คืบหน้า คดีหุ้น MORE อัยการคุมตัว “คิม พรประภา”  พร้อมครอบครัว 3 ราย ส่งฟ้องศาลอาญา  

คืบหน้า คดีหุ้น MORE อัยการคุมตัว “คิม พรประภา”  พร้อมครอบครัว 3 ราย ส่งฟ้องศาลอาญา  

พนักงานอัยการได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาในคดีหุ้น MORE จำนวน 3 ราย ได้แก่ นายเอกภัทร พรประภา (คิม), นายอธิภัทร พรประภา และ นางอรพินธุ์ พรประภา เพื่อส่งฟ้องต่อศาลอาญา เมื่อวันที่ 13 ม.ค. 2569

KEY

POINTS

  • พนักงานอัยการได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาในคดีหุ้น MORE จำนวน 3 ราย ได้แก่ นายเอกภัทร พรประภา (คิม), นายอธิภัทร พรประภา และ นางอรพินธุ์ พรประภา เพื่อส่งฟ้องต่อศาลอาญา เมื่อวันที่ 13 ม.ค.2569
  • นายเอกภัทร และครอบครัวได้เดินทางเข้าพบอัยการเพื่อรับทราบความคืบหน้า ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะควบคุมตัวทั้งหมดไปยังศาลอาญาเพื่อยื่นฟ้องอย่างเป็นทางการ
  • ก่อนหน้านี้ ผู้ต้องหากลุ่ม "พรประภา" ไม่ได้เดินทางมาตามนัดของอัยการเมื่อวันที่ 5 ม.ค. 2569 ทำให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ต้องยื่นคำร้องขอศาลออกหมายจับ ซึ่งศาลได้อนุมัติเมื่อวันที่ 12 ม.ค.2569
  • ในภาพรวมของคดี อัยการสูงสุดได้มีคำสั่งฟ้องผู้ต้องหาในคดีนี้รวมทั้งหมด 42 คน

ความคืบหน้าคดีทุจริตการซื้อขายหุ้น บริษัท มอร์ รีเทิร์น จำกัด (มหาชน) หรือ MORE เดินหน้าเข้าสู่ขั้นตอนสำคัญของกระบวนการยุติธรรม หลังพนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้อง และควบคุมตัวผู้ต้องหากลุ่มสำคัญเข้าสู่ชั้นศาล ท่ามกลางการติดตามอย่างใกล้ชิดจากนักลงทุน และตลาดทุน ถึงผลกระทบต่อความเชื่อมั่น และมาตรการป้องกันเหตุลักษณะเดียวกันในอนาคต 
 

เจ้าหน้าที่สำนักงานอัยการพิเศษ ฝ่ายคดีพิเศษ 3 เปิดเผยกับ "กรุงเทพธุรกิจ" ถึงความคืบหน้าคดีการซื้อขายหุ้น บริษัท มอร์ รีเทิร์น จำกัด (มหาชน) หรือ MORE ว่า เมื่อช่วงเที่ยงของวันนี้ (13 ม.ค.2569) พนักงานอัยการได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาในคดีดังกล่าวรวม 3 ราย ได้แก่  นายเอกภัทร พรประภา นายอธิภัทร พรประภา และ นางอรพินธุ์ พรประภา  ส่งฟ้องต่อศาลอาญาแล้ว

โดย นายเอกภัทร พรประภา หรือ คิม หนึ่งในผู้ต้องหาสำคัญ ได้เดินทางเข้าพบพนักงานอัยการ เพื่อรับทราบความคืบหน้า และดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย โดยมีผู้ต้องหาอีก 2 ราย ซึ่งเป็นสมาชิกในครอบครัว เดินทางมารายงานตัวพร้อมกันต่อหน้าเจ้าหน้าที่

ทั้งนี้ ภายหลังการเข้าพบอัยการ เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดเดินทางไปยังศาลอาญา เพื่อยื่นฟ้องในคดีที่เกี่ยวข้องกับความผิดในการซื้อขายหุ้น MORE อย่างเป็นทางการ ตามกระบวนการยุติธรรม

สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับขั้นตอนหลังจากการยื่นฟ้อง รวมถึงการพิจารณาในชั้นศาล ยังอยู่ระหว่างการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้อง และยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมในขณะนี้

