ทางเทคนิค คาด SET Index อ่อนตัว แนวรับ 1,503/1,488 จุด แนวต้าน 1,520/1,525 จุด (EMA 10 วัน) อิงรูปแบบดัชนีฯ ระยะสั้น อยู่ในทิศทางขาลง โดยมีสัญญาณยืนยันจากการไม่สามารถทะลุผ่านเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 10 วัน ที่ 1,525 จุด ขึ้นไปได้
ส่วนการรีบาวนด์รอบใหญ่ไปที่บริเวณ 1,540/1,550 จุด จะต้องลุ้นเกิดรูปแบบขาขึ้น Double Bottom ที่บริเวณ 1,503 จุด มิฉะนั้นจะร่วงต่อเนื่องไปที่บริเวณจุดต่ำสุดเดิม 1,487/1,461 จุด
ประเด็นสำคัญวันนี้ ได้แก่
1. ผลประชุมครม. คาดว่ารัฐบาลเศรษฐายังคงพยายามสร้างภาพลักษณ์เชิงบวกระยะสั้นต่อความเชื่อมั่นของประชาชน ผ่านการส่งสัญญาณเตรียมปรับลดราคาสินค้าจำเป็น โดยให้บริษัทจดทะเบียนที่เกี่ยวข้องเป็นผู้รับภาระช่วยเหลือ เหมือนกรณี PTT ที่ช่วยรับภาระบางส่วนเรื่องการลดค่าไฟฟ้าที่ผ่านมา (กระทรวงพาณิชย์มีแผนปรับลดราคาสินค้า อาทิ ข้าว ไก่ ไข่ ฯลฯ เพื่อลดค่าครองชีพ) และการแถลงความคืบหน้าของมาตรการพักหนี้เกษตรกร 3 ปี (คาดว่าจะมีการพักหนี้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยให้เกษตรกรที่มีมูลหนี้ไม่เกิน 3 แสนบาท/ราย ณ วันที่ 1 ต.ค. กับธกส. โดยใช้วงเงินงบประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท/ปี)
2. กระทรวงพาณิชย์รายงานดุลการค้าไทยเดือน ส.ค. คาดรายงานขาดดุลปีนี้ ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 ในรอบ 8 เดือน โดย Consensus คาดว่าจะ ขาดดุล -USD1.75bn. (Vs เดือน ก.ค. -USD1.98bn.) เป็นผลจากส่งออกเติบโตลดลง -4% YoY (Vs เดือน ก.ค. -6.2% YoY) แต่ KTX คาดส่งออกติดลบ -7.1% YoY (Figure 2) แต่มีแรงหนุนจาก การนำเข้าที่กลับมาเติบโตติดลบ -10% YoY (Vs เดือน ก.ค. +11.1% YoY) เราคาดว่า รายงานขาดดุลการค้าที่แย่กว่าคาด จะเป็นโมเมนตัมลบต่อความเสี่ยง FX Risks สูงขึ้น (ค่าเงินบาทเทียบ USD มีแนวโน้มอ่อนค่าต่อเนื่อง)
3. US รายงานตัวเลขเศรษฐกิจเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย โดยส่วนใหญ่จะอยู่ในทิศทางชะลอตัว (เป็นบวกต่อแรงกดดันเงินเฟ้อสหรัฐฯ รายเดือน ชะลอตัวลงต่อเนื่อง โดยมีแรงสนับสนุนจากการปรับลดลงของ Shelter) อาทิ New Home Sales เดือน ส.ค. คาดลดลงเล็กน้อยเป็น 0.7 ล้านหน่วย (Vs เดือน ก.ค. 0.714 ล้านหน่วย) House Price Index เดือน ก.ค. คาดเติบโตชะลอตัว +0.2% MoM, +2.9%YoY (Vs เดือน มิ.ย. +0.3% MoM, +3.1% YoY)
กลยุทธ์ลงทุน แนะนำหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการอ่อนค่าของเงินบาท KCE ICHI MC
Strategic daily picks
KCE ปิด 53.00 บาท/แนวรับ 50.00 บาท แนวต้าน 56.00 บาท
KCE คาดรายได้ใน 2H23 ฟื้นตัว จากระดับ 2Q23 ที่ประมาณ 125-129 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และคาดอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งจาก 19% เป็นประมาณ 22-24% ด้วยแรงหนุนจากอัตราการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น ส่วนผสมผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้น จากกลุ่มธุรกิจที่มีอัตรากำไรสูง ทั้งนี้ KCE คาดรายได้ปี23 ลดลง 5% ก่อนเติบโต 5-15% ในปี 2024 แต่ GPM จะปรับสูงขึ้นถึง 26% โดย Bloomberg Consensus ประมาณการกำไรสุทธิปี 2023 ที่ 1.76 พันล้านบาท และมูลค่าเหมาะสมที่ 50.34 บาท
ICHI ปิด 16.60 บาท/แนวรับ 16.00 บาท แนวต้าน 17.50 บาท
ผลการดำเนินงาน 2H23 จะเติบโตต่อเนื่องจาก 1H23 และใน 3Q23 คาดยอดขายจะทำสถิติสูงสุดใหม่ จากยอดขายเดือน ส.ค.-ก.ย. 2023 เติบโตค่อนข้างมาก ส่งผล ICHI ปรับเพิ่มยอดขายปี 2023 เป็น 20% YoY หรือ 7.6 พันล้านบาท (เดิมคาดเติบโต 15.3% หรือ 7.3 พันล้านบาท) บริษัททุ่มงบลงทุนราว 460 ล้านบาท เพื่อซื้อเครื่องจักรใหม่ และคาดจะเริ่มผลิตได้ในต้นปี 2024 หนุนกำลังการผลิตเพิ่มอีก 200 ล้านขวด/ปี เป็น 1.6 พันล้านขวด/ปี (ปัจจุบัน 1.4 พันล้านขวด/ปี) ทั้งนี้ Bloomberg Consensus ประมาณการกำไรสุทธิปี 2023 ที่ 965.33 ล้านบาท และมูลค่าเหมาะสมที่ 18.28 บาท
MC ปิด 13.60 บาท/แนวรับ 13.20 บาท แนวต้าน 14.20 บาท
MC เล็งขยายตลาดไปกลุ่มประเทศ CLMV โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างหาพันธมิตร พร้อมตั้งเป้าขยายสัดส่วนออนไลน์มากขึ้น โดยตั้งเป้าปี 2024 จะมีสัดส่วนที่ 60% และวางงบการตลาดราว 100 ล้านบาท รวมทั้งในปี 2024 จะเพิ่มสาขา MC Outlet อีกกว่า 44 แห่ง ซึ่งมีเป้าหมายผลักดันการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ในปีงบการเงิน 2024 เป็นบวกแบบตัวเลข 2 หลัก ต่อเนื่องจากปี 2023 ส่งผล MC ตั้งเป้าหมายผลประกอบการปี 2024 เติบโต 10-17% โดย Bloomberg Consensus ประมาณการกำไรสุทธิปี 2024 ที่ 736.25 ล้านบาท และมูลค่าเหมาะสมที่ 14.95 บาท









