วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์แนวโน้มตลาด : บล.โกลเบล็ก สหรัฐรอดชัตดาวน์

วันศุกร์ที่ผ่านมา ดัชนีเคลื่อนไหวผันผวน ปิดตลาดที่จุดต่ำสุดของวัน เนื่องจากการเคลื่อนไหวของหุ้น DELTA จากประเด็น ที่บริษัทแม่ "เดลต้า อีเลคโทรนิคส์" ขายบิ๊กลอตหุ้น DELTA จำนวน 89.2 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 94.75 บาทต่อหุ้น แต่มีแรงซื้อหุ้นกลุ่มพลังงาน ธนาคาร และค้าปลีก

ซึ่ง DELTA มีราคาปิด 82.75 บาท -21.25 บาท หรือ -20.43% ส่งผลต่อดัชนี Set ราว -21.6 จุด ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,471.43 จุด -10.71 จุด -0.72% มูลค่าการซื้อขาย 73,068 ลบ.ต่างชาติ +1,071.48 ลบ. TFEX -54,000 สัญญา ตราสารหนี้ +2,151.96 ลบ.

ปัจจัยบวก    

+ สภาคองเกรสสหรัฐผ่านกฎหมายงบประมาณชั่วคราวเพื่อหลีกเลี่ยงการชัตดาวน์หน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐ การผ่านกฎหมายงบประมาณชั่วคราวช่วยให้หน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐมีงบประมาณใช้จ่ายไปจนถึงวันที่ 17 พ.ย.
+ กระทรวงพลังงานสหรัฐระบุว่าต้องการพิสูจน์ว่าทีมวิศวกรของกระทรวงฯ ไม่ได้ฝ่าฝืนข้อตกลงห้ามการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์เพื่อกระตุ้นให้จีนและรัสเซียมีความโปร่งใสมากขึ้นและเพื่อลดความ ตึงเครียดทางทหาร
+ ประเทศไทยได้รับเลือกให้เป็นพื้นที่สำหรับจัดตั้งสำนักงานภูมิภาค ของ China Automotive Technology and Research Center ซึ่งเป็นหน่วยความเข้มข้นทางเทคนิคของอุตสาหกรรมยานยนต์ภายใต้คณะกรรมการกำกับดูแลและบริหารสินทรัพย์ของรัฐของสภาแห่งรัฐของจีน
+ ธปท.ผ่อนคลายเกณฑ์การทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเงินบาทของผู้มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ (non-resident) กับสถาบันการเงินในประเทศเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มความคล่องตัวและลดภาระด้านเอกสารหลักฐานให้ผู้ประกอบการต่างประเทศที่มีการค้าการลงทุนกับประเทศไทย

ปัจจัยลบ

 

- ดัชนีดาวโจนส์ปิด ลดลง 92 เซนต์ หรือ -1% ปิดที่ 90.79 ดอลลาร์/บาร์เรล โดยถูกกดดันจากการคาดการณ์ที่ว่า ซาอุดีอาระเบียจะกลับมาเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันอีกครั้ง แต่เพิ่มขึ้น 0.8% ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา
- สัญญาน้ำมันดิบ WTI ลดลง 1.97 ดอลลาร์ หรือ 2.1% ปิดที่ 91.71 ดอลลาร์/บาร์เรล เนื่องจากนักลงทุนเทขายทำกำไรหลังจากราคาน้ำมันพุ่งขึ้นแข็งแกร่ง และความกังวลว่า ภาวะอัตราดอกเบี้ยสูงจะส่งผลกระทบต่อความต้องการใช้น้ำมัน

 

- รัฐบาลอังกฤษต้องการส่งครูฝึกทหารไปประจำการในยูเครน เพิ่มเติมจากการฝึกอบรมกองกำลังยูเครนที่ประจำการอยู่ในอังกฤษหรือประเทศฝั่งตะวันตกอื่น ๆ ในตอนนี้
- ตลาดหลักทรัพย์ สรุปมูลค่าซื้อขายหลักทรัพย์สะสมในช่วง 9 เดือนแรกปี 2566 พบว่าสถาบันในประเทศ ซื้อสุทธิ 50,888.79 ล้านบาท บัญชีบริษัท หลักทรัพย์ ซื้อสุทธิ 1,723.68 ล้านบาท นักลงทุนต่างประเทศขายสุทธิ 157,170.50 ล้านบาท นักลงทุนในประเทศซื้อสุทธิ 104,558.04 ล้านบาท
- ส.อ.ท. เห็นว่าการที่เงินบาทอ่อนค่าเร็วเกินไป จะเพิ่มความเสี่ยงที่จะทำให้ประเทศไทยขาดดุลการค้ามากขึ้นเพราะต้องนำเข้าพลังงาน สินค้าทุนและวัตถุดิบจากต่างประเทศ ประกอบกับอัตราดอกเบี้ยของไทยที่ต้องปรับขึ้น เพื่อดูแลภาวะค่าเงินบาทไม่ให้ผันผวน จะส่งผลต่อต้นทุนการเงินจากดอกเบี้ยเงินกู้สูงขึ้น

แนวโน้มตลาดวันนี้    

คาดดัชนีในวันนี้มีโอกาส Rebound ตามทิศทางตลาดต่างประเทศ โดยมีแรงหนุนจากการที่สหรัฐสามารถหลีกเลี่ยงการปิดหน่วยงานของรัฐบาลได้ ขณะที่ตลาดยังมีความผันผวนจากหุ้น DELTA กรอบดัชนีในวันนี้ 1,460-1,480 จุด

