วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์แนวโน้มตลาด : บล.โกลเบล็ก หลุดแนวรับสำคัญแล้ว

วันศุกร์ที่ผ่านมา ดัชนี Sideway down ต่อเนื่อง ทำจุดต่ำสุดบริเวณ 1,398 จุด หลุดแนวรับเชิงจิตวิทยาบริเวณ 1,400 จุด ปรับตัวลงต่ำสุดถึง -25 จุด ปรับตัวลงเป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นต่างประเทศ หลังนายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด ส่งสัญญาณว่าเฟดอาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก

หากเศรษฐกิจยังคงแข็งแกร่ง ทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปี ของสหรัฐ แตะระดับ 5% ทำให้มีแรงขายในสินทรัพย์เสี่ยง อย่างตลาดหุ้น มีแรงขายหุ้น Big Cap. ทั้งในกลุ่มพลังงานอิเล็กทรอนิกส์ และไอซีที เป็นต้น ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,399.35 จุด -23.69 จุด -1.66% มูลค่าการซื้อขาย 52,983 ลบ. ต่างชาติ -1,215.31 ลบ. TFEX -1,218 สัญญา ตราสารหนี้ -3,234.32 ลบ.

ปัจจัยบวก    

+ นักลงทุนเทน้ำหนักคาดการณ์ว่า FED จะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุม 2 ครั้งสุดท้ายในปีนี้ แม้ว่าประธานเฟดส่งสัญญาณเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ ล่าสุด FedWatch Tool บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 98.4% ที่ FED จะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 5.25-5.50% ในการประชุมวันที่ 31 ต.ค.-1 พ.ย. และให้น้ำหนัก 74.6% ที่ FED จะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 12-13 ธ.ค.
+ กระทรวงกลาโหมสหรัฐ (เพนตากอน) มีแผนจะส่งระบบป้องกันภัยทางอากาศ "ไอออนโดม" (Iron Dome) จำนวน 2 เครื่องที่ซื้อมาจากอิสราเอลก่อนหน้านี้ คืนให้กับอิสราเอล เพื่อใช้ปกป้องตนเองจากการโจมตีด้วยขีปนาวุธ
+ ธนาคารกลางจีน (PBOC) อัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบการเงินจำนวนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 7.33 แสนล้านหยวน (1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ) ผ่านทางสัญญาซื้อคืนที่เป็นเครื่องมือทางการเงินระยะสั้นของจีน ซึ่งบ่งชี้ว่าจีนมีเป้าหมายรักษาต้นทุนการกู้ยืมให้อยู่ในระดับต่ำเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ
+ แหล่งข่าวจากปาเลสไตน์ เปิดเผยว่า ขณะนี้หลายฝ่ายกำลังใช้ความพยายามเพื่อให้กลุ่มฮามาสปล่อยตัวประกันครั้งใหม่ หลังจากที่มีการปล่อยตัวประกันชาวอเมริกัน 2 รายเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
 

 

+ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้าสำหรับการส่งออกภายใต้ความตกลงการค้าเสรี (FTA) ในเดือนมกราคม-กรกฎาคม 2566 มีมูลค่ารวม 46,183.48 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ คิดเป็นสัดส่วนการใช้สิทธิฯ สูงถึง 74.94% โดยสถิติการใช้สิทธิฯ ภายใต้ FTA
+ หุ้นกลุ่มธนาคารรายงานงบการเงินงวด 3Q66 มีกำไรสุทธิ 5.9 หมื่นล้านบาท +6%YoY -7%QoQ งวด 9M66 มีกำไรสุทธิ 1.81 แสนล้านบาท +14%YoY จากการเติบโตของ NIM แม้สินเชื่อหดตัว YTD คุณภาพสินทรัพย์โดยรวมอยู่ในเกณฑ์ดี

