฤษฎีกาเกี่ยวกับข้อกฎหมาย และได้เข้าพิจารณาจากสภาผู้แทนราษฎรต่อจากพ.ร.บ. งบปี 2024 ซึ่งจะทำให้สถานการณ์ของ Bull Flattening Yield curve ซึ่งเป็นสัญญาณสะท้อนความกังวลต่อการชะลอตัวของเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มคลายตัวมากขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การเรียกส่วนชดเชยความเสี่ยง (Market risk premium) ที่สูงกว่าระดับปกติก่อนหน้านี้ ปรับตัวลดลงได้เช่นกัน (Figure 2) กล่าวคือ ดัชนี SET สามารถซื้อขายใน Valuation ที่แพงขึ้นได้ เป็นปัจจัยหนุนต่อการรีบาวนด์ของดัชนี SET

 

ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญวันนี้

+US FOMC Minute: ตลาดจะให้ความสนใจต่อสัญญาณของการประชุมเฟดที่ผ่านมา โดยเฉพาะแนวโน้มการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในอนาคต ซึ่งจะเป็นบวกต่อตลาดหุ้นโลก หากเฟดมีสัญญาณเร่งลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในช่วงต้นปี สอดคล้องกับคาดการณ์ของ CME FedWatch Tool ที่คาดว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงครั้งแรกในการประชุมเดือน มี.ค. 2024

+US รายงานภาคการผลิต (โดย ISM) เดือน ธ.ค. (Figure 1): Consensus คาดว่า ภาคการผลิตสหรัฐฯ ยังคงอยู่ในภาวะหดตัว แต่มีสัญญาณดีขึ้นเป็น 47.1 (Vs เดือน พ.ย. 46.7) เป็นผลจาก New Orders ที่มีสัญญาณดีขึ้นต่อเนื่อง (คาดเพิ่มขึ้นเป็น 48.5 Vs 48.3 ในเดือน พ.ย.) สะท้อนภาคการผลิตสหรัฐฯ อาจพลิกกลับมาเข้าสู่ภาวะขยายตัวได้อีกครั้งในปี 2024
-US JOLT’s Job Openings เดือน พ.ย.: คาดสะท้อนตลาดแรงงานยังคงอยู่ในภาวะตึงตัว โดย Consensus คาดการเปิดรับการจ้างงาน เพิ่มขึ้นเป็น 8.85 ล้านราย (Vs เดือน ต.ค. 8.733 ล้านราย) ส่วน Job Quits คาดอยู่ที่ 3.61 ล้านราย (Vs เดือน ต.ค. 3.628 ล้านราย) ซึ่งจะส่งผลต่อโมเมนตัมลบต่อการประกาศตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐฯ (วันศุกร์นี้) ที่มีมุมมองเชิงบวกมากกว่า ตลาดแรงงานเริ่มผ่อนคลายการตึงตัว คาดจ้างงานลดลงเป็น +163k (Vs เดือน พ.ย. +199k) อัตราว่างงานเพิ่มขึ้นเป็น 3.8% (Vs เดือน พ.ย. 3.7%) ค่าจ้างเฉลี่ยรายชั่วโมง เพิ่มขึ้น +0.3% MoM (Vs เดือน พ.ย. +0.4% MoM)

กลยุทธ์ลงทุน แนะนำ หุ้นบลูชิพที่มีปัจจัยบวกจากมาตรการช้อปดีมีคืน ได้แก่ CPN COM7 DOHOME

 

 

 

Strategic daily picks

CPN    ปิด 68.50 บาท/แนวรับ 66.50 บาท แนวต้าน 71.50 บาท

บริษัทคาดภาพรวมกำลังซื้อใน 4Q23 ดีกว่า 3Q23 โดยเฉพาะศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ปัจจุบันมีลูกค้าใช้บริการแตะระดับ 1.7 แสนคน/วัน เพิ่มขึ้น 133.33% เมื่อเทียบกับปี 2019 (ลูกค้าคนไทย 65% ต่างชาติ 35%) หนุนจากการเข้าสู่ช่วงเทศกาลจับจ่ายใช้สอย ขณะเดียวกันบริษัทตั้งเป้าหมายธุรกิจระยะ5 ปี มีรายได้เติบโตเฉลี่ย 14-16% ระหว่างปี 2023-27 โดยเน้นพัฒนาโครงการศูนย์การค้า ตั้งเป้าเพิ่มพื้นที่เช่าโดยเฉลี่ย 1 แสนตร.ม./ปี ทั้งนี้ Bloomberg Consensus ประมาณการกำไรสุทธิปี 2023 ที่ 1.39 หมื่นล้านบาท (+29.06% YoY) และมูลค่าเหมาะสมที่ 82.18 บาท

COM7    ปิด 26.50 บาท/แนวรับ 24.80 บาท แนวต้าน 28.25 บาท

คาดผลการดำเนินงาน 4Q23 ดีกว่า 3Q23 และ 4Q22 เป็นผลจาก ยอดขายต่อสาขาเดิม และการเปิดตัว iPhone 15 ขณะที่รายได้ในปี 2023 จะเป็นตามเป้าหมายที่คาดเติบโต 20% จากปี 2022 สำหรับการลงทุนซื้อสาขา BeBePhone จำนวน 118 สาขา เพื่อเพิ่มส่วนแบ่งตลาด ขยายฐานกลุ่มลูกค้า และเป็นการเสริมช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าเฮ้าส์แบรนด์ของกลุ่ม Accessories ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ทั้งนี้ Bloomberg Consensus ประมาณการกำไรสุทธิปี 2023 ที่ 3.2 พันล้านบาท (+5.36% YoY) และมูลค่าเหมาะสมที่ 29.78 บาท

DOHOME   ปิด 12.20 บาท/แนวรับ 11.80 บาท แนวต้าน 13.00 บาท

บริษัทมุ่งให้ความสำคัญกับการเพิ่มยอดขายสินค้า ภายใต้แบรนด์ของบริษัทเอง (เฮ้าส์แบรนด์) เพราะมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ในระดับดี หากเป็นไปตามแผนงานจะมีสัดส่วนรายได้จากเฮ้าส์แบรนด์เพิ่มเป็น 20% ในสิ้นปี 2023 และขยายตัวต่อเนื่องในปี 2024 ขณะเดียวกันบริษัทตั้งเป้ายอดขายปี 2024 เติบโตไม่ต่ำกว่า 10% เนื่องจากมีการทำตลาดลูกค้าใหม่ต่อเนื่อง ประกอบกับมีการนำเสนอสินค้าใหม่ ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้ามากขึ้น Bloomberg Consensus ประมาณกำไรสุทธิปี 2023 ที่ 608.3 ล้านบาท (-21.42% YoY) และมูลค่าเหมาะสมที่ 12.41 บาท

 

วิเคราะห์แนวโน้มตลาด : บล.กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จับตา US FOMC Minutes และการพิจารณาร่างงบประมาณปี 2024 ของไทย