ในเดือนกันยายน ตลาดหุ้นไทยอ่อนแอกว่าที่เราคาดไว้อย่างมาก ในขณะที่เราคาดว่าตลาดน่าจะขึ้นต่อได้บ้างจากประเด็นการตั้งรัฐบาลใหม่ แต่ดัชนี SET กลับถูกฉุดโดยปัจจัยลบที่ประดังเข้ามา
อย่างเช่น i) อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ และ ดัชนี US Dollar Index ที่เพิ่มขึ้นอย่างมากจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่แข็งแกร่ง และท่าทีที่ค่อนข้าง hawkish ของผู้บริหาร Fed และ ii) ความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับวินัยทางการคลังของไทย และอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศ จากการที่คณะรัฐมนตรีพยายามหาเงินทุนมากถึง 5.60 แสนล้านบาทเพื่อสนับสนุนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่าน digital wallet ทั้งนี้ ประเด็นดังกล่าวทำให้เงินบาทอ่อนค่าลง และทำให้เกิดกระแสเงินทุนไหลออก ท่ามกลางปัจจัยที่กดดันให้ตลาดหุ้นโดยรวมลดลง หุ้นเด่นของเราตกหมดทุกตัวในเดือนกันยายน โดย TOP* และ AOT* ยัง outperform ดัชนีหลักได้ ทั้งนี้ หุ้นสามหตัวที่ตกหนักสุดในรายการหุ้นเด่นของเราคือ AAV*, TIDLOR* และ SAWAD*
มุมมองตลาดหุ้นไทย ต.ค. - ยังคงมีปัจจัยกดดัน แต่ความเสี่ยงทางลงจำกัดแล้ว
สำหรับแนวโน้มในเดือนตุลาคม เรามองว่าแนวโน้มหลักของดัชนี SET ยังคงเป็นขาลง เนื่องจากเหตุผลสองประการ ข้อแรกคือ 4Q66 อาจจะเป็นช่วงที่ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐแข็งแกร่งมากกว่ายุโรป ซึ่งน่าจะทำให้ผู้บริหาร Fed ยังคงอยู่ในโหมด hawkish ต่อไป และหนุนให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นไปอีก ข้อที่สองคือ นักลงทุนอาจจะต้องรออีก 1-2 สัปดาห์ จนกว่าจะได้ข้อมูลอย่างเต็มที่เกี่ยวกับแผนการจัดหาเงินทุนเพื่อมาใช้สนับสนุนมาตรการ digital wallet อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นไทยตกลงมาอย่างมีนัยสำคัญในเดือนกันยายน ซึ่งทำให้เรามองว่าราคาหุ้นมี downside จำกัด และเมื่ออิงจาก earnings yieldgap ระยะยาวที่ 4.1% และอัตราผลตอบแทนจากพันธบัตรรัฐบาลไทยอายุ 10 ปีที่ 3.0% เราประเมินว่า downside ของ ดัชนี SET อยู่ที่ 1,450-1,460 ดังนั้น เราจึงแนะนำให้นักลงทุนเตรียมพร้อมเข้าซื้อสะสมหุ้นไทย เพราะเรามองว่าตลาดหุ้นน่าจะฟื้นตัวได้ในช่วงที่เหลือของปีนี้ จาก pattern ตามฤดูกาลของตลาด และ ความเป็นไปได้ที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ และอัตราผลตอบแทนจากพันธบัตรทั่วโลกจะลดลง
หุ้นเด่นเดือน ต.ค. เน้นกลุ่มที่โยงกับการท่องเที่ยวจีน, โรงกลั่น และกลุ่มที่ได้อานิสงส์จากการอ่อนค่าของเงินบาท
เราเลือกธีมหุ้นที่ดูน่าสนใจในเดือนตุลาคมดังนี้ กลุ่มแรกคือบริษัทที่โยงกับการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของการท่องเที่ยวจีน จากการเพิ่มแรงจูงใจด้วยการให้ฟรีวีซ่า และการเข้าสู่ช่วง high season ของการท่องเที่ยว ซึ่งในกลุ่มนี้ เราชอบ AOT*, CPALL*, CPN* และ BH* กลุ่มที่สองคือหุ้นโรงกลั่น ซึ่งเราคาดว่าผลประกอบการจะแข็งแกร่งใน 3Q66 ในขณะที่แนวโน้มของอุตสาหกรรมยังดูดีต่อเนื่องใน 4Q66 โดยหุ้นเด่นที่เราเลือกในกลุ่มนี้คือ SPRC* และ TOP* ส่วนกลุ่มที่สาม เราชอบหุ้นส่งออก โดยเฉพาะบริษัทที่กำไรมีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้นอย่างชัดเจนใน 2H66 โดยหุ้นเด่นที่เราเลือกในกลุ่มนี้คือ HANA* และ TU*









