วันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ดัชนีปรับตัวลงราว -10 จุด แรงขายเร่งตัวในภาคบ่าย ดัชนีพักตัวหลังจากปรับตัวขึ้นมาต่อเนื่อง แรงขายหลักมาจากหุ้นกลุ่มพลังงาน อิเล็กทรอนิกส์ ขนส่ง และการปรับตัวลงของหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า สถานีบริการน้ำมัน จากนโยบายลดราคาพลังงาน
โดยมีการปรับดัชนี MSCI ช่วงปิดตลาด ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,565.94 จุด -10.73 จุด -0.68% มูลค่าการซื้อขาย 86,345 ลบ. ต่างชาติ -6,126.84 ลบ. TFEX -32,359 สัญญา ตราสารหนี้ -172.63 ลบ.
ปัจจัยบวก
+ สัญญาน้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้น 2 ดอลลาร์ หรือ 2.5% ปิดที่ 83.63 ดอลลาร์/บาร์เรล ขานรับการคาดการณ์ที่ว่ากลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปค) และชาติพันธมิตร หรือโอเปคพลัส ซึ่งนำโดยซาอุดีอาระเบีย จะปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันต่อไปจนถึงสิ้นปีนี้
+ สหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ทั่วไป ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 3.3%YoY สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์จากระดับ 3.0% ในเดือนมิ.ย.
+ FedWatch Tool ของ CME Group ระบุว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 88.5% ที่ FED จะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 5.25-5.50% ในการประชุมเดือนก.ย. และให้น้ำหนัก 51% ที่เฟดจะยังคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับเดิมในการประชุมเดือนพ.ย
+ ส.อ.ท. หนุนนโยบายรัฐบาลใหม่ เตรียมลดราคาพลังงานค่าไฟ-น้ำมัน ในการประชุม ครม.นัดแรก ชี้ช่วยลดค่าครองชีพประชาชนและต้นทุนการผลิต
ปัจจัยลบ
- ดัชนีดาวโจนส์ปิดลดลง 168.33 จุด หรือ -0.48% ขณะที่ดัชนี Nasdaq ยังคงปิดในแดนบวกติดต่อกันเป็นวันที่ 5 หลังสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเงินเฟ้อที่สอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ สนับสนุนการคาดการณ์ที่ว่า FED จะยุติการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
- คันทรี การ์เดน หนึ่งในบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เอกชนรายใหญ่ที่สุดของจีนเปิดเผยว่า บริษัทอาจผิดนัดชำระหนี้ และแสดงความกังวลเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจต่อ หลังจากบริษัทขาดทุนเกือบ 7 พันล้านดอลลาร์ในช่วงครึ่งแรกของปี 2566 ซึ่งเป็นตัวเลขขาดทุนสูงสุดเป็นประวัติการณ์
- ตลาดหุ้นฮ่องกงระงับการซื้อขายในวันนี้ (1 ก.ย.) หลังจากหอสังเกตการณ์ฮ่องกง ยกระดับการเตือนภัยซูเปอร์ไต้ฝุ่น "เซาลา" (Saola) ขึ้นสู่ระดับ 8 เมื่อเวลา 02.40 น.ตามเวลาท้องถิ่น และคาดว่าจะคงระดับการเตือนภัยดังกล่าวไว้ตลอดทั้งวัน
- ธปท.ระบุว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจในระยะข้างหน้ายังพึ่งพาการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวเป็นสำคัญ ขณะที่ภาคการส่งออกสินค้ายังคงมีความเสี่ยง โดยมีแนวโน้มปรับลดประมาณการ GDP ปีนี้
- สศอ. เปิดเผยว่า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือนกรกฎาคม 2566 อยู่ที่ระดับ 91.14 ลดลง 4.43%YoY ด้านอัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 58.19% เป็นผลจากการส่งออกสินค้า อุตสาหกรรมยังคงลดลง
แนวโน้มตลาดวันนี้
คาดดัชนีในวันนี้มีโอกาสลุ้น Rebound หลังเมื่อวานดัชนีผันผวนจากการปรับน้้าหนัก MSCI ประกอบกับมีแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มพลังงาน จากราคาน้้ามันดิบ WTI ปรับตัวขึ้นแรง คาดกรอบดัชนีวันนี้ที่ 1,560-1,570 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
