ติดตามปัจจัยที่มีโอกาสกระทบต่อทิศทางอัตราผลตอบแทนพันธบัตร สองเหตุการณ์สำคัญในวันนี้ที่มีโอกาสกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงทิศทางผลตอบแทนพันธบัตร ได้แก่
1) การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) ซึ่งตลาดประเมินความน่าจะเป็นของการคงดอกเบี้ยนโยบายจากนี้ไปจน พ.ค.67 โดยโฟกัสสำคัญจะอยู่ที่ถ้อยแถลงของประธานเฟดที่จะส่งสัญญาณที่กระทบกับผลตอบแทนพันธบัตร และ 2) แผนการออกพันธบัตรของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ในไตรมาส 4/66 ซึ่งหากต่ำกว่า 114 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ตลาดมีโอกาสมองเป็นบวก และอาจทำให้ผลตอบแทนพันธบัตรมีโอกาสปรับลดลง ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนการฟื้นตัวของหุ้นและสินทรัพย์เสี่ยงได้
ให้ความสำคัญกับการเลือกหุ้นในเชิงคุณภาพ แม้เราจะประเมินตลาดเข้าใกล้จุดที่มีโอกาสมีรอบฟื้นตัว แต่สถานการณ์ที่ส่วนต่างดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐฯ-ไทย ค่อนข้างกว้าง ที่จะทำให้เงินบาทอ่อนในระยะกลาง รวมไปถึงดอกเบี้ยที่จะอยู่ในระดับสูงจะเป็นปัจจัยกดดันในฝั่งต้นทุนการเงิน ทำให้หุ้นที่จะมีโอกาสให้ผลตอบแทนดีกว่าตลาดในช่วง 6-9 เดือนข้างหน้า จะมีลักษณะดังนี้ (บางข้อหรือหลายข้อรวมกัน) 1) มีหนี้สินในระดับต่ำ 2) มีกระแสเงินสดในการดำเนินงานมั่นคงหรือเติบโตต่อเนื่อง 3) ให้ผลตอบแทนเงินปันผลสูง 4) ได้ประโยชน์จากเงินบาทอ่อนค่า 5) ได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยหรือผลตอบแทนพันธบัตรในระดับสูง // หุ้นที่น่าสนใจ ได้แก่ MAJOR, TU, EGCO, PTT, OR, EA, JPARK* (Not rated)
ภาพรวมกลยุทธ์: แกว่งตัว โดยมี downside 1,350-1,380 จุด แต่สัปดาห์นี้ลุ้นจุดเปลี่ยนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ มีโอกาสชะลอลงหลังสัปดาห์นี้ จะเป็นปัจจัยหนุนการฟื้นตัวของหุ้นและสินทรัพย์เสี่ยงในช่วงปลายปี ช่วงสั้นระวังแรงทำกำไรในกลุ่มที่ Outperform มากตั้งแต่ต้นปี ภาพการเก็งกำไรยังเน้นกลุ่ม valuation ไม่แพงและปันผลสูงจะเริ่มมี downside จำกัด
หุ้นแนะนำ: MAJOR*, JPARK*, OR*, EA*
แนวรับ: 1,370-1,380 / แนวต้าน : 1,415 จุด
สัดส่วนลงทุน: เงินสด 40% vs พอร์ตหุ้น 60%
ประเด็นการลงทุนที่น่าสนใจ
นักลงทุนจับตาการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางหลายแห่งในสัปดาห์นี้ - ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จัดการประชุมในวันที่ 30-31 ต.ค. ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จัดการประชุมวันที่ 31 ต.ค.-1 พ.ย. ส่วนธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) จัดการประชุมในวันที่ 2 พ.ย. รวมทั้งจับตามองตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐ (อินโฟเควสท์)
บริษัทจีนกว่า 30 แห่งประกาศแผนซื้อหุ้นคืน บ่งชี้เอกชนมั่นใจแนวโน้มตลาด - บริษัทจดทะเบียนในจีนได้ประกาศแผนการซื้อหุ้นคืนในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่บริษัทกองทุนรวมขนาดใหญ่ของจีน ได้ประกาศแผนการซื้อหุ้นคืนเช่นกัน หลังจากรัฐบาลจีนได้ออกมาตรการต่าง ๆ เพื่อพยุงตลาดหุ้นจีนให้ฟื้นตัว และเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับบริษัทจดทะเบียน (อินโฟเควสท์)
แจ้งความคืบหน้าเงินดิจิทัลจากงบปี 67 คาดเริ่มใช้ก.ย. 67 ผ่านแอป "เป๋าตัง" - โครงการดิจิทัลวอลเล็ต มีการปรับเปลี่ยนเช่นเรื่องการให้สิทธิประชาชน 56 ล้านคน เป็นตัวเลขที่ได้สิทธิจะเหลือ 40 กว่าล้านคน เชื่อว่าโครงการดังกล่าวจะใช้เงินจากงบประมาณ แต่คงไม่ถึง 500,000 ล้านบาท โดยผ่านการอนุมัติจากสภาฯ ซึ่งงบประมาณดังกล่าวจะล่าช้า ไม่น่าจะทันในเดือนก.พ. 67 แต่จะสามารถใช้ได้ในช่วงเดือนก.ย. แทน (อินโฟเควสท์)
ADVANC แจ้งผลประกอบการ - บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) แจ้งผลประกอบการ งวดไตรมาส 3 กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 8.15 พันลบ. (อินโฟเควสท์)
ETL เข้าเทรดวันนี้ – บมจ. ยูโรเอเชีย โทเทิล โลจิสติกส์ ประกอบธุรกิจโดยการถือหุ้นในธุรกิจที่ให้บริการขนส่งสินค้าข้ามพรมแดนระหว่างประเทศ IPO จำนวนไม่เกิน 171,865,440 หุ้น ในราคา 1.68 บาทต่อหุ้น มูลค่าการเสนอขาย 288.73 ล้านบาท (อินโฟเควสท์)
ประเด็นติดตาม: 1 พ.ย. - US Nonfarm Employment Change, PMI, JOLTs Job Openings, Fed Interest Rate Decision, FOMC Press Conference / 2 พ.ย. - Initial Jobless Claims / 3 พ.ย. - S&P Global services PMI, Unemployment Rate, Average Hourly Earnings, Nonfarm Payrolls, ISM Non-Manufacturing PMI, ISM Non-Manufacturing Prices
(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)









