วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์แนวโน้มตลาด : บล.กรุงไทย เอ็กซ์สปริง ลุ้นตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ก่อนประชุมเฟด

ทางเทคนิค คาด SET Index ปรับตัวสูงขึ้น แนวต้าน 1,388/1,399 (EMA 10/25 วัน) แนวรับ 1,373/1,366 จุด (ระดับต่ำสุดปีนี้) โดยดัชนีฯ ระสั้น อยู่บนทางเลือกว่าจะเป็นทิศทางขาขึ้น (ยืนยันเมื่อดัชนีฯ ทะลุ 1,405 จุดขึ้นไป)

หรือเป็นทิศทางขาลง (ยืนยันหากทำ New Low ใหม่ที่ต่ำกว่า 1,366 จุด) ทำให้การซื้อขายยังคงเป็นไปอย่างระมัดระวัง

ประเด็น Event สำคัญ วันนี้

+/-Opportunity Day: จับตาสัญญาณ Earnings Guidance ของบจ. SAPPE SC NER CSC NTSC DEMCO CHO คาดส่งผลกระทบต่อราคาหุ้นรายตัว หากมีสัญญาณ Negative/Positive Guidance

+ผลประชุมครม. นายกฯเศรษฐา แถลงแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน วาง “กิตติรัตน์” ประธานที่ปรึกษานายกฯ สางหนี้ในระบบธุรกิจเอสเอ็มอี-หนี้ครู-นักศึกษา กยศ.-ข้าราชการ และเตรียมจัดตั้งบริษัทบริหารสินทรัพย์ เพื่อจะบริหารจัดการหนี้รหัส 21 (หนี้เสียที่เกิดขึ้นจากช่วงสถานการณ์ COVID-19 ในปี 2020) ให้นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ รมช.คลัง เป็นผู้รับผิดชอบ

จากข้อมูลของบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (เครดิตบูโร) อัพเดตจนถึง ณ เดือน มิ.ย. 2023 พบว่า ภาพรวมบัญชีบุคคลธรรมดา ที่มีรหัสสถานะบัญชี 21 (ลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19) ซึ่งเป็นสินเชื่อค้างชำระเกิน 90 วัน (NPL) มีจำนวนบัญชีอยู่ที่ 4.9 ล้านบัญชี ปรับเพิ่มขึ้น 5 แสนบัญชี จากเดือน มี.ค. 2023 อยู่ที่ 4.4 ล้านบัญชี ส่วนใหญ่มาจากสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (SFIs) ราว 2 แสนบัญชี

ขณะที่จำนวนเม็ดเงิน พบว่า ณ เดือน มิ.ย. อยู่ที่ 3.7 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นราว 6 หมื่นล้านบาท จากเดือน มี.ค. อยู่ที่ 3.1 แสนล้านบาท ส่วนใหญ่เพิ่มขึ้นมาจากสถาบันการเงินเฉพาะกิจราว 3.6 หมื่นล้านบาท และจำนวนลูกหนี้ปรับเพิ่มขึ้นราว 3 แสนราย จาก 3.1 ล้านคน เป็น 3.4 ล้านคน

ทั้งนี้ หากดูสัดส่วนลูกหนี้รหัส 21 ปัจจุบันอยู่กับสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ประมาณ 60% ผู้ประกอบธุรกิจที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน หรือ นอนแบงก์ 18% บริษัทเช่าซื้อ 13% และอีก 10% อยู่กับธนาคารพาณิชย์

 

 

วิเคราะห์แนวโน้มตลาด :  บล.กรุงไทย เอ็กซ์สปริง ลุ้นตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ก่อนประชุมเฟด

ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญวันนี้

+US: รายงานเงินเฟ้อเดือน พ.ย.: KTX คาดว่าเงินเฟ้อมีแนวโน้มปรับลดลงใกล้เป้าหมาย 2.0% ใน 3Q24

อัตราเร่งของเงินเฟ้อสหรัฐฯ ในเดือน พ.ย. 2023 มีแนวโน้มทรงตัว อิงมุมมอง Consensus คาด +0% MoM และ +3.1% YoY เทียบกับ +0.0% MoM และ +3.2% YoY ในเดือนก่อน (Figure 1) โดยราคาน้ำมันในเดือน พ.ย. 2023 หดตัว 6.2% MoM มาที่ 76 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล คาดว่าจะกดดันให้ Cost push inflation (สัดส่วน 40% ของตะกร้าเงินเฟ้อ) ชะลอตัวลง ขณะที่ Demand pull inflation (สัดส่วน 60% ของตะกร้าเงินเฟ้อ) มีแนวโน้มทรงตัว หลังตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญผสมผสานกัน อาทิ ดัชนี PMI ภาคการผลิต (ISM) ที่ยังอยู่ในโซนหดตัว 46.7 เท่ากับเดือนก่อน ดัชนี PMI ภาคบริการ (ISM) ฟื้นตัวขึ้นมาที่ 52.7 จาก 51.8 การจ้างงานนอกภาคเกษตร (คาดการณ์) ฟื้นตัวมาที่ 1.8 แสนราย จาก 1.5 แสนราย อัตราว่างงาน (คาดการณ์) ทรงตัวที่ 3.9% และอัตราค่าจ้าง (คาดการณ์) เร่งตัวขึ้น +0.3% MoM จาก +0.2% MoM

