ผลตอบแทนพันธบัตรเริ่มปรับลดลง เรายังคงยืนยันมุมมองสัปดาห์นี้เป็นข้อต่อสำคัญของแนวโน้มและโอกาสในการฟื้นตัวของหุ้นและสินทรัพย์เสี่ยงจากผลตอบแทนพันธบัตรที่น่าจะเริ่มขยับลง
ซึ่งเราเห็นสัญญาณบวกจากทั้ง 2 เหตุการณ์ที่เราคาดการณ์ ได้แก่ 1) การประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ เฟดคงดอกเบี้ยนโยบายเป็นครั้งที่ 2 ซึ่งเพิ่มคาดการณ์ว่าวัฏจักรดอกเบี้ยผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว ประกอบกับถ้อยแถลงของประธานเฟดที่ให้ตลาดติดตามมุมมองดอกเบี้ยของกรรมการรายบุคคล (Dot plot) ในการประชุม 13 ธ.ค. ซึ่งตลาดตีความุมมองครั้งใหม่จะลดความตึงตัวลง 2) กระทรวงการคลังสหรัฐฯ เปิดเผยเกี่ยวกับแผนการออกพันธบัตร ซึ่งต่ำกว่าเดิม //ทั้งสองปัจจัยข้างต้น ทำให้ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ 10 ปี ปรับลดลงจาก 4.93% เหลือ 4.72% ในช่วงเช้าวันนี้ และสนับสนุนมุมมองตลาดหุ้นมีโอกาสฟื้นตัวของเรา
กลุ่มที่ปรับลดลงมากมีโอกาสฟื้นตัวได้ดี ขณะที่ระวังแรงทำกำไรในกลุ่มที่ Outperform 1) ในภาพการลงทุน 6-9 เดือนหน้า เรายังมองส่วนต่างดอกเบี้ยที่กว้างระหว่าง สหรัฐฯ-ไทย จะยังเป็นปัจจัยกดดันต่อเงินทุนไหลออกและการอ่อนค่าของเงินบาท ขณะที่ค่าเงินสหรัฐฯ จะมีโอกาสแข็งค่านานกว่าที่นักลงทุนคาด ส่งผลให้หุ้นที่น่าสนใจ จะเป็นกลุ่มที่ Valuation ไม่แพงและมีเงินปันผลที่ดี 2) หุ้นขนาดกลาง-เล็ก มีโอกาสเคลื่อนไหวได้ดี เนื่องจากไม่ได้พึ่งพิงเงินทุนต่างชาติ 3) ในระยะสั้น ผลตอบแทนพันธบัตรที่ขยับลง อาจหนุนการฟื้นตัวของหุ้นที่ไวต่อดอกเบี้ย อย่างกลุ่มโรงไฟฟ้า (EGCO, RATCH, BGRIM, GUNKUL, EA) และไฟแนนซ์ แต่ยังต้องระวังพื้นฐานที่แย่ลงเพราะหนี้เสียที่ยังมีโอกาสเพิ่ม ในกลุ่มนี้เราชอบ TIDLOR ที่คาด NPL น่าจะผ่านจุดแย่สุดเร็วกว่าคนอื่น
ภาพรวมกลยุทธ์: อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ที่มีโอกาสชะลอลงต่อเนื่องหลังสัปดาห์นี้ จะเป็นปัจจัยหนุนการฟื้นตัวของหุ้นและสินทรัพย์เสี่ยงในช่วงปลายปี ช่วงสั้นระวังแรงทำกำไรในกลุ่มที่ Outperform มากตั้งแต่ต้นปี ภาพการลงทุนยังเน้นกลุ่ม valuation ไม่แพงและปันผลสูง การเก็งกำไร คาดหุ้นไวต่อดอกเบี้ย เช่นโรงไฟฟ้า และไฟแนนซ์มีโอกาสฟื้นระยะสั้นได้ดี
หุ้นแนะนำ: MAJOR*, JPARK*, OR*, EA*
แนวรับ: 1,370 / แนวต้าน : 1,400-1,415 จุด
สัดส่วนลงทุน: เงินสด 40% vs พอร์ตหุ้น 60%
ประเด็นการลงทุนที่น่าสนใจ
นักลงทุนจับตาการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางหลายแห่งในสัปดาห์นี้ - ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จัดการประชุมในวันที่ 30-31 ต.ค. ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จัดการประชุมวันที่ 31 ต.ค.-1 พ.ย. ส่วนธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) จัดการประชุมในวันที่ 2 พ.ย. รวมทั้งจับตามองตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐ (อินโฟเควสท์)
บอนด์ยีลด์ปรับตัวลง หลังสหรัฐเผยแผนประมูลพันธบัตร - อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวลงในวันนี้ หลังกระทรวงการคลังสหรัฐประกาศแผนการประมูลพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (อินโฟเควสท์)
แจ้งความคืบหน้าเงินดิจิทัลจากงบปี 67 คาดเริ่มใช้ก.ย. 67 ผ่านแอป "เป๋าตัง" - โครงการดิจิทัลวอลเล็ต มีการปรับเปลี่ยนเช่นเรื่องการให้สิทธิประชาชน 56 ล้านคน เป็นตัวเลขที่ได้สิทธิจะเหลือ 40 กว่าล้านคน เชื่อว่าโครงการดังกล่าวจะใช้เงินจากงบประมาณ แต่คงไม่ถึง 500,000 ล้านบาท โดยผ่านการอนุมัติจากสภาฯ ซึ่งงบประมาณดังกล่าวจะล่าช้า ไม่น่าจะทันในเดือนก.พ. 67 แต่จะสามารถใช้ได้ในช่วงเดือนก.ย. แทน (อินโฟเควสท์)
ADVANC แจ้งผลประกอบการ - บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) แจ้งผลประกอบการ งวดไตรมาส 3 กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 8.15 พันลบ. (อินโฟเควสท์)
ETL เข้าเทรดวานนี้ – บมจ. ยูโรเอเชีย โทเทิล โลจิสติกส์ ประกอบธุรกิจโดยการถือหุ้นในธุรกิจที่ให้บริการขนส่งสินค้าข้ามพรมแดนระหว่างประเทศ IPO จำนวนไม่เกิน 171,865,440 หุ้น ในราคา 1.68 บาทต่อหุ้น มูลค่าการเสนอขาย 288.73 ล้านบาท (อินโฟเควสท์)
ประเด็นติดตาม: 1 พ.ย. - US Nonfarm Employment Change, PMI, JOLTs Job Openings, Fed Interest Rate Decision, FOMC Press Conference / 2 พ.ย. - Initial Jobless Claims / 3 พ.ย. - S&P Global services PMI, Unemployment Rate, Average Hourly Earnings, Nonfarm Payrolls, ISM Non-Manufacturing PMI, ISM Non-Manufacturing Prices
(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)









