วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์แนวโน้มตลาด : บล.โกลเบล็ก ผันผวน

วันพุธที่ผ่านมา ดัชนีเคลื่อนไหว Sideway Down ต่อเนื่อง ปรับตัวลงต่ำสุดถึง -16 จุด ปัจจัยกดดันมาจากรายงานการประชุม FOMC ระบุว่าเฟดอาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกหาก การควบคุมเงินเฟ้อไม่เป็นไปตามเป้าหมาย แรงขายนำโดยหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ พลังงาน และขนส่ง

ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,414.15 จุด -9.46 จุด -0.66% มูลค่าการซื้อขาย 34,627 ลบ. Program Trading -727.78 ลบ. ต่างชาติ -1,410.48 ลบ. TFEX -9,309 สัญญา ตราสารหนี้ +9,924.53 ลบ.

ปัจจัยบวก    

+ ดัชนีดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้น 184.74 จุด หรือ +0.53% ได้แรงหนุนจากการที่นักลงทุนมีมุมมองบวกว่า FED ยุติวงจรการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยแล้วและเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะสามารถหลีกเลี่ยงภาวะถดถอยได้
+ FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่านักลงทุนยังคงคาดการณ์ว่า FED จะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 5.25-5.50% ในการประชุมเดือนธ.ค. ก่อนปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนพ.ค. 2567 แม้มีการเปิดเผยรายงานประชุม FED ล่าสุดส่งสัญญาณว่าอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกหากเงินเฟ้อเร่งตัวขึ้น และไม่มีการบ่งชี้ว่าจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในไม่ช้า
+ สหรัฐเปิดเผยยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐ เช่น เครื่องบิน รถยนต์ และเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่มีอายุการใช้งานตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป ลดลง 5.4% ในเดือนต.ค. หลังจากเพิ่มขึ้น 4% ในเดือนก.ย.
+ ครม.อิสราเอลอนุมัติข้อตกลงแล้วให้กลุ่มฮามาสปล่อยตัวประกันราว 50 คน แลกกับการหยุดยิงเป็นเวลา 4 วันและการปล่อยนักโทษปาเลสไตน์จำนวน 150 คน
+ ก.ล.ต.เปิดให้ บลจ.เสนอขาย Thailand ESG Fund ในเดือนธ.ค.66 เพื่อเป็นการสนับสนุนการออมระยะยาวผ่านการลงทุนในตลาดทุน

ปัจจัยลบ 

- สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนม.ค. ลดลง 67 เซนต์ หรือ -0.8% ปิดที่ 77.10 ดอลลาร์/บาร์เรล ถูกกดดันจากกลุ่มโอเปคพลัสประกาศเลื่อนการประชุมนโยบายการผลิตน้ำมันทำให้ตลาดกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มอุปทานน้ำมันดิบในตลาดโลก และรายงานสต็อกน้ำมันดิบที่สูงกว่าคาดของสหรัฐ
- สหรัฐเปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลง 24,000 ราย สู่ระดับ 209,000 รายในสัปดาห์ที่แล้วต่ำสุดในรอบ 5 สัปดาห์ และต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 225,000 ราย
 

- เกาหลีเหนือประกาศว่าได้ปล่อยจรวดบรรทุกดาวเทียมสอดแนมขึ้นสู่วงโคจรได้สำเร็จ ด้านเกาหลีใต้ตอบโต้ด้วยการระงับข้อตกลงทางทหารบางส่วนที่ได้ลงนามร่วมกับรัฐบาลเกาหลีเหนือเมื่อปี 2561

แนวโน้มตลาดวันนี้  

คาดดัชนีในวันนี้ยังแกว่งตัวผันผวนระหว่างวัน โดยมีแรงหนุนจากนักลงทุนมีความเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะสามารถหลีกเลี่ยงภาวะถดถอยได้ ขณะที่หุ้นกลุ่มพลังงานยังถูกกดดันจากกลุ่มโอเปคพลัส ประกาศเลื่อนการประชุมนโยบายการผลิตน้ำมัน มองกรอบดัชนีในวันนี้ 1,410-1,420 จุด

กลยุทธ์การลงทุน  

• หุ้นที่ได้ประโยชน์จาก Bond Yield ปรับตัวลง : TIDLOR SAWAD MTC
• Digital Wallet และ e-Refund : BJC CPALL CPAXT CRC CPN COM7 SPVI CPW JMART HMPRO DOHOME GLOBAL ZEN M AU TNP KK
• MSCI Global Standard เข้า : - ออก : BGRIM EGCO RATCH MSCI Small cap เข้า : BGRIM EGCO RATCH ออก : ACE ASK KEX ONEE RAM SABUY TTA TFG VIBHA ใช้ราคาปิด 30 พ.ย.
• หุ้นที่มี ESG สูง และอยู่ใน SET50 : ADVANC CPALL CPF CRC OR PTTEP TOP

 

