วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์แนวโน้มตลาด : บล.ยูโอบี เคย์ เฮียนฯ เลือกเก็งกำไรรายตัว

คาดกนง.ขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย +0.25% การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) วันนี้ คาดกนง.ขึ้นดอกเบี้ยนโยบายต่อเนื่องอีก +0.25% สอดคล้องกับเศรษฐกิจไทยที่อยู่ในทิศทางฟื้นตัว

แม้เงินเฟ้อทั่วไปจะลดลง แต่ผู้ว่าการเคยส่งสัญญาณอยากมีช่องว่างในการดำเนินนโยบาย (policy space) ซึ่งจะทำให้ ธปท. มีระดับดอกเบี้ยนโยบายที่สามารถปรับลดหรือใช้เป็นเครื่องมือผ่อนคลายหากภาวะเศรษฐกิจโลกในระยะข้างหน้าเริ่มอ่อนแรงลง ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวคาดเป็นปัจจัยบวกต่อกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ซึ่งเรายังชอบหุ้นที่มีการถือครองต่ำอย่าง SCB ขณะที่นักลงทุนยังอาจเลือกเก็งกำไรกลุ่มหุ้นที่มีสินทรัพย์คุณภาพดี (แต่อาจมีอัพไซด์ไม่เยอะ) เช่น BBL, KTB, TTB

การเมืองในประเทศ ภาพใหญ่ไม่เปลี่ยน และมีโอกาสจะชัดเจนหลังการประชุม 4 ส.ค. คือการที่เพื่อไทยมีแนวโน้มเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล และก้าวไกลมีโอกาสกลายเป็นฝ่ายค้าน อย่างไรก็ตามภาพปลีกย่อยคือจะมีรวมไทยสร้างชาติและพลังประชารัฐฯ ในรัฐบาลหรือไม่ ทั้งนี้สถานการณ์ที่ดีที่สุดที่จะทำให้มีการต่อต้านต่ำคือพลังประชารัฐและรวมไทยสร้างชาติ หลุดเป็นฝ่ายค้านร่วมกับก้าวไกล ซึ่งถือเป็นการยุติสืบทอดอำนาจของเผด็จการ จะทำให้กระแสการชุมนุมต่อต้านหรือแสดงออกทางการเมืองจะอยู่ในระดับต่ำ ซึ่งจะเป็นผลดีต่อจิตวิทยาการลงทุน 
 

มีมุมมองเชิงบวกมากขึ้นต่อกลุ่มหุ้นอิงปัจจัยภายนอก แต่เน้นซื้อเมื่ออ่อนตัว ราคาน้ำมันดิบ WTI ช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาปรับขึ้นอย่างต่อเนื่องจาก 67 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล สู่ 80 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล ทั้งนี้ราคาน้ำมันดิบย้อนหลัง 12 เดือน ให้ผลตอบแทนเป็นลบถึง 10 เดือน ดังนั้นเรายังคงมุมมองเชิงบวกต่อการฟื้นตัวของราคาหลังงานและน้ำมันดิบในช่วงครึ่งหลังของปี 2566 และมองเป็นความเสี่ยงเชิงบวก (upside risk) ต่อการปรับประมาณการกำไรบจ.ของ SET Index โดยกลุ่มพลังงานที่เรามองบวก ได้แก่ พลังงานต้นน้ำ และโรงกลั่น ซึ่งผลประกอบการครึ่งปีหลังมีแนวโน้มปรับดีขึ้น ขณะที่ปิโตรเคมี ครึ่งปีหลังเป็นสถานการณ์ที่แย่น้อยลง โดยจะยังถูกกดดันจากภาวะอุปทานล้นเกิน (over supply) ไปจนต้นปี 2567 เป็นอย่างน้อย 

ภาพรวมกลยุทธ์: บรรยากาศเก็งกำไรช่วงสั้นยังเป็นบวก กลุ่มที่น่าสนใจช่วงนี้คือ 1) หุ้นขนาดกลางขนาดเล็กที่เริ่มถูกหมุนมาเก็งกำไร 2) กลุ่มท่องเที่ยวที่ผลประกอบการจะออกมาดี 3) กลุ่มอิงภายนอกที่ดีต่อในครึ่งหลังมีแค่พลังงานต้นน้ำและโรงกลั่น (แต่ระยะสั้นอาจต้องระวังผลประกอบการ) ขณะที่ปิโตรเคมีจะแย่ยาว ทำให้เหมาะแค่การเก็งกำไร 

หุ้นแนะนำ: SPA*, SAMART*, SCB*, RATCH*

แนวรับ: 1,543 / แนวต้าน : 1,558-1,570 จุด 

สัดส่วนลงทุน: เงินสด 40% vs พอร์ตหุ้น 60%
 

ประเด็นการลงทุนที่น่าสนใจ
 

ธปท. เผยเศรษฐกิจไทย มิ.ย. อยู่ในทิศทางฟื้นตัว – โดยภาคการท่องเที่ยวปรับดีขึ้นตามจำนวนนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ มูลค่าการส่งออกสินค้าที่ไม่รวมทองคำปรับเพิ่มขึ้นจากสินค้าเกษตรเป็นสำคัญ ขณะที่การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมทรงตัวสอดคล้องกับการผลิตภาคอุตสาหกรรม ส่วนการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนลดลงหลังจากเร่งไปแล้วในเดือนก่อน

วีระวงค์ทิ้งบอร์ดบจ. เซ่นคดีฉาวโกงหุ้น WEH - นักกฎหมายชื่อดัง ทิ้งเก้าอี้บอร์ดบริษัทจดทะเบียน เริ่มประเดิมที่ BJC-AWC จับตาคิวต่อไป SCB-BDMS พร้อมบอร์ดบจ.นอกตลาดฯ “บิ๊กซีและยักษา” เชื่อมูลเหตุมาจาก “วีระวงค์” มีความเกี่ยวข้องกับคดีโกงหุ้น WEH ที่ประเทศอังกฤษในฐานะจำเลย หลังมีคำพิพากษาออกมาแล้ว และอาจมีผลกระทบต่อชื่อเสียง ในฐานะนักกฎหมายที่เข้ามาดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการบริษัทขนาดใหญ่ด้วย 

SAMART งานรัฐเข้า SAV เทรดเพิ่มมูลค่า – SAMART รับมีโปรเจ็กต์ทรานส์ฟอร์มรัฐจ่อเสนอ มองไม่ว่าใครมาก็จะสนับสนุนดิจิทัลเข้าทางบริษัท ขณะที่สถานการณ์ธุรกิจดี ธุรกิจเก็บภาษี วิทยุการบิน มาแรง ตามท่องเที่ยว มั่นใจ SAV เข้าตลาดใน 3Q23 บุ๊กกำไรพิเศษขายหุ้น

ไทม์ไลน์การเมือง – วันที่ 2-3 ส.ค. ประชุม 8 พรรค / 3 ส.ค. ประชุมวิป 3 ฝ่าย / 4 ส.ค. ประชุมสภาร่วม เพื่อโหวตนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 รอบที่ 3

 

ประเด็นติดตาม: 2 ส.ค. – MPC Meeting, US ADP Nonfarm Employment Change/ 3 ส.ค. - EU PMI, US Initial Jobless Claims, ISM Non-Manufacutring PMI

(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)