• หุ้นเชื่อมโยงการเมือง : STEC STPI SIRI SC SKY XPG
• หุ้น mai ได้ประโยชน์จากนโยบายฟรีวีซ่านักท่องเที่ยว : SPA AU D RP
• iPhone 15 เปิดตัว ก.ย. : COM7 SPVI CPW SYNEX
• ราคาน้ำตาลปรับตัวขึ้น : KBS KSL KTIS BRR
• มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรัฐบาล : TNP KK CPALL CPAXT STEC CK ITD
หุ้นรายงานพิเศษ
COM7 "คาดยอดขาย iPhone 15 หนุนรายได้ 4Q66 เติบโตต่อเนื่อง"
Bloomberg consensus 37.25 บาท
•รายงานรายได้ 2Q66 เท่ากับ 15,990 ลบ. +11%YoY, -7%QoQ และกำไรสุทธิ 704 ลบ. +14%YoY, -19%QoQ สาเหตุมาจากการบริโภคภาคเอกชนฟื้นตัวหนุน SSSG ปรับตัวขึ้น +10%YoY โดยสินค้าที่มียอดขายสูง ได้แก่ VIVO X90 Pro, HONOR Magic 5 Pro และ HUAWEI P60 ส่วนรายได้และกำไรที่ลดลง QoQ เนื่องจากจัดงาน Commart และ Mobile Expo ใน 1Q66 ขณะที่กำไรสุทธิ 1H66 เท่ากับ 1,578 ล้านบาท +12%YoY
•ผู้บริหาร คาด 2H66 กลับเข้าสู่ช่วง Seasonal หลังจาก 2Q66 ปิดปรับปรุงร้านจำนวน 40 สาขา ทำให้บริษัทขาดรายได้ราว 1.1 พันล้านบาท โดยจะกลับมาให้บริการตั้งแต่ไตรมาส 3 เป็นต้นไป อีกทั้งปลายไตรมาส 3 Apple inc. เตรียมเปิดตัว iPhone 15 คาดหนุนรายได้ปรับตัวขึ้น
•ความเห็น ฝ่ายวิจัยมีมุมมองเป็นบวกต่อผลประกอบการ 2H66 เนื่องจากเศรษฐกิจไทยฟื้นตัว ประกอบกับ iPhone15 เตรียมเปิดตัว 12 กันยายนนี้ คาดจะสามารถจัดจำหน่ายในไทยช่วงกลางเดือนตุลาคมหนุนรายได้เติบโตต่อเนื่อง ทั้งนี้ Bloomberg consensus คาดกำไรทั้งปี 66 เท่ากับ 3,491 ลบ. +15%YoY กำไร 1H66 คิดเป็น 45% ของประมาณการทั้งปี ขณะที่ราคาหุ้นปรับตัวลงมา -6%YTD ทำให้หุ้นซื้อขายที่ P/E 24 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่ม 33 เท่า เราจึงแนะนำ “ซื้อ”
หุ้นมีข่าว
(+) BRR (Bloomberg consensus - บาท) รับผลดีราคาน้ำตาลสูงปริมาณผลิตเพิ่ม แย้มมีขายล่วงหน้า ล็อกราคาปีหน้าแล้ว มองผลกระทบโลกร้อนเป็นปัญหาระยะยาวดันราคาน้ำตาลไปอีก ระบุแม้ปริมาณอ้อยในไทยน้อยจากภัยแล้ง แต่ในฝั่งบุรีรัมย์ฝนตกสูง มีพื้นที่ปลูกเพิ่ม ดันปริมาณอ้อย เข้าหีบปีหน้าแตะ 2.3 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 30% ชูปลูกป่าขายเชื้อเพลิงชีวมวล รับคาร์บอนเครดิต (ที่มา ทันหุ้น)
(+) MAJOR (Bloomberg consensus 19.10 บาท) เตรียมส่งป๊อปคอร์นรุก 7-11 ปลายไตรมาส 3/2566 แย้มมีลูกค้าสนใจจองโฆษณาในโรงภาพยนตร์มากขึ้น หนุนรายได้ธุรกิจนอกโรงภาพยนตร์เติบโต ทั้งยังมีภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์จ่อคิวเข้าฉายต่อเนื่องตลอดไตรมาส 4/2566 หนุนกำไรปกติเติบโตต่อเนื่อง 2 ปี (ที่มา ทันหุ้น)
(+) LEO (Bloomberg consensus - บาท) ส่องภาพรวมธุรกิจครึ่งปีหลัง 2566 ดีกว่าครึ่งปีแรก เตรียมรับรู้รายได้ธุรกิจ JV-M&A ด้านธุรกิจขนส่งเริ่มสัญญาณบวก คาดวอลุ่มจะเริ่มปรับตัวดีขึ้น ด้านค่าระวางเป็นจุดต่ำสุดมองว่าจะปรับตัวดีขึ้นหลังจากนี้ พร้อมปรับกลยุทธ์เน้นขยายธุรกิจ Non-Freight สร้างรายได้เพิ่ม (ที่มา ทันหุ้น)
(+) VRANDA (Bloomberg consensus 10.38 บาท) ขานรับแนวนโยบายฟรีวีซ่า (Free Visa) นักท่องเที่ยวจีนและอินเดีย กระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่ ชี้เป็นผลดีต่อธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ต รวมถึงตลาดอสังหาริมทรัพย์ เตรียมเปิดตัว โครงการใหม่ "Veranda Luxury Villas & Suites" จังหวัดภูเก็ต มูลค่า 900 ล้านบาท รองรับกำลังซื้อต่างชาติ (ที่มา ทันหุ้น)









