ตลาดยังเคลื่อนไหวอยู่บนสมดุลของนโยบายการเงินและการเติบโตทางเศรษฐกิจ ปัจจัยภายนอก ตลาดหุ้นยุโรปและสหรัฐฯ ปรับขึ้นสะท้อนความหวังเชิงบวกต่อคาดการณ์ธนาคารกลางมีโอกาสเริ่มลดดอกเบี้ยนโยบายในปีหน้า
ขณะที่โมเมนตัมของตัวเลขเศรษฐกิจหลายตัวยังออกมาในทิศทางแข็งแกร่งซึ่งช่วยลดความกังวลความเสี่ยงเศรษฐกิจ ชะลอตัว นอกจากนี้การที่ผู้ว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น ยังไม่ส่งสัญญาณเปลี่ยนแปลงทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินในเร็วๆนี้ ทำให้บรรยากาศลงทุนเชิงบวกได้รับการสนับสนุนจากค่าเงินเยนที่กลับมาอ่อนค่าลง ขณะที่ปัจจัยภายใน เม็ดเงินจากกองทุน TESG ที่น่าจะทยอยเข้าลงทุนในสัปดาห์นี้ คาดจะเป็นปัจจัยบวกต่อการฟื้นตัวของหุ้นรายตัว
หุ้นขนาดกลาง-เล็ก มีแนวโน้มเริ่มฟื้นตัวได้ดี เมื่อพิจารณาหุ้นไทยจากดัชนี FTSE SET Large/Mid/Small Caps เทียบกับ SET Index ตลาดหุ้นไทยนับจากต้นปีถึงปัจจุบัน ปรับลดลง 16.5% โดยหุ้นขนาดใหญ่ปรับลดลง 12% ขณะที่หุ้นขนาดกลาง-เล็กปรับลดลงมากกว่าที่ 21% และ 20% ขณะที่ PER ในปัจจุบันหุ้นใหญ่และกลางอยู่ที่ 14.82 และ 14.26 ขณะที่หุ้นเล็กอยู่ที่ 10.78 เท่า ขณะที่ผลตอบแทนเงินปันผลหุ้นใหญ่-กลาง-เล็ก อยู่ที่ 3.10%, 4.00% และ 3.73% ซึ่งจะเห็นว่าหุ้นกลางและเล็กเริ่มอยู่ในจุดที่ผลตอบแทนและ Valuation เริ่มมีความจูงใจ ทำให้เราประเมินจะเห็นการเคลื่อนไหวที่ดีในกลุ่มเหล่านี้ในช่วงที่ตลาดไม่มีความเคลื่อนไหวจากเงินทุนต่างชาติที่ชัดเจน หุ้นในโซนล่างที่น่าสนใจ และมีโอกาสฟื้นตัวในช่วงสั้น ได้แก่ SVT, PSP, FORTH, FSMART, KEX (ควรเก็งกำไรแบบกำหนดจุเดตัดขาดทุน)
ภาพรวมกลยุทธ์ การกลับมายืนเหนือ 1,366 จุด ทำให้ภาพตลาดเป็นการฟื้นตัวในกรอบ 1,366-1,430 จุด โดยช่วงสั้นมีโอกาสลุ้นทดสอบ 1,400-1,430 จุด กลุ่มหุ้นที่กระแสเงินสดดีและปันผลสูง ค่อนข้างยืนได้ดีและแข็งแกรงกว่าภาพรวม จะเป็นตัวประคองตลาด และอาจทำให้หุ้นกลางหุ้นเล็ก รวมถึงหุ้นไวต่อดอกเบี้ย ฟื้นได้ดีในช่วง 2 เดือนนี้
หุ้นแนะนำ: CPALL*, EPG*, AEONTS*, SAMART*
แนวรับ: 1,385 / แนวต้าน : 1,400 จุด
สัดส่วนลงทุน: เงินสด 40% vs พอร์ตหุ้น 60%
ประเด็นการลงทุนที่น่าสนใจ
วันนี้จับตา ประเด็นถกค่าแรง และการประชุม กสทช. หลังควบรวม ทรู-ดีแทค– รมว. แรงงาน นำมติขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 2-16 บาทรวมกลุ่ม 17 จังหวัดของบอร์ดค่าจ้าง เพื่ออนุมัติภายในเดือน ธ.ค. ละประกาศใช้พร้อมกัน 1 ม.ค. 2567และ จับตาการประชุม กสทช. (กรุงเทพธุรกิจ)
ครม.ไฟเขียว EV 3.5 เคาะเริ่มใช้ 2 ม.ค. 67 อุดหนุนสูงสุด 1 แสนต่อคัน - ครม.ไฟเขียวมาตรการ EV 3.5 เริ่มใช้ 2 ม.ค. 2567 ให้เงินอุดหนุนสูงสุด 1 แสนบาท/คัน บีโอไอผนึกกำลัง 4 หน่วยงาน แจงมาตรการยานยนต์ 22 ธ.ค.นี้ (ประชาชาติ)
ครม. เห็นชอบอนุมัติงบ 4.9 พันล้านบาท ทำมาตรการ แก้หนี้ทั้งระบบ 3 กลุ่ม – ครม. อนุมัติงบ 4.9 พันล้านบาท ทำมาตรการ แก้หนี้ทั้งระบบ 3 กลุ่ม เอสเอ็มอี-รายย่อยที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 และ สินเชื่อเพื่อช่วยเหลือและรองรับลูกหนี้นอกระบบ (การเงินการธนาคาร)
ครม. เคาะตรึง ค่าไฟ กลุ่มเปราะบาง 3.99 บาท/หน่วย ปชช. ทั่วไปไม่เกิน 4.20 บาท/หน่วย - ตรึง ค่าไฟ กลุ่มเปราะบาง 3.99 บาท/หน่วย ประชาชนทั่วไปไม่เกิน 4.20 บาท/หน่วย คงราคาก๊าซ LPG ไว้ที่ 423 บาท/ถัง ดีเซลไม่เกิน 30 บาท/ลิตร (การเงินการธนาคาร)
SCGD เข้าเทรดวันนี้วันแรก - ขึ้นแท่นการเสนอขายหุ้น IPO ขนาดใหญ่ที่สุดในปีนี้ มีมูลค่าหลักทรัพย์ (Market cap) ณ ราคา IPO ที่ 18,975 ล้านบาท เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ แทน COTTO โดยมีการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ SCGD รวมจำนวนทั้งสิ้น 439,100,000 หุ้น ที่ราคา 11.50 บาทต่อหุ้น (กรุงทพธุรกิจ)
TESG - ในกลุ่มที่มี ESG rating AAA และ AA ที่มีโอกาสเป็นเป้าหมายการเข้าซื้อ ได้แก่ ADVABC, BCP, CPALL, CPAXT, CPF, CRC, PTT, SCGP, TISCO, BCPG, BDMS, CPN, EA, EGCO, MAJOR, RATCH, SCB เป็นต้น
ประเด็นติดตาม: 20 ธ.ค. - US CB Consumer Confidence, Existing Home Sales, ผลประกอบการหุ้น Micron Technology/ 21 ธ.ค. - US GDP (Q3), Initial Jobless Claims, Philadelphia Fed Manufacturing Index
(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)