อย่างไรก็ตาม หากมองในภาพ Outlook เราประมาณการณ์อัตราเงินเฟ้อในระยะ Long Term ด้วยอัตราเร่งรายเดือน 0.175% MoM เท่ากับช่วงก่อนการระบาดของ COVID-19 (2017-2019) พบว่า อัตราเงินเฟ้อสหรัฐฯ ณ สิ้นปีจะอยู่ที่ 4.0% YoY และจะปรับลดลงเข้าสู่ระดับ Long Term CPI ที่ 2.2% YoY ใกล้เคียงเงินเฟ้อเป้าหมาย 2.0% ใน 3Q24 (Figure 2) ด้วยปัจจัยดังกล่าวทำให้เรามองว่าเฟดมีโอกาสที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่เดิม (5.1%) ในปี 2024

กลยุทธ์ลงทุน แนะนำ หุ้นบลูชิพที่ราคาหุ้นยังต่ำกว่ามูลค่าพื้นฐาน KTB และเก็งกำไรหลักทรัพย์อิงโมเมนตัมบวก จากงานมอเตอร์โชว์ ASAP SUSCO

 

Strategic daily picks

ASAP   ปิด 3.34 บาท/แนวรับ 3.12 บาท แนวต้าน 3.58 บาท

บริษัทประมาณการรายได้ราว 3.8 พันล้านบาท ในปี 2023 จากธุรกิจให้บริการเช่ารถยนต์ ประกอบกับทิศทางของกลุ่มธุรกิจจำหน่ายรถยนต์มือสองเติบโตอย่างชัดเจน ส่วนรายได้ปี 2024 คาดเติบโตก้าวกระโดด หลังจากบริษัทเป็น 1 ในสองตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า EV แบรนด์ CHANGAN ในประเทศไทย (ยอดขายจากงานมอเตอร์โชว์ สูงกว่า 1 พันคัน) ทั้งนี้ บริษัทมีแผนขยายโชว์รูมเพิ่มเป็น 45 แห่ง ในปี 2024 (ปัจจุบัน 19 แห่ง)

SUSCO  ปิด 4.28 บาท/แนวรับ 4.10 บาท แนวต้าน 4.52 บาท

คาด 4Q23 มีการเติบโตดี เนื่องจากเป็น high season โดยเฉพาะธุรกิจจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า EV ซึ่งปัจจุบันบริษัทเปิดให้บริการโชว์รูมจำหน่ายรถยนต์แบรนด์ BYD 7 แห่ง (อยู่ระหว่างการก่อสร้างอีก 3 แห่ง รวมเป็น 10 แห่ง) พร้อมบริการหลังการขาย หลังจาก 3Q23 บริษัทฯมีรายได้จากการขาย EV ราว 738.17 ล้านบาท ทั้งนี้ โชว์รูมในกรุงเทพฯ จะเป็นพื้นที่เช่าเป็นส่วนใหญ่ และมีแผนขยายไปต่างจังหวัด (พื้นที่ของบริษัทเอง) โดยปี 2024 จะเปิดที่จังหวัดสิงห์บุรี พร้อมกันนี้บริษัทคงเป้ายอดขาย EV ราวเดือนละ 300-400 คัน Bloomberg Consensus ประมาณการกำไรสุทธิปี 2023 ที่ 318 ล้านบาท (-25.33% YoY) และมูลค่าเหมาะสมที่ 6.30 บาท

KTB   ปิด 18.40 บาท/แนวรับ 18.00 บาท แนวต้าน 19.00 บาท

ผู้บริหารยังคงเป้าหมายเติบโตปี 2023 ตามเดิม โดย 1) คงเป้าสินเชื่อทั้งปีโต 3-5% (3Q23=+3.2% YoY) โดย 4Q23 ยังคงเน้นสินเชื่อรายย่อยและสินเชื่อ corporate ควบคู่ไปกับสินเชื่อภาครัฐ 2) คาด NIM ทั้งปีอยู่ที่ >3.2% (3Q23=3.19% >เป้าที่ 2.8% แล้ว) 3) คงเป้ารายได้ค่าธรรมเนียมโต low single digit ยังท้าทาย (3Q23=+1.3% YoY) 4) คงเป้า cost to income ที่ ≤Mid 40s 5) คงเป้า coverage ratio ที่ 170% และ 6) คุม NPL ที่ <3.5% (ปัจจุบัน 3.1%) Bloomberg Consensus ประมาณการกำไรสุทธิปี 2023 ที่ 3.96 หมื่นล้านบาท (+17.59% YoY) และมูลค่าเหมาะสมที่ 24.43 บาท

วิเคราะห์แนวโน้มตลาด :  บล.กรุงไทย เอ็กซ์สปริง ลุ้นตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ก่อนประชุมเฟด

วิเคราะห์แนวโน้มตลาด :  บล.กรุงไทย เอ็กซ์สปริง ลุ้นตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ก่อนประชุมเฟด