กลยุทธ์การลงทุน   

• หุ้นที่ได้รับประโยชน์มาตรการลดค่าไฟฟ้าตามมติครม. : HMPRO GLOBAL DOHOME CPALL CPAXT CRC
• หุ้นที่ได้รับประโยชน์นโยบายฟรีวีซ่า : AOT CENTEL ERW SPA RP AU
• นโยบายแจกเงินดิจิทัลคนละ 10,000 บาท : HMPRO DOHOME GLOBAL ILM COM7 CPALL CRC MAKRO TNP KK
• หุ้นเสียประโยชน์จากลดค่าไฟฟ้า : GPSC BGRIM EA SSP
• กนง.ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย : BBL KBANK SCB KTB

 

หุ้นรายงานพิเศษ

TACC "ซื้อ" ราคาเหมาะสม 6.60 บาท
"มุมมองบวกต่อแนวโน้มผลประกอบการช่วง 2H66 ที่คาดจะโตดีกว่า 1H66"

วิเคราะห์แนวโน้มตลาด : บล.โกลเบล็ก สหรัฐรอดชัตดาวน์

•เราคาดแนวโน้มรายได้จะเติบโต YoY ตามการขยายสาขา 7-Eleven ในช่วง 3Q66 อีกราว 150-200 สาขา แต่อ่อนเล็กน้อย QoQ หลังจากผ่านพ้นช่วง High Season ขณะที่ คาด %GPM จะฟื้นดีขึ้น QoQ เนื่องจากวัตถุดิบหลายรายการที่ทยอยปรับดีขึ้นต่อเนื่อง แต่ยังคงอ่อนแอ YoY (%GPM : 3Q65 = 35.1%, 2Q66 = 32.5%) ส่งผลให้คาดกำไรช่วง 3Q66 จะลดลง YoY แต่อาจทรงตัว QoQ

•ความเห็น เรามีมุมมองบวกต่อแนวโน้มผลประกอบการช่วง 2H66 ที่คาดจะโตดีกว่า 1H66 จากกำลังซื้อของคนในประเทศและจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น ช่วยหนุนรายได้ทั้งกลุ่ม 7-Eleven และ Non 7-Eleven นอกจากนี้ เรายังมีมุมมองบวกต่อแผนการขยายสาขาของ 7-Eleven ที่จะไปเติบโตในต่างประเทศ อาทิ กัมพูชา (YTD +32 แห่ง สู่ปัจจุบันที่ 70 แห่ง) และล่าสุดเมื่อช่วงต้นเดือน ก.ย.ที่ผ่านมาเพิ่งเปิดสาขาแรกที่ประเทศลาว ซึ่ง TACC ยังคงเป็น Strategic Partner ในการเข้าไปขายเครื่องดื่มทั้งแบบโถกดเย็นและ All Café รวมทั้งแผนขยายสาขาเชิงรุกของกาแฟพันธุ์ไทยที่ปลายปีตั้งเป้ามีสาขา 1,200 แห่ง จาก 2Q66 มีสาขา 703 แห่ง โดยเราคาดกำไรปี 66 ราว 201 ลบ. -14% (1H66 มีกาไร 96 ลบ. คิดเป็น 48% ของประมาณการทั้งปี 66) ทั้งนี้ ปัจจุบันซื้อขายที่ PER เพียง 14.3x ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 3 ปีที่ 20 เท่า และจ่ายปันผลในอัตรากว่า 7% ต่อปี เราจึงคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 6.60 บาท อัพไซต์ 38%

หุ้นมีข่าว

(+) NRF (Bloomberg consensus 4.30 บาท) รับอานิสงส์เงินบาทอ่อนค่า ชูมีสัดส่วนส่งออกกว่า 60% ดันงบเติบโต แย้มผลงานไตรมาส 3/2566 เติบโตแข็งแกร่ง รวมงบซื้อกิจการซูเปอร์มาร์เก็ต เจรจาลงทุนปีนี้อีก 1 ดีล ส่วนธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงเติบโตดี ด้านโรงงาน Plant-Based Food ร่วมกับ PTT เปิดดำเนินการปลายปีนี้ ทั้งปีคาดรายได้โต 30-50% (ที่มา ทันหุ้น)

(+) BANPU (Bloomberg consensus 9.00 บาท) เตรียมปิดดีลลงทุนเหมืองแร่ “ลิเทียม-นิกเกิล-คอปเปอร์” ในลาว อินโดนีเซีย และออสเตรเลีย คาดได้ข้อสรุปภายในปีนี้หรือต้นปีหน้า เน้นเหมืองที่เปิดดำเนินการแล้วจะรับรู้รายได้ทันที ลั่นโดยเฉพาะลิเทียมช่วยต่อยอดธุรกิจแบตเตอรี่ (ที่มา ข่าวหุ้น)

(+) SOLAR (Bloomberg consensus - บาท) มั่นใจรายได้ปีนี้โต 15-20% จากการบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลุ้นเซ็นงาน EPC ขนาดใหญ่มูลค่ากว่า 900 ล้านบาทช่วงปลายปี พร้อมแตกไลน์ธุรกิจใหม่ๆ แย้มเล็งพลังงานน้ำ-พลังงานลม คาดชัดเจนต้นปี 67 หนุนผลงาน เทิร์นอะราวด์ (ที่มา ข่าวหุ้น)

(+) NEX (Bloomberg consensus 14.00 บาท) เดินหน้าส่งมอบยานยนต์หัวลากพลังงานไฟฟ้า 423.93 kWh ให้กับ “มนต์ทรานสปอร์ต” ผู้นำด้านบริการขนส่งทั้งในประเทศและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อนำมาใช้แทนรถบรรทุกพลังงานน้ำมัน มั่นใจช่วยฝ่าวิกฤติน้ำมันแพง (ที่มา ข่าวหุ้น)