วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์แนวโน้มตลาด : บล.กรุงศรี ผันผวนชวนเล่นสั้น

SET Index ลดลง 2 จุด (-0.18%) ปิดที่ระดับ 1,387 จุด นักลงทุนเทขายหุ้นที่ผลประกอบการออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาด อาทิ COM7 และ กลุ่ม JMART อย่างไรก็ตามดัชนีลดลงจำกัดเนื่องจากยังมีแรงซื้อหุ้นในกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากนโยบายรัฐปรับขึ้นช่วยประคองดัชนี อาทิ กลุ่มค้าปลีก

แนวโน้มตลาดหุ้นวันนี้

ประเมิน SET แกว่งตัวกรอบ 1,380 - 1,400 จุด โดยภาวะตลาดได้แรงหนุนราคาน้ำมันดิบฟื้นตัวขึ้นหลังโอเปคเพิ่มคาดการณ์ดีมานด์น้ำมันโลกในปีนี้ รวมถึงความคาดหวัง FETCO เข้าหารือกระทรวงการคลังเพื่อสนับสนุนการออกกองทุนหนุนดัชนี อย่างไรก็ตามยังคงต้องระวังแรงขายจาก Fund flow ต่างชาติที่เข้ามาต่อเนื่องจากความไม่แน่นอนของทิศทางดอกเบี้ยของ FED ซึ่งจะกดดันให้ภาวะตลาดผันผวน

** วันนี้ (14 พ.ย.) ติดตามดัชนี CPI สหรัฐเดือนต.ค. และ FETCO เข้าหารือกระทรวงการคลัง

 

กลยุทธ์การลงทุน: Selvectie buy

PTTEP BCP SPRC TOP ราคาน้ำมันดิบฟื้นตัวขึ้น
PSL TTA อานิสงส์ค่าระวางเรือดีดตัวขึ้น
KCE HANA DELTA ข่าวสหรัฐ-จีนประชุมซัมมิตนอกรอบ 15 พ.ย.

 

หุ้นแนะนำวันนี้

CRC (ปิด 38.75 ซื้อ/เป้า IAA Consensus 48 บาท) ได้ Sentiment บวกจากมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อรอบใหม่ผ่านโครงการ e-Refund ให้สิทธินำค่าใช้จ่ายจากการซื้อสินค้ามาลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 50,000 บาทต่อคนมูลค่ารวม 100,000 ล้านบาท เป็นบวกต่อหุ้นในกลุ่มค้าปลีก อาทิ ห้างสรรพสินค้า ที่มียอดจ่ายต่อ Bill ต่อครั้งสูงๆ

BA (ปิด 15.30 ซื้อ/เป้า IAA Consensus 20.5 บาท) แจ้งกำไรสุทธิ 3Q23 เพิ่มขึ้นโดดเด่นที่ 1,911 ล้านบาท เทียบจากขาดทุนสุทธิ 393 ล้านบาทใน 3Q22 และเพิ่มขึ้น 185%qoq และดีกว่าที่ตลาดคาด 11% แม้ตัดรายการพิเศษจากการขาย BDMS ออกจะมีกำไรปกติที่ 800 ล้านบาทยังเพิ่มขึ้น 19%qoq

 

 

บทวิเคราะห์วันนี้

AH, BEM, BGRIM, CENTEL, CPF, PLANB, KCG, MEGA, SAPPE, SABINA

ประเด็นสำคัญวันนี้

(+) ราคาน้ำมันดิบฟื้นตัวต่อเนื่องตอบรับข่าว OPEC ปรับเพิ่มคาดการณ์ดีมานด์: ราคาน้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้น 1.09$ (+1.4%) ปิดที่ระดับ 78.26$/bbl หลังจาก OPEC ออกบทวิเคราะห์รายเดือนประจำเดือน พ.ย. ปรับเพิ่มคาดการณ์ความต้องการน้ำมันดิบทั่วโลกจะเพิ่มขึ้น 2.46 ล้านบาร์เรลต่อวันจากเดิม 2.44 ล้านบาร์เรลต่อวัน

(+) วันนี้ติดตาม กระทรวงการคลังหารือร่วมกับ FETCO เพื่อออกกองทุนประหยัดภาษีรูปแบบใหม่: เบื้องต้นคาดว่าจะมีรูปแบบกองทุนคล้ายกับ LTF คือเน้นการลงทุนในระยะยาวสามารถลดหย่อนภาษีได้ แต่จะกำหนดเงื่อนไขของหุ้นที่จะเข้าลงทุนจะเน้นหุ้นที่ให้ความสำคัญเกี่ยวกับหลัก ESG (สิ่งแวดล้อม, สังคม และ การกำกับดูแลที่โปร่งใส) หากมีลักษณะคล้ายกับ LTF คาดว่าจะมีเงินลงทุนในตลาดฯเพิ่มขึ้นราวๆ 6 หมื่น ถึง 1 แสนล้านบาทต่อปี

(+/-) คืนนี้ติดตามตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐ (CPI) เพื่อจับทิศทางดอกเบี้ยของเฟด: เบื้องต้น Consensus คาดอัตราเงินเฟ้อทั่วไป (Headline CPI) เดือน ต.ค.จะลดลงเป็น 3.3% จาก 3.7% ในเดือน ก.ย. และ คาดเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) จะทรงตัวที่ 4.1% เท่ากับเดือน ก.ย. เรามองว่าตัวเลขเงินเฟ้อจะเป็นตัวตัดสินทิศทางดอกเบี้ยที่แท้จริงของสหรัฐ หลังจากที่ประธานเฟดส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยขณะที่นักลงทุนคาดเฟดจะคงดอกเบี้ยตามเดิม

 

 

วิเคราะห์แนวโน้มตลาด : บล.กรุงศรี ผันผวนชวนเล่นสั้น