ทางเทคนิค คาด SET Index ขึ้นจำกัด แนวต้าน 1,446/1,456 จุด แนวรับ 1,429/1,420 จุด ภาพใหญ่ของดัชนีฯ ยังคงอยู่ในทิศทางขาลงโดยมีเป้าหมายลงไปทดสอบแนวรับ 1,400 จุด
ส่วนระยะสั้น แกว่งตัว Sideways กรอบ 1,429-1,459 จุด เพื่อปรับฐานก่อนที่จะเลือกข้างว่าจะลงไปที่แนวรับ 1,400 จุด หรือลุ้นดีดกลับไปที่ 1,470 จุด ทั้งนี้ สัญญาณซื้อเล่นสั้นจะเกิดขึ้น หากยืนเหนือระดับ 1,446 จุด ได้วันนี้
ประเด็นสำคัญวันนี้ จับตา
+/-พัฒนาการของ Events สำคัญ ได้แก่ 1. สงครามอิสราเอล-ฮามาส หากเกิดเหตุการณ์ลุกลามขยายวงไปยังประเทศตะวันออกกลางอื่น ๆ เพิ่มเติม หลังเกิตเหตุโจมตีโรงพยาบาล Al Ahli Arab Hospital ในเมืองกาซ่า มีผู้เสียชีวิตกว่า 500 คน จะเป็นลบต่อสินทรัพย์เสี่ยง แต่เป็นบวกต่อสินทรัพย์ปลอดภัย เช่น ทองคำ พันธบัตรฯ รวมถึงสินค้าโภคภัณฑ์ น้ำมัน (Figure 2) 2. ทิศทางยิลด์พันธบัตรสหรัฐฯ และค่าเงิน USD อาจอ่อนตัวและเป็นบวกต่อตลาดหุ้น หากสุนทรพจน์ของประธานเฟด Powell คืนนี้ มีสัญญาณสนับสนุนการไม่เร่งปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟด 3. การเข้าพบประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ของนายกฯ เศรษฐา อาจช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและอาจต่อยอดสำหรับการดึงดูดนักลงทุนจีนให้เข้ามาลงทุนโครงการขนาดใหญ่เพิ่มเติม นอกเหนือจากธุรกิจ EV (เป็นผลบวกต่อหุ้นกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม)
+3Q23 Earnings Results: บจ. สหรัฐฯ ที่จะรายงานผลกำไร 3Q23E วันนี้ จับตา AT&T, Phillip Morris, Snap ฯลฯ โดย Bank of America คาดว่าบจ.ส่วนใหญ่มีโอกาสสร้าง Positive Surprise จากแนวโน้มอัตราผลกำไรจากการดำเนินงานที่ปรับตัวดีขึ้น ส่วนอีกหนึ่งหุ้นที่ต้องจับตา คือ บริษัท TSMC ซึ่งเป็นบริษัทชิปของไต้หวัน ที่จะประกาศงบวันนี้ โดย Conensus คาด 3Q23E EPS USD1.16 (ดีขึ้นเมื่อเทียบกับ 2Q23 ที่ USD1.13 แต่ลดลงมากเมื่อเทียบกับ 3Q22 USD1.70) และอาจมี Positive Earnings Guidance ต่อ 4Q23E รับผลบวกจากกระแส AI ต้นทุนค่าไฟฟ้าที่ปรับลดลง และอุปสงค์ชิปเริ่มฟื้นตัว (หากออกมาดีกว่าคาด จะเป็นผลบวกต่อหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิปทั่วโลก รวมถึงไทย (DELTA HANA KCE SMT) ส่วนประเทศไทย คาดว่าจะมีการประกาศงบกลุ่มธนาคารฯ เพิ่มเติม ได้แก่ BAY คาดรายงานผลกำไรสุทธิ 8,821 ล้านบาท เติบโต +9.3% YoY, +4.7% QoQ และ TTB คาดรายงานกำไรสุทธิ 4,424 ล้านบาท +19.1% YoY, -3.1% QoQ โดยจะเป็นสัญญาณบวกต่อหุ้นกลุ่มธนาคาร หากรายงานกำไรดีกว่าคาดการณ์
-ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ: จับตา ตัวเลขยอดขายบ้านเดิมของสหรัฐฯ (Existing Home Sales) เดือน ก.ย. (Figure 1) Consensus คาดอยู่ที่ 3.94 ล้านหน่วย ลดลงเมื่อเทียบกับเดือน ส.ค. ที่ 4.04 ล้านหน่วย และตัวเลข CB Leading Index เดือน ก.ย. (Consensus คาด -0.3% MoM Vs เดือน ส.ค. -0.4% MoM)
กลยุทธ์ลงทุน แนะนำ หลักทรัพย์ที่คาดว่าจะรับผลบวกจาก Event Plays วันนี้ แนะนำ KCE AMATA WHA
Strategic daily picks
KCE ปิด 55.00 บาท/แนวรับ 52.50 บาท แนวต้าน 58.00 บาท
แรงหนุนจากอัตราการใช้กำลังการผลิต และส่วนผสมผลิตภัณฑ์จากกลุ่มธุรกิจที่มีอัตรากำไรสูง ส่งผลให้รายได้และอัตรากำไรขั้นต้นฟื้นตัวใน 2H23 โดย KCE คาดรายได้ปี 2023 อาจลดลงประมาณ 5% จากปี 2022 แต่ปี 2024 จะกลับมาเติบโต 5-15% Bloomberg Consensus ประมาณการกำไรสุทธิ 3Q23 และปี 2023 ที่ 452.75 ล้านบาท และ 1.79 พันล้านบาท ตามลำดับ และมูลค่าเหมาะสมที่ 53.96 บาท
AMATA ปิด 26.50 บาท/แนวรับ 24.80 บาท แนวต้าน 28.00 บาท
AMATA ประเมินภาพรวมธุรกิจ 2H23 มีแนวโน้มขยายตัวดีกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน และคาดยอดขายที่ดินจะสามารถแตะระดับกว่า 700 ไร่ จาก 1H23 มียอดขายที่ดินรวม 682 ไร่ ขณะเดียวกันบริษัทมียอดขายที่ดินรอการส่งมอบ (Backlog) ในช่วงที่เหลือของปีนี้อีกจำนวนมาก (Backlog ณ เดือน มิ.ย. 2023 อยู่ที่ 7.99 พันล้านบาท) Bloomberg Consensus ประมาณการกำไรสุทธิ 3Q23 และปี 2023 ที่ 434 ล้านบาท และ 1.99 พันล้านบาท ตามลำดับ และมูลค่าเหมาะสมที่ 28.11 บาท
WHA ปิด 5.40 บาท/แนวรับ 5.05 บาท แนวต้าน 5.70 บาท
WHA เตรียมแผนการขายทรัพย์สินของบริษัทเข้า WHART ภายใน 4Q23 ขณะเดียวกันอยู่ระหว่างการเจรจากับลูกค้ายานยนต์รายใหญ่จากจีน ที่มีความต้องการซื้อที่ดินมากกว่า 600 ไร่ และมีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงถึง 500 เมกะวัตต์/ปี ซึ่งเบื้องต้นจะเร่งดีลให้เสร็จสิ้นภายในสิ้นปี 2023 และยังมียอดขายที่อยู่ระหว่างการเซ็นสัญญาในมือ (LOI) ทั้งในไทยและเวียดนามอีกมากกว่า 700-800 ไร่ Bloomberg Consensus ประมาณการกำไรสุทธิ 3Q23 และปี 2023 ที่ 857.50 ล้านบาท และ 4.3 พันล้านบาท ตามลำดับ และมูลค่าเหมาะสมที่ 5.81 บาท









