วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์แนวโน้มตลาด : บล.กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จับตาผลประกอบการบจ.ไทย และเงินเฟ้อจีน

ทางเทคนิค คาด SET Index อ่อนตัว แนวรับ 1,505/1,500 จุด แนวต้าน 1,530/1,535 จุด หลังจากดัชนีฯ วานนี้ หลุดแนวรับสำคัญของกรอบ Up Channel ที่ 1,520 จุด ทำให้มีแนวโน้มลงต่อเนื่องไปที่ 1,500/1,488 จุด

ประเด็นสำคัญวันนี้ คือ ตลาดหุ้นโลกและตลาดหุ้นไทยวันนี้มีแนวโน้มชะลอตัว เพื่อรอความชัดเจนของ 1. รายงานเงินเฟ้อสหรัฐฯ เดือน ก.ค. (ประกาศวันพรุ่งนี้) โดยตลาดคาดว่ามีโอกาสสูงที่จะพลิกกลับมาเติบโตสูงขึ้น YoY นับตั้งแต่ทำจุดสูงสุดที่ 9.1% YoY เมื่อเดือน มิ.ย. 2022 เป็นต้นมา (คาด +3.2% YoY Vs เดือน มิ.ย. +3% YoY) จาก Cost Push Inflation (ราคาน้ำมันดิบปรับขึ้นกว่า 14% MoM) ส่งผลให้ โอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมครั้งต่อไปปรับสูงขึ้น 2. ปัจจัยการเมือง การจัดตั้งขั้วพันธมิตรใหม่ ที่มีพรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำ ด้วยจำนวนเสียงสส. จำนวน 212 เสียง คาดว่าจะเป็นเพียง Positive momentum ชั่วคราว จากการทยอยประกาศรายชื่อพรรคร่วมเพิ่มเติม แต่เราคาดว่าแนวโน้มชนะโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ยังคงมีความเสี่ยง อิงจากการไม่ได้รับเสียงสนับสนุน เพียงพอจากสส. และสว. 3. ตลาดต่างประเทศมีแนวโน้มหันไปถือสินทรัพย์ปลอดภัย หลังจากรัฐบาลอิตาลีมีมติเรียกเก็บ Windfall Tax 40% จากกลุ่มธนาคารฯ และข่าวสถาบันจัดอันดับเครดิต Moodys ปรับลดอันดับเครดิต 10 ธนาคารขนาดเล็กและกลาง รวมถึงส่งสัญญาณเตือนปรับลดอันดับความน่าเชื่อ 6 ธนาคารขนาดใหญ่ อาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อราคาหุ้นกลุ่มธนาคารอื่น ๆ ทั่วโลก

 

วิเคราะห์แนวโน้มตลาด : บล.กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จับตาผลประกอบการบจ.ไทย และเงินเฟ้อจีน

 

ส่วนประเด็นอื่น ๆ ที่มีผลต่อตลาดหุ้นไทยวันนี้ ได้แก่

1) ผลประกอบการบจ. อิงจากประมาณการของ Bloomberg Conensus เราคาดว่าบจ. ที่คำนวณดัชนี SET100 Index จำนวนมากจะทยอยประกาศงบ 2Q23E ใน 1-2 วันนี้ โดยคาดว่าจะเป็นบวกหรือลบต่อราคาหุ้น หากผลกำไร Positive/Negative Surprise เทียบกับประมาณการ โดยบจ. ที่คาดว่าจะมีโมเมนตัมบวกจากรายงานกำไรเติบโตสูงขึ้น YoY, QoQ ได้แก่ WHA MINT INTUCH ฯลฯ ในทางตรงกันข้ามบจ. ที่คาดว่าจะรายงานกำไรลดลง YoY, QoQ ได้แก่ PTTGC IRPC TOP GUNKUL OSP TIDLOR (Figure 1) อย่างไรก็ดี อาจเป็นจังหวะ Buy On Dips โดยเฉพาะ TOP IRPC อิงราคาน้ำมันดิบโลกในช่วง 2H23E ฟื้นตัวเทียบกับ 2Q23 โดยมีแรงหนุนจากการเข้าสู่ช่วงฤดูหนาว การเข้าสู่ฤดูมรสุมของสหรัฐฯ และคลังน้ำมันยุทธศาสตร์สหรัฐฯ ที่เริ่มซื้อน้ำมันคืนกลับคลังสำรองเข้าสู่ฤดูหนาว หรือ SPALI AP ที่แนวโน้มยอดขายอสังหาริมทรัพย์คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นใน 2H23E ส่วนในต่างประเทศ จับตารายงานผลกำไรของ DISNEY

2) ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ จับตา จีน-รายงานเงินเฟ้อและดัชนีผู้ผลิตเดือน ก.ค. (Figure 2) โดย Consensus คาดว่ายังคงชะลอตัวลดลงต่อเนื่อง เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะเงินฝืด หากจีนไม่เร่งออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเงินเฟ้อจีนเดือน ก.ค. คาด -0.3% YoY (Vs เดือน มิ.ย. 0% YoY) และ PPI เดือน ก.ค. คาด -5% YoY (Vs เดือน มิ.ย. -5.4% YoY)
 

กลยุทธ์ลงทุน แนะนำ เก็งกำไรหลักทรัพย็ที่คาดว่าจะรายงานผลประกอบการเติบโตดี ได้แก่ RBF WHA INTUCH

 

 

Strategic daily picks
 

RBF    ปิด 10.10 บาท/แนวรับ 9.60 บาท แนวต้าน 10.80 บาท

KTX แนะนำ ซื้อ ด้วยราคาเป้าหมาย 12.93 บาท โดยคาดว่าแนวโน้ม กำไรปกติ 2H23E เติบโตแข็งแกร่ง 65% YoY และ 10% HoH เป็น 327 ล้านบาท จากฤดูกาลขายดีของธุรกิจ ต้นทุนวัตถุดิบลด การขยายตัวของตลาดอินเดีย และการเติบโตของตลาดต่างประเทศทั้งเวียดนาม และอินโดนีเซีย และคาดทั้งปีนี้ ยอดขายเติบโต 16.5% เป็น 4.6 พันล้านบาท และกำไรสุทธิเติบโต 30% เป็น 629 ล้านบาท

 

WHA    ปิด 4.88 บาท/แนวรับ 4.80 บาท แนวต้าน 5.05 บาท

Bloomberg Consensus คาดประกาศงบวันที่ 10 ส.ค. โดยประเมินกำไรสุทธิ 2Q23 ที่ 526 ล้านบาท เติบโต +81.6% YoY, +0.6% QoQ และให้ราคาเป้าหมายปีนี้ที่ 5.31 บาท มี % Upside อยู่ 9% จากคาดจะรายงานกำไรสุทธิปีนี้ที่ 4,160 ล้านบาท เติบโต 2.8% YoY

 

INTUCH    ปิด 75.25 บาท/แนวรับ 73.25 บาท แนวต้าน 77.50 บาท

Bloomberg Consensus คาดประกาศงบวันที่ 10 ส.ค. โดยประเมินกำไรสุทธิ 2Q23 ที่ 2,878 ล้านบาท เติบโต +9.2% YoY, +7% QoQ จากการรับรู้กำไรจาก ADVANC และให้ราคาเป้าหมายปีนี้ที่ 84.12 บาท มี % Upside อยู่ 10% จากคาดว่าจะรายงานกำไรสุทธิปีนี้ที่ 11,164 ล้านบาท เติบโต 6% YoY

 

วิเคราะห์แนวโน้มตลาด : บล.กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จับตาผลประกอบการบจ.ไทย และเงินเฟ้อจีน