ปัจจัยลบ

- ดัชนีดาวโจนส์ ลดลง 190.87 จุด หรือ -0.58% ท่ามกลางการซื้อขายที่ผันผวน โดยดาวโจนส์ปิดในแดนลบติดต่อกัน 4 วันทำการ ในขณะที่ดัชนี Nasdaq ดีดตัวปิดบวกหลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐชะลอตัวลง ขณะที่นักลงทุนจับตาผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนและข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้
- สัญญาน้ำมันดิบ WTI ลดลง 2.59 ดอลลาร์ หรือ -2.9% ปิดที่ 85.49 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากหลายฝ่ายใช้ความพยายามทางการทูตเพื่อคลี่คลายวิกฤติการณ์ในตะวันออกกลาง ซึ่งทำให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบที่จะมีต่ออุปทานน้ำมัน
- มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ส เซอร์วิส ประกาศทบทวนอันดับความน่าเชื่อถือของอิสราเอล โดยมีแนวโน้มที่จะปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ A1 เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับความขัดแย้งที่รุนแรงและไม่คาดคิดระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาสซึ่งเป็นกลุ่มติดอาวุธในปาเลสไตน์
- นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮูของอิสราเอลยืนยันว่าอิสราเอลจะต่อสู้ไปจนกว่าจะได้รับชัยชนะ ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่ากองทัพอิสราเอลจะไม่หยุดทิ้งระเบิดและบุกโจมตีฉนวนกาซา หลังจากกลุ่มฮามาสปล่อยตัวประกัน

 

 

แนวโน้มตลาดวันนี้  

คาดดัชนีในวันนี้ยังแกว่งตัวผันผวน โดยมีแรงกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐที่ยังอยู่ในระดับสูงยังกดดันตลาด ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ WTI ที่ปรับตัวลงแรงกดดันหุ้นกลุ่มพลังงาน คาดกรอบดัชนีในวันนี้ที่ 1,390-1,410 จุด

กลยุทธ์การลงทุน  

• หุ้นที่ได้รับประโยชน์มาตรการลดค่าไฟฟ้าตามมติครม. : HMPRO GLOBAL DOHOME CPALL CPAXT CRC
• นโยบายแจกเงินดิจิทัลคนละ 10,000 บาท : HMPRO ILM COM7 CPALL CPAXT CRC TNP KK
• กนง.ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย : BBL KBANK SCB KTB
• หุ้นเด่น IAA : ADVANC AOT BDMS CPALL TOP
• น้ำมันขึ้นจากสงคราม : PTTEP SPRC BCP ESSO

 

หุ้นรายงานพิเศษ  

TRP <MAI/SERVICE> ราคา IPO 14.00 บาท
ราคาเหมาะสม 21-26 บาท

•ประกอบธุรกิจ ให้บริการหัตถการเกี่ยวกับการผ่าตัดตามมาตรฐานทางการแพทย์ การให้บริการให้ยาระงับความรู้สึกทางหลอดเลือดดำ และการให้บริการที่ไม่เกี่ยวกับการผ่าตัด โดยมีสัดส่วนรายได้ปี 65 ที่ 93.6% 4.2% และ 2.2% ตามลำดับ โดยรายได้จากบริการหัตถการเกี่ยวกับการผ่าตัดซึ่งเป็นรายได้หลักสามารถแบ่งเป็นศัลยกรรมผ่าตัดดึงหน้า ผ่าตัดตา ผ่าตัดจมูก และอื่นๆ ในสัดส่วน 64.5% 20.6% 5.1% และ 3.3%

•บริษัทมีรายได้และกำไรสุทธิปี 63-65 อยู่ที่ 222-854 ลบ. และ 37-270 ลบ. ตามลำดับ โดยคิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ย CAGR ตลอด 3 ปีที่ 96% และ 170% ต่อปีตามลำดับ เนื่องจากแนวโน้มในปัจจุบันผู้บริโภคหันมาใส่ใจด้านความงามเพิ่มขึ้นประกอบกับเริ่มเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุทำให้มีความต้องการทำศัลกรรมเพิ่มขึ้น อีกทั้งความต้องการทำศัลยกรรมถูกเลื่อนมาจากปี 64 ที่มีการแพร่ระบาด COVID-19 อย่างไรก็ตาม รายได้และกำไร 6M66 หดตัว 12%YoY และ 27%YoY สู่ 369 ลบ. และ 105 ลบ. ตามลำดับ หลังสถานการณ์ COVID-19 คลี่คลายและผู้บริโภคเริ่มเดินทางท่องเที่ยวมากขึ้นทำให้ผู้เข้าใช้บริการทำศัลยกรรมชะลอตัว

