วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์แนวโน้มตลาด : บล.ยูโอบี เคย์ เฮียนฯ อาจเริ่มมีแรงทำกำไรสลับ ยังเน้นการเลือกหุ้นรายตัว

เริ่มเห็นการหมุนกลุ่มในหุ้นต่างประเทศ ตลาดหุ้นยุโรปและสหรัฐฯ ปรับตัวลดลง จากผลตอบแทนพันธบัตรที่เริ่มปรับขึ้นหลังปรับลดลงมาแรงในช่วงที่ผ่านมา

หุ้นสหรัฐฯ มีแรงทำกำไรในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ และเซมิคอนดัคเตอร์ (SOX -3.65%) ขณะที่มีแรงเก็งกำไรไปยังกลุ่มอื่นที่ Defensive มากขึ้น เรามองตลาดหุ้นไทยยังมีโมเมนตัมเก็งกำไรเชิงบวก เพียงแต่อาจเผชิญแรงขายทำกำไรสลับตัวในช่วงที่ยังไม่มีปัจจัยผลักดันใหม่ 

กลุ่มธนาคารพาณิชย์ จับตา NPL คาดรายงานกำไรไตรมาส 4/66 ที่ 4.5 หมื่นล้านบาท -11% QoQ, +36% YoY ปัจจัยกดดันมาจาก NPL ที่มีโอกาสเร่งขึ้นและคุณภาพลูกหนี้ที่มีโอกาสแย่ลง จากหลายปัจจัย ได้แก่ การปรับเพิ่มการจ่ายชำระขั้นต่ำบัตรเครดิตเป็น 8% (จาก 5%), การสิ้นสุดระยะเวลาผ่อนผันการจัดชั้นลูกหนี้ ขณะที่ส่วนต่างดอกเบี้ย (NIM) คาดจะสูงสุดในไตรมาสนี้ ก่อนที่จะเริ่มชะลอลงจากผลของต้นทุนทางการเงิน (credit cost) ที่ปรับเพิ่ม ส่งผลให้กำไรกลุ่มธนาคารในช่วง 1-2 ไตรมาสหน้า จะเริ่มเผชิญแรงกดดัน ขณะที่ธนาคารขนาดเล็กมีความเสี่ยงจากหลักประกันสินเชื่อที่เป็นรถยนต์จะปรับลดลงตามราคารถยนต์มือสองที่ลงแรง ในกลุ่มนี้ เราเน้นเลือกเฉพาะธนาคารใหญ่ที่ยัง Laggard โดยให้ Top pick คือ SCB
 

BCP งบไตรมาส 4/66 มีโอกาสขาดทุน โดยมาจาก 1) กำไรปกติที่ชะลอลง 2) การตั้งสำรองเกี่ยวกับการซื้อธุรกิจสำรวจและผลิต 2,000 ล้านบาท 3) ขาดทุนจากสต็อคตามราคาน้ำมันที่ปรับลดลง 1,000 ล้านบาท 4) กำไรจากการขายโรงไฟฟ้าที่ญี่ปุ่น 1,000 ล้านบาท ยังไม่พอที่จะหักล้างผลของรายการตั้งสำรองข้างต้น เรามองการปรับลดลงเป็นโอกาสในการซื้อโดยประเมินจุดสะสมแถว 39-40 บาท

ภาพรวมกลยุทธ์ แกว่งตัว 1,415-1,450 จุด กลุ่มหุ้นที่กระแสเงินสดดีและปันผลสูง ค่อนข้างยืนได้ดีและแข็งแกรงกว่าภาพรวม กลุ่มธนาคารใกล้ประกาศผลประกอบการ เรามองธนาคารใหญ่ที่มีความเสี่ยงการตั้งสำรองต่ำมีโอกาสเคลื่อนไหวได้ดี ขณะที่ธนาคารเล็กมีความเสี่ยงตั้งสำรองหนี้เสียและการลดลงของราคารถยนต์มือสอง

หุ้นแนะนำ: SCB*, BSRC*, SAMART*, SAFE*

แนวรับ: 1,415 / แนวต้าน : 1,438 จุด 

สัดส่วนลงทุน: เงินสด 40% vs พอร์ตหุ้น 60%

ประเด็นการลงทุนที่น่าสนใจ

วันนี้เป็นวันแรกที่มีการอภิปรายงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 

จีนให้ฟรีวีซ่าฟรีถาวรนักท่องเที่ยวไทย – วานนี้ นายกฯ แถลงว่าทางการจีนเตรียม Free visa VISA ให้กับนักท่องเที่ยวไทยถาวร มีผล 1 มี.ค. นี้ และไทยเตรียมประกาศให้มาตรการ Free visa ถาวร ให้นักท่องเที่ยวจีนเช่นกัน

ครม. มีมติให้ปรับโครงสร้างภาษีสุราพื้นบ้านเหลือ 0%- ครม. มีมติให้ปรับโครงสร้างและอัตราภาษีสุราเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว โดยปรับอัตราภาษีสุราพื้นบ้านให้เหลือ 0% 

 


 

ททท. รายงานจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ ปี 66 – รมว. ว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แถลงจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติปี 66 ที่ 28 ล้านคน สร้างรายได้รวม 1.2 ล้านล้านบาท 

ราคาน้ำมันดิบปรับลดลง – ราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับลดลง -1.77%DoD หลังมีความคาดหมายลดลงเกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของ Fed 

กลต. ปรับปรุงเกณฑ์การออกหลักทรัพย์ – ก.ล.ต. ปรับปรุงหลักเกณฑ์การอนุญาตให้เสนอขายหุ้นและการเปิดเผยข้อมูลของบริษัทจดทะเบียน โดยกำหนดให้การประกอบธุรกิจของบริษัทที่ออกหุ้นหรือบริษัทจดทะเบียนไม่มีลักษณะ investment company (ทันหุ้น)

Central Group - หุ้น CPN CRC เมื่อวานลงเพราะช่วงปีใหม่มีข่าวเกี่ยวกับ partner ที่ไปลงทุน Selfridges มีปัญหาอาจต้องขายหุ้น (ทำให้ Central อาจต้องเพิ่มทุนในตัวนี้ หรือกู้ก้อนใหญ่)

KEX – ปรับโครงสร้างการถือหุ้น โดย KLN ผู้ถือหุ้นใหญ่ทางอ้อม จะจ่ายปันผลพิเศษเป็นหุ้น KEX ที่ถือทั้งหมด 907.2 ล้านหุ้น ส่งผลให้หลังธุรกรรมดังกล่าว SFTH จะกลายมาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ใน KEX ด้วยสัดส่วนการถือหุ้น 26.8% ซึ่งจะส่งผลให้ต้องทำคำเสนอซื้อ โดยมีการกำหนดราคามาที่ 5.50 บาท เป็นบวกแค่จิตวิทยา คาด VGI PLANB ไม่ขาย tender เพราะจะต้องตั้งสำรองขาดทุนในระดับสูง

MGI, BROOK, ติด Cash balance ส่วน JTS ติดระดับ 2 ช่วง 2-18 ม.ค. 67 

ZIGA เข้าเกณฑ์ติด Cash Balance ถึง 23 ม.ค.

 

ประเด็นติดตาม: 3 ม.ค. - ISM Manufacturing PMI (Dec), JOLTs Job Openings (Nov) / 4 ม.ค. - ADP Nonfarm Employment Change (Dec), S&P Global Services PMI (Dec)/ 5 ม.ค. - Non Farm Payrolls (Dec), Average Hourly Earnings 

(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)