วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์แนวโน้มตลาด : บล.โกลเบล็ก Rebound ต่อ

วันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ดัชนีรีบาวนด์ต่อเนื่อง หลังจากปรับตัวลงแรงในวันก่อนหน้า โดยดัชนีปรับตัวขึ้นมากกว่าที่ลดลงในวันก่อนหน้า ดัชนีปรับตัวขึ้นเป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นต่างประเทศ มีแรงซื้อนำโดยหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ พลังงาน และค้าปลีก

หลังจากตลาดตอบรับประเด็นคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของเฟด ส่งสัญญาณหั่นดอกเบี้ย 3 ครั้งปีหน้า ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,378.94 จุด +20.97 จุด +1.54% มูลค่าการซื้อขาย 40,898 ลบ. Program Trading +1,737.77 ลบ. ต่างชาติ +3,480.27 ลบ. TFEX +41,005 สัญญา ตราสารหนี้ -1,008.27 ลบ.

ปัจจัยบวก    

+ ดัชนีดาวโจนส์ +158.11 จุด หรือ +0.43% ปิดที่ระดับสูงสุดติดต่อกันเป็นวันที่ 2 เนื่องจากนักลงทุนยังคงขานรับธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่ส่งสัญญาณชัดเจนว่าจะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีหน้า
+ สัญญาน้ำมันดิบ WTI +2.11 ดอลลาร์ หรือ +3.04% ปิดที่ 71.58 ดอลลาร์/บาร์เรล ได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าของดอลลาร์ และจากการที่สำนักงานพลังงานสากล (IEA) ปรับเพิ่มคาดการณ์อุปสงค์น้ำมันในตลาดโลกปีหน้า
+ FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 81.4% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 5.25-5.50% ในการประชุมวันที่ 30-31 ม.ค. 2567 และให้น้ำหนัก 72.6% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 5.00-5.25% ในการประชุมเดือนมี.ค. 2567 จากเดิมที่คาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างเร็วที่สุดในการประชุมเดือนพ.ค. 2567
+ ECB มีมติคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมตามคาด เป็นการตรึงอัตราดอกเบี้ยติดต่อกันเป็นครั้งที่ 2 ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยเงินฝากอยู่ที่ระดับ 4.00% ขณะที่อัตราดอกเบี้ยเงินกู้อยู่ที่ระดับ 4.75% ส่วนอัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์อยู่ที่ระดับ 4.50%

ปัจจัยลบ

- สหรัฐเปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลง 19,000 ราย สู่ระดับ 202,000 รายในสัปดาห์ที่แล้วต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนต.ค. และต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 220,000 ราย
 

- UN ระบุว่า ความเสียหายทางเศรษฐกิจจากการสู้รบในฉนวนกาซาต่อประเทศใกล้เคียง เช่น เลบานอน อียิปต์ และจอร์แดน อาจพุ่งแตะอย่างน้อย 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในปีนี้ และส่งผลให้ผู้คนมากกว่า 230,000 คนต้องตกอยู่ในภาวะยากจน
- อัตราเงินเฟ้อของอาร์เจนตินาพุ่งสูงเกินคาดที่ระดับ 161%YoY ในเดือนพ.ย. สะท้อนปัญหาใหญ่ทางเศรษฐกิจที่นาย ฆาบิเอร์ มิเลย์ ประธานาธิบดีคนใหม่ของอาร์เจนตินา ต้องเร่งแก้ไข
- เวิลด์แบงก์ ปรับประมาณการ GDP ไทยปี 66 เหลือ 2.5% จากเดิมคาด 3.4% และในปี 67 ขยายตัวเหลือ 3.2% จาก 3.5% ไม่รวมเงินดิจิทัลวอลเล็ต ถ้ารวมดิจิทัลวอลเล็ตจะเพิ่มอีก 1%
- ก.คลังสั่ง ก.ล.ต. พิจารณาศึกษายกเลิก "โปรแกรมเทรดดิ้ง" หากพบกระทบตลาดหุ้น

แนวโน้มตลาดวันนี้    

คาดดัชนีวันนี้มีโอกาสลุ้น Rebound ต่อ ตามทิศทางตลาดภูมิภาค เนื่องจากนักลงทุนยังคงขานรับเฟด ที่ส่งสัญญาณชัดเจนว่าจะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีหน้า ประกอบกับราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับตัวขึ้นแรง หนุนหุ้นกลุ่มพลังงาน มองกรอบดัชนีในวันนี้ 1,370-1,385 จุด

กลยุทธ์การลงทุน    

• Easy E-Receipt : BJC CPALL CPAXT CRC CPN COM7 SPVI CPW JMART HMPRO DOHOME GLOBAL ZEN M AU TNP KK
• หุ้นที่มี ESG สูง และอยู่ใน SET50 : ADVANC CPALL CPF CRC OR PTTEP TOP
• ยอดส่งออกเดือน ต.ค. เติบโต : ITC AAI CH PDJ NRF XO
• ราคาถ่านหินปรับตัวขึ้น 27% จากเดือน พ.ย. : BANPU LANNA AGE

 

