มีมุมมองเชิงบวกต่อต้นปี ขณะที่ปลายปียังต้องติดตามแนวโน้มการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก เรามีมุมมองเชิงบวกต่อภาพการลงทุนในช่วงต้นปี ซึ่งยังได้รับแรงหนุนจากภาวะเงินเฟ้อที่ชะลอตัว (Disinflation) และการผ่อนคลายความตึงตัวของมาตรการทางการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ
ขณะที่ปัจจัยภายในประเทศ คาดตลาดตอบรับเชิงบวกต่อ 1) การเติบโตทางเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มเร่งตัวมากขึ้นในปีนี้ (GDP ปี 2567 ที่ 3.2% vs ปี 2566 ที่ 2.4-2.5% ) 2) ผลดีของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ (เพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ, E-receipt) ที่จะเริ่มส่งผลบวกต่อกำลังซื้อ 3) ผลดีของมาตรการลดค่าครองชีพในช่วงที่ผ่านมา (ลดค่าไฟ ลดราคาน้ำมันหน้าปั๊ม) ที่จะส่งผลบวกต่อการบริโภค ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกต่อการฟื้นตัวของตลาดหุ้นไทยในช่วงต้นปี
อัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูง จะทำให้การฟื้นตัวของบริษัทและกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆเร็วช้าไม่เท่ากัน ดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูง จะทำให้ตราสารหนี้เป็นคู่แข่งที่สำคัญของการลงทุนในหุ้น สำหรับ Theme การลงทุนในช่วงครึ่งปีแรก 2567 เรามีมุมมองดังนี้ 1) เลือกหุ้นพื้นฐานดี หนี้น้อย จ่ายปันผลสูง ซึ่งผลตอบแทนปันผลที่ดีจะช่วยให้หุ้นในกลุ่มนี้มีความน่าสนใจและดึงดูดเม็ดเงินลงทุน 2) หุ้นที่ได้ประโยชน์จากเงินบาทอ่อนค่า ส่วนต่างดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐฯ และไทย ที่กว้าง ยังเป็นปัจจัยขัดขวางเงินทุนไหลเข้า และมีโอกาสทำให้เงินทุนไหลออก ตลอดจนการอ่อนค่าเงินบาท มีโอกาสเกิดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะบวกต่อทั้งกลุ่มได้ประโยชน์ทางตรงอย่างหุ้นส่งออก (อิเล็กทรอนิกส์และอาหาร) และทางอ้อมอย่างกลุ่มบริการ (ท่องเที่ยวและการแพทย์) 3) กลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการปรับน้ำหนักหรือเพิ่มน้ำหนักในดัชนี SET50FF/SET100FF ซึ่งจะทำให้กลุ่มหุ้นที่มี free float สูง มีโอกาสได้รับน้ำหนักการลงทุนเพิ่ม (ดีต่อธนาคาร, การแพทย์ และอสังหาริมทรัพย์ตัวใหญ่) หุ้น Top pick สำหรับครึ่งปีแรกของเรา ได้แก่ ADVANC, BDMS, EA, EGCO, BSRC, MAJOR, PTT, SCB, TU
ภาพรวมกลยุทธ์ แกว่งตัว 1,400-1,430 จุด กลุ่มหุ้นที่กระแสเงินสดดีและปันผลสูง ค่อนข้างยืนได้ดีและแข็งแกรงกว่าภาพรวม กลุ่มธนาคารใกล้ประกาศผลประกอบการ เรามองธนาคารใหญ่ที่มีความเสี่ยงการตั้งสำรองต่ำมีโอกาสเคลื่อนไหวได้ดี ขณะที่ธนาคารเล็กมีความเสี่ยงตั้งสำรองหนี้เสียและการลดลงของราคารถยนต์มือสอง
หุ้นแนะนำ: SCB*, BSRC*, CPN*, CRC*
แนวรับ: 1,400 / แนวต้าน : 1,430 จุด
สัดส่วนลงทุน: เงินสด 40% vs พอร์ตหุ้น 60%
ประเด็นการลงทุนที่น่าสนใจ
จีนเตรียมผ่อนปรนขั้นตอนขอวีซ่าให้นักท่องเที่ยวสหรัฐ - สถานทูตจีนในกรุงวอชิงตันประกาศว่า จีนจะผ่อนปรนขั้นตอนการขอวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยวสหรัฐตั้งแต่ 1 ม.ค. เป็นต้นไป โดยงการขอวีซ่าท่องเที่ยวจะไม่ต้องยื่นเอกสารการจองตั๋วเครื่องบิน โรงแรม หรือจดหมายเชิญแล้ว (อินโฟเควสท์)
คลัง เผยส่งออก-บริโภค-ท่องเที่ยวคึกคักหนุนเศรษฐกิจไทย พ.ย.เงินเฟ้อลดลงต่อเนื่อง - สศค. เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในเดือนพ.ย.66 ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการส่งออกสินค้า การบริโภคภาคเอกชน ภาคการท่องเที่ยวที่ขยายตัวต่อเนื่อง ทั้งจากนักท่องเที่ยวต่างประเทศ และผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย รวมถึงอัตราเงินเฟ้อที่ปรับตัวลดลงต่อเนื่อง (อินโฟเควสท์)
ททท. คาดรายได้สะพัดรับท่องเที่ยวปีใหม่ - การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยคาดการณ์ว่า ในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2567 บรรยากาศการเดินทางท่องเที่ยวไทย ทั้งตลาดต่างประเทศ และตลาดในประเทศจะคึกคักขึ้น ลุ้นรายได้ท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 44% (ข่าวหุ้น)
E-receipt และ ประกาศขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ มีผล 1 ม.ค. - ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศอัตราค่าจ้างฉบับใหม่ ขึ้นค่าจ้าง 2-16 บาทต่อวัน ตามมติบอร์ดค่าจ้าง และเริ่มใช้สิทธิ “Easy e-Receipt” มีผล 1 มกราคม 2567 (ประชาชาติ)
รถไฟฟ้าสายสีเขียว เริ่มเก็บค่าโดยสาร ส่วนต่อขยาย วันนี้ - กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้ออกประกาศการกำหนดอัตราค่าโดยสารที่เรียกเก็บโดยกรุงเทพมหานคร ในเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีเขียว ส่วนต่อขยาย ในอัตราสูงสุด 15 บาทตลอดสาย ตั้งแต่วันที่ 2 ม.ค. 2567 (กรุงเทพธุรกิจ)
เก็บภาษีจากการลงทุนหุ้นต่างประเทศ 1 ม.ค. - กรมสรรพากร ยืนยันว่าจะมีการเก็บภาษีเงินได้ ของบุคคลธรรมดา ที่มีรายได้จากต่างประเทศ รวมไปถึงเงินได้จากการลงทุนในหุ้นต่างประเทศ โดยจะเริ่มต้นวันที่ 1 ม.ค. 67
MGI, BROK, ติด cash balance ส่วน JTS ติดระดับ 2 ช่วง 2-18 ม.ค. 67
ประเด็นติดตาม: 3 ม.ค. - ISM Manufacturing PMI (Dec), JOLTs Job Openings (Nov) / 4 ม.ค. - ADP Nonfarm Employment Change (Dec), S&P Global Services PMI (Dec)
(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)









