ทางเทคนิค คาด SET Index เคลื่อนไหว Sideways Up แนวต้าน 1,560/1,565 จุด แนวรับ 1,545/1,540 จุด (EMA 25/50 วัน) หลังจากแท่งเทียนรายวัน เคลื่อนไหว Higher High, Higher Low เป็นวันที่สอง
สะท้อนโอกาสเกิด Technical Rebound ไปทดสอบแนวต้านเดิม อย่างไรก็ดี สัญญาณขายจะเกิดขึ้น หากดัชนีฯ หลุดแนวรับสำคัญ 1,540 จุด
ประเด็นวันนี้ ทิศทางตลาดหุ้นเอเชียยังคงมีความเสี่ยงเชิงลบ ภายใต้แรงกดดันจากยิลด์พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ทั้งระยะสั้น 2 ปี และระยะยาว 10 ปี ยังคงมีแนวโน้มอยู่ในทิศทางขาขึ้น รับคาดการณ์เงินเฟ้อและดัชนีราคาผู้ผลิตเดือน ส.ค. ของสหรัฐฯ (ประกาศสัปดาห์หน้า) มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น ตามการปรับสูงขึ้นของราคาน้ำมันดิบโลก ที่ทำสถิติสูงสุดรอบ 10 เดือน และรายงานภาคบริการเดือน ส.ค. ที่สูงขึ้นและดีกว่าคาดการณ์ ที่ 54.5 (Vs คาดการณ์ 52.5 และเดือน ก.ค. 52.7) ส่วนปัจจัยในประเทศ รอลุ้นข่าวดีจากการออกมาตรการประชานิยม อาทิ ลดค่าน้ำมัน ค่าไฟฟ้า พักหนี้เกษตรกร 3 ปี ฯลฯ ในการประชุมครม. เศรษฐา 1 ครั้งแรกในวันที่ 13 ก.ย.
สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจที่ต้องติดตามวันนี้ ได้แก่ 1. US รายงานตัวเลข Wholesales Inventories เดือน ก.ค. (Consensus คาด -0.1% MoM Vs เดือน มิ.ย. -0.7% MoM) 2. Germany รายงานตัวเลขเงินเฟ้อเดือน ส.ค. ครั้งสุดท้าย (Consensus คาด +0.3% MoM, +6.1% YoY ทรงตัวเมื่อเทียบกับเดือน ก.ค. ที่ +0.3% MoM, +6.2% YoY) 3. Japan รายงานตัวเลข 2Q23 GDP Growth ครั้งสุดท้าย คาด +1.3% QoQ คิดเป็น +5.5% Annualized (ดีขึ้นมากเมื่อเทียบกับ 1Q23 GDP Growth +0.9% QoQ, 3.7% Annualized)
กลยุทธ์ลงทุน แนะนำหุ้นกลุ่มอิงราคาน้ำมันดิบโลก TOP SPRC PTTEP คาดผลกำไร 3Q23E เติบโตก้าวกระโดด รับผลบวกจาก Stock Gain หลังจากราคาน้ำมันดิบโลก 3Q23 QTD เพิ่มขึ้นเฉลี่ย USD15/bbl เทียบกับขาดทุนจากสต็อก USD24/bbl ใน 3Q22 และขาดทุนจากสต็อก USD4/bbl ใน 2Q23
Strategic daily picks
TOP ปิด 48.50 บาท/แนวรับ 46.75 บาท แนวต้าน 50.50 บาท
KTX คาด market GRM ของ TOP ใน 3Q23E จะเป็นไตรมาสสูงสุดของปีที่ระดับ USD11-12/บาร์เรล ใน 3Q23E (vs. USD6.7 ใน 3Q22 และ USD4.5 ใน 2Q23) และคาดจะมีกำไรจากสต็อกน้ำมันในไตรมาสดังกล่าวด้วย (vs. ขาดทุนจากสต็อกน้ำมันใน 3Q22 และ 2Q23) ซึ่งคาดจะหนุนให้ผลการดำเนินงาน 3Q23E ของ TOP มีแนวโน้มแข็งแกร่งขึ้นทั้ง YoY และ QoQ และคาดจะเป็นไตรมาสที่ดีสุดของปี KTX คาดกำไรสุทธิที่ 15.1 พันล้านบาท ในปี 2023E, 14.1 พันล้านบาท ในปี 2024E และ 19.7 พันล้านบาท ในปี 2025E (vs. ฐานกำไรสุทธิที่สูงผิดปกติในปี 2022 ที่ 32.7 พันล้านบาท) และประเมินมูลค่าเหมาะสมที่ 61.7 บาท
SPRC ปิด 9.25 บาท/แนวรับ 8.80 บาท แนวต้าน 9.70 บาท
SPRC ยังเดินหน้าศึกษาการลงทุนโครงการใหม่ ๆ และมุ่งเน้นโครงการที่ให้ผลตอบแทนดี ซึ่งเน้นในเรื่องของ Energy Transition และให้ความสำคัญกับการเติบโตอย่างยั่งยืน สำหรับเหตุการณ์น้ำมันดิบรั่ว ในปัจจุบันท่อส่งน้ำมัน SPM คาดจะมีการซ่อมบำรุงแล้วเสร็จใน 3Q23 และกลับมาดำเนินงานปกติในช่วงต้นปี 2024 หลังจากที่ขอใบอนุญาตกลับมาดำเนินการจากภาครัฐอีกครั้ง Bloomberg Consensus ประมาณการกำไรสุทธิปี 2023 ที่ 4.36 พันล้านบาท และประเมินมูลค่าเหมาะสมที่ 11.05 บาท
PTTEP ปิด 167.00 บาท/แนวรับ 162.50 บาท แนวต้าน 172.50 บาท
บริษัทคงเป้าหมายราคาก๊าซฯ เฉลี่ยปี 2023E ที่ USD6.0/ล้านบีทียู, unit cost ที่ USD27-28/boe (คาด 2H23E เร่งตัวขึ้นในกรอบ USD28-29/boe จาก 1H23 ที่ USD26.24/boe) ส่วนเป้าหมายปริมาณขายปิโตรเลียมเฉลี่ยปี2023E ขยับขึ้นเล็กน้อยจาก 460kboe/d เป็น 464kboe/d โดยคาดปริมาณขาย 2H23E จะเพิ่มขึ้น HoH เป็น 475kboe/d (vs. 1H23 ที่ 453kboe/d) KTX คาดกำไรปกติปี 2023-25E (60.3 พันล้านบาท, 64.6 พันล้านบาท และ 67.5 พันล้านบาท ตามลำดับ) และมอง PTTEP เป็น value stock จาก 2023-25E earnings yield ที่ดึงดูดใจราว 9-10% และคาดการณ์อัตราเงินปันผลตอบแทนที่สม่ำเสมอ (เฉลี่ยราว 5% ต่อปี) และประเมินมูลค่าเหมาะสมที่ 169.0 บาท









