หุ้น OSP พุ่งกว่า 4.85% โบรกมองกำไรดีกว่าคาด รับต้นทุนแก๊สลด หนุนมาร์จิ้นฟื้น

หุ้น OSP ปรับตัวขึ้น 4.85% ในการซื้อขายภาคเช้า มาอยู่ที่ราคา 17.30 บาท นักวิเคราะห์มองว่าผลประกอบการจริงของ OSP มีแนวโน้มจะดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ แม้บริษัทจะให้แนวทางการเติบโตไว้ที่ 5% และคาดว่าอัตรากำไรจะทรงตัว ปัจจัยหนุนสำคัญคือต้นทุนค่าแก๊ส ซึ่งเป็นต้นทุนหลักในการผลิตบรรจุภัณฑ์ มีแนวโน้มปรับตัวลดลง
KEY
POINTS
- หุ้น OSP ปรับตัวขึ้น 4.85% ในการซื้อขายภาคเช้า มาอยู่ที่ราคา 17.30 บาท
- นักวิเคราะห์มองว่าผลประกอบการจริงของ OSP มีแนวโน้มจะดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ แม้บริษัทจะให้แนวทางการเติบโตไว้ที่ 5% และคาดว่าอัตรากำไรจะทรงตัว
- ปัจจัยหนุนสำคัญคือต้นทุนค่าแก๊ส ซึ่งเป็นต้นทุนหลักในการผลิตบรรจุภัณฑ์ มีแนวโน้มปรับตัวลดลง
- การลดลงของต้นทุนพลังงานคาดว่าจะช่วยผลักดันให้อัตรากำไร (Margin) ของบริษัทฟื้นตัวและปรับตัวสูงขึ้น
- บล.ซีจีเอส-อินเตอร์เนชันแนล คงคำแนะนำ "ซื้อ" โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 17.7 บาท
ความเคลื่อนไหว"ตลาดหุ้นไทย"ภาคเช้า ณ วันที่ 13 ม.ค.2569 เวลา 10.06 น. หุ้น OSP หรือ บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) บวก 4.85% เพิ่มขึ้น 0.80 บาท ราคาอยู่ที่ 17.30 บาท
กรรณ์ หทัยศรัทธา หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุน และ นักเศรษฐศาสตร์ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส-อินเตอร์เนชันแนล (ประเทศไทย) จำกัด ให้สัมภาษณ์กับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า วันนี้หุ้น OSP ปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 4% ซึ่งได้รับปัจจัยบวกหนุนการเติบโตและทิศทางกำไร เดิมทางบริษัท OSP ได้ให้แนวทางการเติบโตในปีนี้ไว้ที่ประมาณ 5% แม้คาดการณ์ว่าอัตรากำไรจะอยู่ในระดับทรงตัว
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของผลประกอบการจริงมีแนวโน้มที่จะ ดีกว่าที่คิด เนื่องจากปัจจัยภายนอกเรื่องนโยบายระหว่างประเทศ โดยเฉพาะการดำเนินการของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ต่อประเทศเวเนซุเอลา ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนหลายด้านมีแนวโน้มลดลง
"หนึ่งในต้นทุนหลักที่คาดว่าจะปรับลดลงคือ ต้นทุนค่าแก๊ส ซึ่งโอสถสภาใช้ในกระบวนการผลิตบรรจุภัณฑ์ต่างๆ การลดลงของต้นทุนพลังงานนี้จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันให้อัตรากำไร (Margin) ปรับตัวสูงขึ้น แม้ว่าสภาวะกำลังซื้อในปัจจุบันจะยังคงอยู่ในลักษณะทรงตัวหรือไม่ฝืนตัวมากนักก็ตาม"
สำหรับคำแนะนำการลงทุนและราคาเป้าหมาย ในเชิงกลยุทธ์การลงทุน ยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมายกำหนดไว้ที่ 17.7 บาท ขณะที่ผลตอบแทนเงินปันผล (Dividend Yield) ยู่ในระดับที่น่าสนใจมาก โดยคาดการณ์อยู่ที่ประมาณ 5-7%







