วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์แนวโน้มตลาด : บล.โกลเบล็ก กังวลสงครามขยายวงกว้าง

วันศุกร์ที่ผ่านมา ดัชนีพักตัว หลังจากปรับตัวขึ้นแรงในวันก่อนหน้า นักลงทุนติดตามตัวเลขเงินเฟ้อ (CPI) เดือนก.ย. ของสหรัฐฯ โดยตลาดคาดว่า CPI +3.6%YoY ประกอบกับนักลงทุนชะลอการซื้อ-ขาย ก่อนเข้าสู่ช่วงวันหยุดยาว ทำให้วอลุ่มการซื้อ-ขาย ชะลอตัวลง

โดยมีแรงขายหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ และกลุ่มพลังงาน ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,450.75 จุด -5.24 จุด -0.36% มูลค่าการซื้อขาย 36,895 ลบ. ต่างชาติ -1,759.75 ลบ. TFEX -23,865 สัญญา ตราสารหนี้ +1,889.20 ลบ.


ปัจจัยบวก    

+ ดัชนีดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้น 39.15 จุด หรือ +0.12% ขณะที่ดัชนี S&P500 และดัชนี Nasdaq ปิดลบ นักลงทุนวิตกเกี่ยวกับการสู้รบในตะวันออกกลางระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาสของปาเลสไตน์ และผลสำรวจความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐบ่งชี้ถึงการคาดการณ์เงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาดัชนีดาวโจนส์บวก 0.79% หลังปรับตัวลง 2 สัปดาห์ติดต่อกัน
+ สัญญาน้ำมันดิบ WTI พุ่งขึ้น 4.78 ดอลลาร์ หรือ +5.8% ปิดที่ 87.69 ดอลลาร์/บาร์เรล และปรับตัวขึ้น 5.9% ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากนักลงทุนวิตกว่า สงครามในตะวันออกกลางอาจขยายวงกว้าง เนื่องจากอิสราเอลเริ่มบุกโจมตีภาคพื้นดินเข้าสู่ฉนวนกาซา และอาจจะส่งผลกระทบต่อการผลิตน้ำมัน
+ รมว.กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐเดินทางไปยังอิสราเอลเพื่อยับยั้งไม่ให้สงครามในตะวันออกกลางลุกลามบานปลาย หลังเกิดการโจมตีและการจับตัวประกันของกลุ่มติดอาวุธฮามาสของปาเลสไตน์
+ ผู้แทนทางการทูตจีน มีกำหนดเดินทางเยือนตะวันออกกลางในสัปดาห์หน้า โดยมีเป้าหมายเพื่อเรียกร้องให้มีการหยุดยิงในความขัดแย้งระหว่างอิสราเอล-ฮามาส และสนับสนุนการเจรจาสันติภาพ
+ ตัวเลขจากการท่าอากาศยานไทยรายงานว่า นักท่องเที่ยวจีนที่จองการเดินทางเข้ามาในประเทศไทย 650,000 คน ก่อนเกิดเหตุการณ์ที่สยามพารากอนยังคงยืนยันที่พักและเที่ยวบินมาไทยถึง 590,000 คน ลดลงเพียง 9.2% ซึ่งถือว่าเป็นความเบี่ยงเบนที่อยู่ในเกณฑ์ปกติ สะท้อนว่านักท่องเที่ยวจีนยังคงมีความเชื่อมั่นที่จะมาเที่ยวเมืองไทยเช่นเดิม

ปัจจัยลบ 

 

 

 

- สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานโดยอ้างอิงข้อมูลจากเอกสารทางการจีนว่า จีนได้สั่งห้ามเป็นครั้งแรกไม่ให้โบรกเกอร์ในประเทศและสาขาในต่างประเทศทำการรับลูกค้าชาวจีนแผ่นดินใหญ่รายใหม่เพื่อทำการซื้อขายหลักทรัพย์ในต่างประเทศ
- ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐปรับตัวลงสู่ระดับ 63 ในเดือนต.ค. ต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค. โดยลดลงจากระดับ 68.1 ในเดือนก.ย. และลดลงมากกว่าคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ซึ่งคาดว่าจะขยับลงแตะ 67.4
- ผู้บริหารของธนาคารเจพีมอร์แกน เชส เตือนว่า สถานการณ์ในขณะนี้อาจทำให้เศรษฐกิจโลกอยู่ในช่วงเวลาที่อันตรายที่สุดในรอบหลายสิบปี ไม่ว่าจะเป็นสงครามในยูเครนที่ยังคงดำเนินอยู่ รวมทั้งการที่กลุ่มฮามาสก่อเหตุโจมตีอิสราเอล ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อตลาดพลังงานและตลาดอาหาร การค้าโลก และความสัมพันธ์ด้าน ภูมิรัฐศาสตร์
- IMF คาดการณ์ว่าวิกฤติในภาคอสังหาฯ ของจีนจะส่งผลกระทบต่อแนวโน้มเศรษฐกิจของเอเชียที่เคยเติบโตเร็ว เศรษฐกิจจีนที่กลับมาคึกคักหลังพ้นช่วงล็อกดาวน์สูญเสียแรงผลักดันเร็วกว่าคาด ขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐไม่ได้ช่วยเอเชียได้มากนักเพราะสหรัฐโฟกัสกับภาคบริการมากกว่า
- ตลาดหลักทรัพย์ รายงานมูลค่าซื้อขายหลักทรัพย์สะสมตามกลุ่มนักลงทุนตั้งแต่ 1 ม.ค.-12 ต.ค. 2566 แยกเป็นสถาบันในประเทศซื้อสุทธิ 56,848.89 ล้านบาท บัญชีบริษัทหลักทรัพย์ขายสุทธิ 7.84 ล้านบาท นักลงทุนต่างประเทศขายสุทธิ 163,170.99 ล้านบาท นักลงทุนในประเทศซื้อสุทธิ 106,329.95 ล้านบาท

แนวโน้มตลาดวันนี้  

คาดดัชนีในวันนี้มีโอกาสอ่อนตัวลงตามทิศทางตลาดต่างประเทศ โดยมีแรงกดดันจากความวิตกเกี่ยวกับการสู้รบในตะวันออกกลางระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาสของปาเลสไตน์อาจขยายวงกว้าง ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ WTI ที่ปรับตัวขึ้นแรงพยุงหุ้นกลุ่มพลังงาน คาดกรอบดัชนีในวันนี้ที่ 1,440-1,455 จุด

 

 

 

กลยุทธ์การลงทุน

• หุ้นที่ได้รับประโยชน์มาตรการลดค่าไฟฟ้าตามมติครม. : HMPRO GLOBAL DOHOME CPALL CPAXT CRC
• นโยบายแจกเงินดิจิทัลคนละ 10,000 บาท : HMPRO ILM COM7 CPALL CPAXT CRC TNP KK
• กนง.ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย : BBL KBANK SCB KTB
• หุ้นเด่น IAA : ADVANC AOT BDMS CPALL TOP
• น้ามันขึ้นจากสงคราม : PTTEP SPRC BCP ESSO

หุ้นรายงานพิเศษ

AUCT "ซื้อ" ราคาเหมาะสมเดิมราว 12.10 บาท (เตรียมปรับเพิ่มประมาณการ)
"มุมมองบวกต่อแนวโน้มกำไรช่วง 2H66 และคาดกำไรงวด 3Q66 จะโตทั้ง YoY และ QoQ"

วิเคราะห์แนวโน้มตลาด : บล.โกลเบล็ก กังวลสงครามขยายวงกว้าง

 

 •(0) งวด 2Q66 มีกำไร 65 ลบ. +46%YoY -32%QoQ ต่ำกว่าที่เราคาด 6% โดยมีรายได้ 269 ลบ. +32%YoY -13%QoQ เติบโต YoY จากปริมาณรถยึดเข้าสู่ลานประมูลมากขึ้น ตาม NPL ที่เร่งขึ้น และการปรับค่าบริการรถยนต์ 4 ล้อ 6 ล้อ และบิ๊กไบค์ตั้งแต่ช่วงปลายปีก่อน แต่อ่อนแอ QoQ เนื่องจากเข้าสู่ช่วงไตรมาสที่มีวันหยุดยาว อย่างไรก็ตาม %GPM ลดลงสู่ระดับ 47.9% จากคาดที่ระดับ 51.5% (2Q65 = 48.6%, 1Q66 = 52.7%) เนื่องจากมีรายได้ขนส่งที่มีมาร์จิ้นต่ำปรับเพิ่มสูงขึ้น ทั้งนี้กำไร 1H66 เท่ากับ 161 ลบ. คิดเป็น 54% ของประมาณการทั้งปี 66 เดิมที่ราว 300 ลบ. +19%YoY