หุ้นรายงานพิเศษ  

AURA - Bloomberg Consensus 18.00 บาท
4Q66-1Q67 คาดเข้าสู่ช่วง Peak ของบริษัท

วิเคราะห์แนวโน้มตลาด : บล.โกลเบล็ก Rebound ต่อ

•รายงานรายได้ 3Q66 เท่ากับ 6,708 ลบ. -4%YoY, -12%QoQ และมีกำไรสุทธิ 142 ลบ. +26%YoY, -29%QoQ สาเหตุมาจากราคาทองคำไทยทำ New High ส่งผลให้ยอดขายทองคำลดลง ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 8% ใน 3Q65 เป็น 9% เนื่องจากบริษัทมีรายได้จากธุรกิจขายฝากทองรูปพรรณมากขึ้นซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีอัตรากำไรสูง ขณะที่กำไรสุทธิ 9M66 เท่ากับ 608 ล้านบาท +23%YoY

•ผู้บริหาร ตั้งเป้ารายได้ทั้งปี 66 เท่ากับ 3 หมื่นล้านบาท +2%YoY โดยรายได้ 9M66 คิดเป็น 73% จากประมาณทั้งปี อีกทั้ง 4Q66 เตรียมขยายร้านเพิ่มอีก 1 สาขา รวมทั้งปี 66 มีสาขาทั้งหมด 343 สาขา ส่วนธุรกิจขายฝากทองรูปพรรณตั้งเป้ามีบัญชีลูกหนี้มูลค่า 2.7 พันล้านบาท +42%YoY หนุนกาไรเติบโตต่อเนื่อง

•ความเห็น ฝ่ายวิจัยมีมุมมองเป็นบวกต่อผลประกอบการ 4Q66-1Q67 เนื่องจากเข้าสู่ช่วง Seasonal ของบริษัท อีกทั้งคาดการณ์ดัชนีดอลลาร์มีแนวโน้มอ่อนตัวลงต่อเนื่องเป็นปัจจัยหนุนราคาทองคำ ส่วนปลายปีผู้บริโภคมีแนวโน้มซื้อทองคำมากขึ้น เนื่องจากกังวลช่วงปีใหม่และตรุษจีนราคาทองคำอาจปรับตัวสูงขึ้น ช่วยหนุนยอดขายทองคำเพิ่มขึ้นตั้งแต่ 4Q66 เป็นต้นไป ทั้งนี้ Bloomberg consensus คาดกำไรทั้งปี 66 เท่ากับ 864 ลบ. +22%YoY กำไร 9M66 คิดเป็น 70% ของประมาณการทั้งปี ขณะที่ราคาหุ้นปรับตัวลงมา -18%YTD ทำให้หุ้นซื้อขายที่ P/E 23 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่ม 29 เท่า เราจึงแนะนำ “ซื้อ”

หุ้นมีข่าว

(+) DMT (Bloomberg consensus 14.20 บาท) ปริมาณจราจรเดือนพฤศจิกายน 2566 ทำนิวไฮในรอบปีนี้ที่ 1.14 แสนคันต่อวัน จากการท่องเที่ยวหนุน คาดเดือนธันวาคมโตต่อ มั่นใจทั้งปีทะลุ 1.1 แสนคันต่อวัน คงเป้ารายได้ปีนี้โต 30% พร้อมประมูลโครงการ M5-M82 ของภาครัฐ (ที่มา ทันหุ้น

(+) SPVI (Bloomberg consensus - บาท) เดินหน้าขายสินค้าไอทีกลุ่มโรงพยาบาล โรงเรียน ชี้แนวโน้มดิจิทัลเปลี่ยนหนุนดีมานด์อุปกรณ์สื่อสารล้น ตั้งเป้ายอดขาย 50 ล้านบาท ด้านผู้บริหาร "ไตรสรณ์ วรญาณโกศล" มองแผนการเติบโต Conservative คาดยอดขายปีนี้มาตามนัด (ที่มา ทันหุ้น)

(+) SVT (Bloomberg consensus - บาท) คาดไตรมาส 4/2566 ผลงานรวมเติบโตดี รับอานิสงส์ช่วงไฮซีซันฤดูกาลท่องเที่ยว เดินหน้าอัดโปรโมชั่นหนุนยอดขายตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ และเดินหน้าขยายพื้นที่ติดตั้งตู้อัตโนมัติของบริษัทเองครอบคลุม 17,000 ตู้ ตามเป้า เจาะกลุ่มลูกค้าและพื้นที่ใหม่ๆ เพิ่มขึ้น (ที่มา ทันหุ้น)

(+) WICE (Bloomberg consensus 8.43 บาท) ลงนามประกาศปิดดีลเมกะโปรเจ็กต์ระยะเวลา 15 ปี เซ็นสัญญารับจัดการขนส่งเชื้อเพลิงชีวมวลอัดแท่ง (Wood Pellet) ร่วมกับ บจ.สีพันดอน-ราชลาว มูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท พร้อมส่งเสริมความยั่งยืน นำร่องแนวทาง ESG ด้วย EV TRUCK จากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ถึงท่าเรือแหลมฉบัง (Kerry Siam Seaport) จังหวัดชลบุรี (ที่มา ทันหุ้น)