ขณะเดียวกัน ในวันที่ 16 ก.พ.2569 ผู้ต้องหาจะเดินทางเข้ารับฟังคำสั่งอัยการ ประกอบด้วย นายสมนึก กยาวัฒนกิจ, นางสาวปุณฑรีก์ อิศรางกูร, นายอมฤทธิ์ กล่อมจิตเจริญ และนายเทียนประเสริฐ พลอำไภ โดยขณะนี้พนักงานอัยการได้จัดเตรียมร่างคำฟ้องไว้เรียบร้อยแล้ว และหากไม่มีอุปสรรคหรือข้อผิดพลาดใด คาดว่าจะสามารถยื่นฟ้องต่อศาลได้ทันทีตามกระบวนการกฎหมาย

พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค ในฐานะโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ให้ข้อมูลกับ "กรุงเทพธุรกิจ" เพิ่มเติมว่า  กระบวนการสอบสวนในคดีดังกล่าวได้เสร็จสิ้นลงแล้ว โดยทางอัยการสูงสุดได้มีคำสั่งฟ้องผู้ต้องหาในคดีนี้รวมทั้งหมด 42 คน ซึ่งในจำนวนนี้มีการส่งตัวไปยังพนักงานอัยการแล้ว 28 คน

ในส่วนความคืบหน้าของผู้ต้องหา 3 คนสำคัญในกลุ่ม "พรประภา" ที่ปรากฏเป็นข่าวไปก่อนหน้านี้ ได้แก่ นายเอกภัทร พรประภา นายอธิภัทร พรประภา และ นางอรพินธุ์ พรประภา  ซึ่งทางพนักงานอัยการได้ทำหนังสือแจ้งมายังกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เมื่อช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อให้ดำเนินการนำตัวผู้ต้องหากลุ่มดังกล่าวมาส่งฟ้อง เนื่องจากผู้ต้องหาไม่ได้เดินทางมาตามกำหนดนัดของพนักงานอัยการเมื่อวันที่ 5 ม.ค.2569 

อย่างไรก็ตาม ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษจึงได้ดำเนินการยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอออกหมายจับ ซึ่งศาลได้อนุมัติหมายจับเป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 12 ม.ค.2569 ขณะนี้ได้ติดตามตัว และประสานงานเพื่อส่งผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย มาส่งฟ้องต่อพนักงานอัยการตามขั้นตอนกฎหมาย

สำหรับกระแสข่าวที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า ผู้ต้องหาบางรายอาจหลบหนีออกนอกประเทศ หากมีการหลบหนีจริงกระบวนการหลังจากที่อัยการสั่งฟ้องแล้ว จะเป็นขั้นตอนของการใช้ กฎหมายว่าด้วยการส่งผู้ร้ายข้ามแดน เพื่อนำตัวกลับมาดำเนินคดี

นอกจากนี้ ในวันที่ 16 ก.พ.2569 ที่จะถึงนี้ จะมีนัดส่งตัวผู้ต้องหาอีกกลุ่มหนึ่ง ได้แก่ นายสมนึก กยาวัฒนกิจ (สมนึก ตงฮั้ว), นางสาวปุณฑรีก์ อิศรางกูร, นายอมฤทธิ์ กล่อมจิตเจริญ (เฮียม้อ) และ นายเทียนประเสริฐ พลอำไภ เข้าสู่กระบวนการของศาลเช่นกัน โดยหลังจากนี้จะเป็นขั้นตอนการต่อสู้คดีในชั้นศาลเพื่อนำเสนอข้อเท็จจริง และพยานหลักฐานที่มี ขณะที่ฝ่ายจำเลยก็จะมีโอกาสนำหลักฐานมาหักล้าง เพื่อให้ศาลพิจารณา และมีคำพิพากษาต่อไป

"ในด้านความเชื่อมั่นของนักลงทุน ทางตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ร่วมกับหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการออกแถลงข่าวร่วมกัน โดยทางตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้มีการออกมาตรการ และกลไกพิเศษเพื่อป้องกันปัญหาในลักษณะนี้ เช่น การควบคุมบัญชี และการตรวจสอบกระแสเงินเพื่อสร้างความปลอดภัยในระบบตลาดทุน"

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์