หุ้นรายงานพิเศษ  

SIRI (Bloomberg Consensus 2.10 บาท)
ซื้อลงทุนรับเงินปันผล - กำไร 9M66 +91YoY

วิเคราะห์แนวโน้มตลาด : บล.โกลเบล็ก ผันผวน

•3Q66 มีกำไรสุทธิ 1,557 ล้านบาท -4%QoQ +23%YoY 9M66 กำไรสุทธิ 4,760 ล้านบาท +91%YoY คิดเป็น 78% ของประมาณการกำไรโดย Bloomberg Consensus ยอดขาย presale 28,047 ล้านบาท +28%YoY ปลายงวดมี backlog 18,543 ล้านบาทจะทยอยโอนจนถึงปี 70 net gearing 1.55x ยังอยู่ในกรอบเป้า 1.5x - 1.7x) ต้นทุนทางการเงินเฉลี่ย 3.96% สูงขึ้นจาก 3.58% ณ ปลายปี 65 ขณะที่หุ้นกู้ดิจิทัลที่จะเปิดขาย 28-30 พ.ย.วงเงิน 1,000 ล้านบาท อายุ 2 ปีเสนอขายผ่านแอพเป๋าตังมีอัตราดอกเบี้ย 4.25% ต่อปี

•แนวโน้ม presale 4Q66F คาดจะเติบโตสูงจากจำนวนเปิดขายใหม่ 22 โครงการ (มูลค่า 3.6 หมื่นล้านบาท) คิดเป็น 54% ของจำนวนโครงการเปิดใหม่ทั้งหมด 46 โครงการในปีนี้ โดยเน้นเปิดโครงการแนวราบสำหรับกลุ่มลูกค้าพรีเมี่ยมซึ่งแบรนด์มีความเข้มแข็ง

•ความเห็น เรามีมุมมองบวกจากเป้ารายได้ปีนี้ที่ 37,600 ล้านบาท มี backlog รองรับแล้ว 87% ราคาหุ้นลดลง 16% ในข่วง 2 เดือนที่ผ่านมาทำให้มี PE 4.25x ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ 14.36x ขณะที่ IAA consensus คาด yield เฉลี่ยราว 11-12% แนะนำ ซื้อลงทุนรับเงินปันผล

หุ้นมีข่าว

(+) ADVANC (Bloomberg consensus 255.00 บาท) โดดขึ้นสู่เบอร์ 1 เน็ตบ้าน สิ้นปีลูกค้าแตะ 5 ล้านราย ผนึก 3BB สร้างจุดแข็งร่วม รุกบริการเน็ตแรงทุกห้องทั่วบ้าน ปูพรมขยายเน็ตเวิร์กบรอดแบนด์ครอบคลุม 13 ล้านครัวเรือน ตั้งเป้าโต 5-10% ในปี 2567 ชี้ข้อมูลปัจจุบันประชากรไทย 22 ล้านครัวเรือน ใช้บรอดแบนด์แค่ครึ่งเดียวโอกาสเติบโตสูง (ที่มา ทันหุ้น)

(+) SJWD (Bloomberg consensus 19.00 บาท) รับรายได้ปี 2566 อาจจบที่ 2.5 หมื่นล้านบาท ต่ำเป้าเดิมที่ 3 หมื่นล้านบาท ชูผลประกอบการไตรมาส 4/2566 จะพีคสุด นำโดยธุรกิจลานจอดพักรถ ห้องเย็น ที่จะขยายตัวดี ปีหน้า 2567 รายได้โตต่อ 12% วางงบ 600-700 ล้านบาท ลุ้นปลาย ไตรมาส 4/2566 จบดีลใหม่ได้เพิ่ม (ที่มา ทันหุ้น)

(+) EKH (Bloomberg consensus 9.76 บาท) ประกาศจับมือ "นารายณ์ พร็อพเพอตี้" ตั้งโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านสุขภาพจิต และจิตเวช มูลค่าลงทุน 400 ล้านบาท รองรับการรักษาและฟื้นฟูผู้มีปัญหาสภาวะทางด้านสุขภาพจิตครบวงจร เล็งเปิดบริการเต็มรูปแบบปลายปี 2568 ฟาก "นพ.อำนาจ เอื้ออารีมิตร" ชูธุรกิจด้านสุขภาพถือเป็นหนึ่งในแผนงานหลักสร้างการเติบโตในอนาคต (ที่มา ทันหุ้น)

(+) YGG (Bloomberg consensus 11.00 บาท) ซุ่มเจรจาลูกค้าจีน เกาหลี ลุยให้บริการโปรเจ็กต์คอมพิวเตอร์กราฟิก พบดีมานด์อื้อ ด้านผู้บริหาร "ธนัช จุวิวัฒน์" เล็งเปิดกระเป๋ารับรายได้ใหม่ปีหน้า หลังส่ง "Home Sweet Home Rebirth" สร้างภาพยนตร์ฮอลลีวูดฟอร์มยักษ์จากเกม ฝีมือคนไทย เปิดกล้องธันวาคมนี้ (ที่มา ทันหุ้น)