ทางเทคนิค คาด SET Index เคลื่อนไหว Sideways Up แนวต้าน 1,405/1,412 จุด (EMA 50 วัน) แนวรับ 1,393/1,388 จุด (EMA 10/25 วัน) โดยดัชนีฯ อยู่ในช่วงของการแรลลี่ หลังจากดัชนีฯ พุ่งขึ้นแรงจาก 1,354.73 จุด เมื่อวันที่ 13 ธ.ค.
โดยมีแนวต้านสำคัญสำหรับการทดสอบว่าไปต่อได้หรือไม่อยู่ที่ 1,412 จุด ในทางตรงกันข้าม ดัชนีฯ จะเปลี่ยนเป็นสัญญาณอ่อนตัว หากดัชนีฯ หลุดแนวรับ 1,393 จุด
ประเด็น Event สำคัญ วันนี้
+/-Opportunity Day: จับตาสัญญาณ Earnings Guidance ของบจ.WARRIX SKE NNCL FVC KK ACE GVREIT คาดส่งผลกระทบต่อราคาหุ้นรายตัว หากมีสัญญาณ Negative/Positive Guidance
+/-มุมมองต่ออัตราดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐฯ อาจเป็นปัจจัยสร้างความผันผวนต่อตลาดหุ้นโลก อิงความแตกต่างกันมากระหว่าง Dot Plot ของเฟด ซึ่งคาดว่าปี 2024E จะปรับลดดอกเบี้ยลง 3 ครั้ง กับมุมมองของตลาด (CME FedWatch Tool) คาดปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลง 6 ครั้ง ขณะที่วันแรกของการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายเฟด ยังมีความแตกต่างกันมาเช่นกัน โดยตลาดคาดว่าจะเกิดขึ้นในเดือน มี.ค. 2024 แต่มุมมองของนักวิเคราะห์ คาดว่าจะเกิดขึ้นในเดือน มิ.ย.-ก.ค. ซึ่งสอดคล้องกับมุมมองของประธานเฟดหลายท่าน อาทิ Fed NY Williams, Fed Chicago Goolsbee ฯลฯ ที่ออกมาส่งสัญญาณเตือนว่า ณ ปัจจุบัน เฟดไม่มีแนวโน้มที่จะเร่งปรับลดอัตราดอกเบี้ยเร็วอย่างที่ตลาดคาดการณ์
ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญวันนี้
+US: รายงาน 3Q23E GDP Growth ครั้งสุดท้าย โดย Consensus คาด +5.2% QoQ (Vs 2Q23 GDP +2.1% QoQ) ส่วนอัตราเงินเฟ้อ 3Q23 US PCE/Core PCE +2.8% QoQ คาด 2.8% QoQ (จาก 2.5% QoQ) และ 2.3% QoQ (จาก 3.7% QoQ) ขณะที่ CB Leading Index เดือน พ.ย. คาด -0.4% MoM (Vs เดือน ต.ค. -0.8% MoM) เราคาดว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ปี 2023E มีแนวโน้มเติบโตสูงกว่าคาดการณ์ของ Fed ที่ประมาณการไว้ที่ 2.6% YoY เป็น 3% QoQ อิงคาดการณ์ 4Q23E GDP Growth ล่าสุดของ Fed Atlanta อยู่ที่ +2.7%QoQ ทั้งนี้ เศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่เติบโตดีกว่าคาดจะทำให้โอกาสที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ มีแนวโน้มเกิด No Landing/Soft Landing มีความเป็นไปได้สูงขึ้น (เป็น Positive Sentiment ต่อตลาดหุ้นสหรัฐฯ)
+/-US Earnings Results: Nike รายงานผลประกอบการ 2Q24 สิ้นสุดเดือน พ.ย. 2023 ของบริษัทฯ หลังตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดทำการคืนนี้ โดย Consensus คาด EPS USD0.84 ส่วน 2Q23 EPS อยู่ที่ USD0.85
กลยุทธ์ลงทุน แนะนำ หุ้นรับผลบวกจากกระแสดอกเบี้ยโลกเปลี่ยนเป็นทิศทางขาลง ได้แก่ AP ADVANC SAWAD
Strategic daily picks
AP ปิด 10.80 บาท/แนวรับ 10.40 บาท แนวต้าน 11.40 บาท
บริษัทประสบความสำเร็จกับยอดขายคอนโดมิเนียม RHYTHM เจริญนคร ไอคอนิค มูลค่าโครงการ 5 พันล้านบาท โดยเปิดจองรอบแรกได้รับการตอบรับอย่างดีทั้งในไทยและต่างประเทศ ทำให้สามารถกวาดยอดขายรวมทะลุถึง 4 พันล้านบาท คิดเป็น 80% จากทั้งโครงการ ซึ่งเกินเป้าหมายที่กำหนดไว้ ทั้งนี้ AP ยังคงเป้ายอดขายทั้งปี23 ที่ 5.8 หมื่นล้านบาท (โครงการแนวราบ 3.5 หมื่นล้านบาท ที่เหลือเป็นโครงการคอนโดมิเนียม) Bloomberg Consensus ประมาณการกำไรสุทธิปี 2023 ที่ 6.22 พันล้านบาท (+5.80% YoY) และมูลค่าเหมาะสมที่ 14.31 บาท
ADVANC ปิด 220.00 บาท/แนวรับ 214.00 บาท แนวต้าน 227.00 บาท
บริษัทฯแยกสายธุรกิจบรอดแบนด์ AIS FIBRE ขึ้นมาบริหารจัดการ หลังจากควบรวม AIS FIBRE และ 3BB โดยจะนำโครงสร้างพื้นฐานด้านบรอดแบนด์ไฟเบอร์และอินเทอร์เน็ต มีความเร็วแรงของทั้ง 2 องค์กรเข้ามาพัฒนาและต่อยอดทั้งคุณภาพการให้บริการ อย่างไรก็ดี ADVANC ตั้งเป้าการเติบโตของรายได้ที่ 5-8% ต่อปี สำหรับธุรกิจอินเทอร์เน็ต ด้วยแรงหนุนจาก cross-sell และการ upsell Bloomberg Consensus ประมาณการกำไรสุทธิปี 2023 ที่ 2.91 หมื่นล้านบาท (+11.93% YoY) และมูลค่าเหมาะสมที่ 257.33 บาท
SAWAD ปิด 42.25 บาท/แนวรับ 40.00 บาท แนวต้าน 44.00 บาท
แนวโน้มสินเชื่อปี 2024E คาดเติบโตนำโดยสินเชื่อจำนำทะเบียนเป็นหลัก แต่ควบคุมความเสี่ยงด้วยการกำหนด LTV ในขณะฝั่งเช่าซื้อจักรยานยนต์ไม่เน้นเร่งเติบโตแบบในอดีตที่ผ่านมา และตั้งเป้าหมาย NPL กลับไปอยู่ในระดับ 3-4% ซึ่งเป็นระดับปกติ (3Q23 อยู่ที่ 2.7%) โดยแนวโน้ม credit cost ปี 2024E อยู่ที่ประมาณ 1.5%-1.8% ดีขึ้นเล็กน้อยหรือใกล้เคียงกับปี 2023E KTX แนะนำ “ซื้อ” มูลค่าเหมาะสมที่ 56.43 บาท