•(+) ความเห็น เรามีมุมมองบวกต่อแนวโน้มกำไรช่วง 2H66 ที่คาดจะโตกว่า 1H66 และเตรียมปรับเพิ่มประมาณการณ์กำไรทั้งปี 66 จากเดิมที่ราว 300 ลบ. +19%YoY โดยเราคาดแนวโน้มกำไร 3Q66 จะโตดีทั้ง YoY และ QoQ จากแนวโน้ม %NPL ของสถาบันการเงินที่เติบโตต่อเนื่อง โดยล่าสุด TISCO เผย %NPL งวด 3Q66 เร่งขึ้นสู่ 2.25% จาก 2.2% ใน 2Q66 ส่งผลให้แนวโน้มจำนวนรถยึดยังคงปรับตัวขึ้น สอดคล้องกับแผนการขยายลานสต็อกและจุดรับสินค้าซึ่ง YTD ขยายไปแล้วทั้งหมด 8 แห่ง และมีแผนขยายเพิ่มอีก 2 แห่งในช่วงที่เหลือของปีนี้ ส่วน 4Q66 จะเข้าสู่ช่วง High Season ของธุรกิจ โดยเราคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสมปี 66 เดิมราว 12.10 บาท (เตรียมปรับเพิ่มประมาณการ)

หุ้นมีข่าว

(+) NRF (Bloomberg consensus 4.30 บาท) โปรยข่าวดี! “ก.ล.ต.สหรัฐ” ไฟเขียวแผนควบรวม Kairous Asia Ltd. พร้อมส่งบริษัทย่อย “BAMBOO MART” เข้าระดมทุนขายไอพีโอและจดทะเบียนในตลาดหุ้น NASDAQ ภายในปี 67 ฟากซีอีโอ “แดน” มั่นใจช่วยเสริมแกร่งรับแผนการขยายตลาดต่างประเทศ หวังก้าวสู่แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซด้านอาหารเอเชียเบอร์ 1 ในยุโรป หนุนผลงานนิวไฮต่อเนื่อง (ที่มา ข่าวหุ้น)

(+) RT (Bloomberg consensus - บาท) “ไร้ท์ทันเน็ลลิ่ง” ประสบความสำเร็จเจาะอุโมงค์ส่งน้ำช่วงแม่แตง-แม่งัด สัญญา 1 มูลค่า 2,814 ล้านบาท ระยะทาง 9 กิโลเมตร เรียบร้อยแล้ว พร้อมส่งมอบงานกรมชลประทาน Q3 งานเข้ามาต่อเนื่อง Backlog ทะลุ 1 หมื่นล้าน รับรู้รายได้ถึงปี 72 (ที่มา ข่าวหุ้น)

(+) KTC (Bloomberg consensus 56.25 บาท) “ระเฑียร ศรีมงคล” ส่งไม้ต่อซีอีโอคนใหม่ มั่นใจกำไรนิวไฮต่อเนื่องทุกปี ด้าน “พิทยา วรปัญญาสกุล” ว่าที่ซีอีโอใหม่ ยันแผนดันกำไร 1 หมื่นล้านบาท ส่วนกำไรปีนี้โตกว่าปีที่ผ่านมาที่ทำได้ 7,079 ล้านบาทแน่นอน พร้อมเปิดแผนธุรกิจปี 67 ตั้งเป้ายอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตโต 15% พร้อมเป้าบัตรใหม่ 230,000 ใบ ขณะที่สินเชื่อบุคคลเป้าโต 5% และ “สินเชื่อพี่เบิ้ม” เป้าสินเชื่อใหม่ 6,000 ล้านบาท (ที่มา ข่าวหุ้น)

(+) OSP (Bloomberg consensus 33.00 บาท) เร่งปรับโมเดลธุรกิจ จ่อปิดโรงผลิตขวดแก้วสมุทรปราการเดือนธันวาคมนี้ ชี้ช่วยลดต้นทุนหนุนมาร์จิ้นสดใส แถมวางงบลงทุน 2.5 พันล้านบาท อัพระบบไอที ส่วนปีนี้ยืนเป้ายอดขายโตไม่ต่ำกว่า 10% จากปีก่อน รับดีมานด์ใน-นอกสดใส (ที่มา ทันหุ้น)