•จำนวนหุ้น IPO 90 ล้านหุ้น และมีมูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO 4,900 ลบ. ราคา IPO คิดเป็น trailing P/E 21.1 เท่า ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมที่ 50 เท่า (MASTER PE 38.5X และ KLINIQ PE 32X)

•การระดมทุนเพื่อ 1.ลงทุนโครงการก่อสร้างโรงพยาบาล 2.จัดซื้อเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ 3.ชำระคืนเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน และ 4.เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ การลงทุนอื่นๆ และการขยายธุรกิจของบริษัทฯ

* Globlex Securities เป็นผู้จัดจำหน่ายและรับประกันการจัดจำหน่ายหุ้นเพิ่มทุนในครั้งนี้ซึ่งจะได้รับค่าธรรมเนียมในฐานะผู้จัดจำหน่าย

หุ้นมีข่าว

(+) XO (ราคาเหมาะสม 33.40 บาท) ส่งซิกมีลุ้นผลงานไตรมาส 4/2566 ทำออลไทม์ไฮต่อเนื่อง รับปัจจัยหนุนลูกค้าอเมริกา ยุโรปป้อนออเดอร์เพิ่ม แย้มสงครามไม่กระทบส่งออกดีมานด์สูง เล็งส่งสินค้าขายโมเดิร์นเทรดโค้งท้าย เล็งประชุมบอร์ดเคาะงบไตรมาส 3/2566 วันที่ 13 พฤศจิกายนนี้ คอนเฟิร์มรายได้ปีนี้โตทะลุ 30% (ที่มา ทันหุ้น)

(+) SISB (Bloomberg consensus 41.00 บาท) เล็งยอดนักเรียนปี 2566 เกินเป้า 4.1 พันคน เคาะผลงานไตรมาส 4/2566 เติบโตแข็งแกร่ง พร้อมปีนี้ปรับขึ้นค่าการศึกษาแล้ว 5% ปีหน้าเล็งปรับขึ้นอีก 3-5% มองภาวะเศรษฐกิจไม่กระทบ การศึกษาเป็นสิ่งจำเป็น มั่นใจรายได้ปี 2566 โต 30% (ที่มา ทันหุ้น)

(+) LPH (Bloomberg consensus 6.30 บาท) เผยจำนวนผู้ป่วยกลับเข้ารับการรักษาเพิ่มขึ้น ทั้ง OPD และ IPD ลุยเพิ่มกลุ่มผู้ป่วยประกันสังคมแตะ 2 แสนราย ต้นปี 2567 ด้านผลงานปี 2566 มั่นใจรายได้โต 20-25% จากปีก่อน ขณะที่คนไข้ต่างชาติ ตะวันออกกลาง กัมพูชา สนใจเข้ารับการรักษาเพิ่ม คาดสัดส่วนรายได้ปีนี้แตะ 120-150 ล้านบาท จากปีก่อนอยู่ที่ 100 ล้านบาท (ที่มา ทันหุ้น)

(+) SEAFCO (Bloomberg consensus 4.25 บาท) จับตาความชัดเจนภาครัฐเคาะบทสรุปลงทุนโครงสร้างพื้นฐานใหม่ๆ ด้านเอกชนงานขนาดกลางมีออกมามากแต่ก็แข่งขันในราคาที่สูง ใส่เกียร์ลุยประมูลงานโปรเจ็กต์ใหม่กว่า 8-9 พันล้านบาท คาดว่าในช่วงที่เหลือจะทยอยเห็นข้อสรุป มั่นใจรายได้แตะ 1.8 พันล้านบาทตามเป้า อวดแบ็กล็อกหนา 1.6 พันล้านบาท คาดรับรู้ช่วงที่เหลือปีนี้กว่า 800 ล้านบาท (ที่มา ทันหุ้น)