วิเคราะห์หุ้นรายตัว : บล.กรุงศรี BGRIM - กำไรพุ่ง yoy เพราะ margin ของ IU สูงขึ้น

เรายังคงคำแนะนำถือ BGRIM โดยประเมินราคาเป้าหมายปี 2024 ที่ 25.25 บาท เราคาดว่ากำไรจากธุรกิจหลักใน 3Q23 จะโตถึง 2,399%yoy เพราะmargin ของ IU สูงขึ้น
เนื่องจาก i) ค่า Ft สูงขึ้น (+28%yoy) และ ii) ต้นทุนก๊าซลดลง (-34% yoy) ถ้าหากกำไรจากธุรกิจหลักใน 3Q23F เป็นไปตามคาด กำไรจากธุรกิจหลักในงวด 9M23F จะคิดเป็น 90% ของประมาณการกำไรเต็มปีของเรา ทั้งนี้ เรามองว่าหุ้น BGRIM แพง โดย PE อยู่ที่ 34x ในขณะที่คาดว่ากำไรจะโตเพียง 14%ต่อปี (CAGR) ในช่วงปี 2023-2025F
กำไรจากธุรกิจหลักใน 3Q23F จะดีขึ้น yoy แต่จะลดลงเล็กน้อย qoq
เราคาดว่ากำไรจากธุรกิจหลักใน 3Q23 จะอยู่ที่ 610 ล้านบาท (+2,339%yoy,-11%qoq) โดยกำไรที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก yoy จะมาจาก i) ค่า Ft สูงขึ้น (+28% yoy) ii) ต้นทุนก๊าซลดลง (-34% yoy) ในขณะที่กำไรที่ลดลง qoq จะเป็นเพราะ i) รับรู้ส่วนแบ่งผลขาดทุนจาก UVBGP เพราะมีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน และ การปิดซ่อมบำรุง (SSUT และ PPTC) ii) มีการปิดซ่อมบำรุง BPWHA นาน 16 วัน iii) กำไรจากโครงการ solar ในประเทศไทย และ เวียดนามลดลง เราคาดว่ายอดผลิตไฟฟ้าของ กฟผ. จะอยู่ที่ 2,260GWh (-5.7%yoy, -0.4%qoq) และ ยอดผลิตไฟฟ้า สำหรับลูกค้าอุตสาหกรรม 880GWh (+24.3%yoy,+5.5%qoq)
กำไรจากธุรกิจหลักใน 4Q23 จะลดลง qoq เพราะค่า Ft ลดลง
เราคาดว่ากำไรจากธุรกิจหลักใน 4Q23 จะลดลง qoq เนื่องจากมีการลดค่า Ft เป็น 0.20 บาท/kWh เมื่อเทียบกับ 0.61 บาท/kWh ใน 3Q23 เราได้ตรวจสอบความคืบหน้าเกี่ยวกับการอุดหนุนราคาก๊าซของ PTT ซึ่งคาดว่าจะลดลงจาก 323
บาท/MMbtu เป็น Bt304/MMbtu ซึ่งพบว่ายังไม่มีการดำเนินการจาก PTT เพราะ SPPs โดยคิดราคาตามจริงในเดือนกันยายน ประมาณการกำไรปี 2023 ของเรายังใช้สมมติฐานว่าไม่มีการอุดหนุนราคาก๊าซ แต่เราจะติดตามประเด็นนี้ต่อไป ซึ่งหากมีการอุดหนุนใน 4Q23 จะทำให้ประมาณการกำไรปีนี้ของเรามี upside อีก 5-10%
คงคำแนะนำ ถือ โดยประเมินราคเป้าหมายที่ 25.25 บาท
เราประเมินราคาเป้าหมายด้วยวิธี DCF (1.3 beta, 3.5% risk-free rate, 8% market risk premium) และมองว่าราคาหุ้นในปัจจุบันแพง โดยคิดเป็น PE ปี 2023F ที่ 34x และ PE ปี 2024F ที่ 32x ในขณะที่คาดว่ากำไรจากธุรกิจหลักจะโต
เพียง 14% ต่อปี (CAGR) ในช่วงปี 2023-2025F ทั้งนี้ เรายังไม่ได้รวมมูลค่าของโครงการ Solar ใหม่ในอิตาลีที่บริษัทเพิ่งประกาศออกมา (80.9MWp) เข้ามาในการประเมินมูลค่าหุ้นของเราเพราะโครงการนี้ยังอยู่ในขั้นตอนของการขอใบอนุญาต
ต่างๆ ซึ่งเรามองว่าโครงการนี้จะทำให้มี upside อีก 0.75 บาท/หุ้น อิงจาก i) capacity factor ที่ 18.5% ii) CAPEX ที่ 1.1USDm/MW iii) SCOD ปี 2027 โดยจะสร้างผลกำไรปีละ 80-100 ล้านบาท







