วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์แนวโน้มตลาด : บล.ยูโอบี เคย์ เฮียนฯ การเมืองเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลโดยเพื่อไทย

ฉากทัศน์ทางการเมืองเหลือภาพใหญ่เพียงแค่ 2 ความเป็นไปได้ วานนี้มีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้น 2 อย่าง ได้แก่ 1) ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุติการปฏิบัติหน้าที่สส.ของพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ระหว่างรอผลการพิจารณาคดีถือหุ้นสื่อ

และ 2) ที่ประชุมร่วม 2 สภา มีมติบังคับใช้ข้อกำหนดที่ 41 ที่ห้ามเสนอญัตติเดิมซ้ำ ทำให้การเสนอชื่อนายพิธาขึ้นพิจารณาไม่สามารถทำได้ และยังส่งสัญญาณแฝงถึงการเสนอชื่อแคนดิเดตแต่ละคนอาจทำได้เพียงครั้งเดียว สถานการณ์เดินหน้าไปสู่การที่พรรคเพื่อไทยจะเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ขณะที่ฉากทัศน์ทางการเมืองแคบลงเหลือเพียง 2 ภาพใหญ่ ได้แก่ 1) เพื่อไทยเป็นแกนนำโดยมีก้าวไกลร่วมรัฐบาล และ 2) เพื่อไทยเป็นแกนนำ โดยก้าวไกลเป็นฝ่ายค้าน ทั้งนี้เรามองจุดยืนของสว.ที่ไม่สนับสนุนก้าวไกล ทำให้ฉากทัศน์ที่ 2 มีโอกาสเกิดขึ้นมากที่สุด // เราคาดนักลงทุนจะยังมองโน้มเอียงในเชิงบวกต่อการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง โดยมาตรการแจกเงินดิจิตอล 10,000 บาท/คน สำหรับประชาชนอายุ 16 ปีขึ้นไป จะเป็นปัจจัยกระตุ้นสำคัญต่อเศรษฐกิจ เนื่องจากวงเงินงบประมาณ 5.6 แสนล้านบาท คิดเป็น 17.5% ของงบประมาณประจำปี และ 3.2% ของ GDP 
 

หุ้นเกี่ยวกับการบริโภคในประเทศและท่องเที่ยวมีแนวโน้มเคลื่อนไหวแย่กว่ากลุ่มหุ้นพลังงานและหุ้นที่กังวลนโยบายก้าวไกล ความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่เกิดขึ้น อาจทำให้เกิดการแสดงความไม่เห็นด้วยหรือต่อต้านการทำหน้าที่ของสว. ซึ่งการนัดชุมนุมและกิจกรรมทางการเมืองอาจทำให้เกิดแรงกดดันต่อหุ้นในกลุ่มที่เกี่ยวกับการบริโภคในประเทศและท่องเที่ยว ซึ่งปกติมีปัจจัยของผลประกอบการที่เข้าสู่ low season ในช่วงไตรมาส 2 อยู่แล้ว (เรามองรอซื้อเมื่ออ่อนตัวหรือหลังงบออก) ทำให้ในระยะสั้นหุ้นกลุ่มอิงปัจจัยภายนอก อาทิ พลังงานต้นน้ำ และหุ้นที่เคยโดนความกังวลจากมาตรการของก้าวไกล (PTTGC / GULF / BGRIM / GPSC / TRUE) มีโอกาสจะฟื้นตัวในระยะสั้น ซึ่งธุรกิจไฟฟ้าน่าจะโดดเด่น จากแนวโน้มกำไรที่จะออกมาดี ซึ่งบวกต่อทั้งหุ้นไฟฟ้าและนิคมอุตสาหกรรม ขณะที่หุ้นปิโตรเคมี ยังต้องระวังแนวโน้มภาวะอุปทานล้นเกินที่เกิดในช่วงครึ่งปีหลัง ทำให้การฟื้นน่าจะเป็นเพียงระยะสั้น 

ภาพรวมกลยุทธ์: ลุ้นการเมืองชัดพาดัชนีทะลุ 1,535 จุด กลุ่มอิงปัจจัยภายนอกเด่นในระยะสั้นจากความกังวลการเมืองยืดเยื้อกดดันหุ้นบริโภคและท่องเที่ยว แต่กลุ่มอิงภายนอกที่ดีต่อในครึ่งหลังมีแค่พลังงานต้นน้ำและโรงกลั่น ขณะที่ปิโตรเคมีจะแย่ยาว ทำให้เหมาะแค่การเก็งกำไรยังไม่เน้นถือยาว

หุ้นแนะนำ: AOT*, BAM*, SORKON*, ASW*

แนวรับ: 1,529 / แนวต้าน : 1,550 จุด 

สัดส่วนลงทุน: เงินสด 40% vs พอร์ตหุ้น 60%
 

ประเด็นการลงทุนที่น่าสนใจ

IEA คาดดีมานด์การใช้พลังงานทั่วโลกพื้นตัวปี 2567 - วิกฤติพลังงานและภาวะเศรษฐกิจถดถอยอาจจะทำให้อุปสงค์การใช้พลังงานโลกชะลอตัวลงในปี 2566 แต่ก็มีความเป็นไปได้ที่อุปสงค์จะพลังงานฟื้นตัวในปี 2567 หากมีการเพิ่มกำลังการผลิตพลังงานหมุนเวียนมากขึ้น อัตราการขยายตัวของการใช้พลังงานทั่วโลกชะลอตัวลงสู่ระดับต่ำกว่า 2% ในปี 2566 ลดลงจากระดับ 2.3% ในปี 2565 นอกจากนี้ ยังลดลงจากค่าเฉลี่ย 5 ปีก่อนโควิด-19 ซึ่งอยู่ที่ระดับ 2.4% 

CPN ลงทุนเพิ่มทรัสต์ CPNREIT - เตรียมเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหน่วยทรัสต์ 31 ก.ค. บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) Sponsor หลัก ประกาศเดินหน้าเพิ่มสัดส่วนการถือหน่วยทรัสต์จาก 30% เป็น 40% คิดเป็นเงิน 6 พันลบ.

BCP ลุยควบรวม ESSO – สำนักงาน กขค. ไฟเขียวให้รวมธุรกิจกับ ESSO คาดกระบวนการเข้าซื้อจะแล้วเสร็จทั้งหมดภายในครึ่งปีหลัง 2566 นี้ คาดรับรู้รายได้ใน 4Q23 พร้อมมองผลงาน 2Q23 ธุรกิจโรงกลั่น คาดอัตราการใช้กำลังการกลั่นอยู่ที่ 110,000-120,000 บาร์เรลต่อวัน ธุรกิจการตลาด คาดปริมาณขายน้ำมันปิโตรเลียมเติบโตต่อเนื่อง ส่วนธุรกิจไฟฟ้ามีแนวโน้มดีขึ้น

ASAP โดดรับทรัพย์เช่ารถพุ่ง –ผลโหวตจุดหมายท่องเที่ยวทั่วโลกจากนักท่องเที่ยวต่างชาติของแพลตฟอร์มดัง "อโกด้า" พบไทยติดโผอันดับที่ 2 หนุนดีมานด์รถเช่าผู้บริหารคาดปี 2566 รายได้ 3.8 พันล้านบาท ลงทุนเพิ่ม 2 พันล้านบาท 

 

ประเด็นติดตาม: 20 ก.ค. - US Initial Jobless Claims, Exisiting Home Sales / 24 ก.ค. – EU HCOB PMI, US S&P Global PMI  / 25 ก.ค. – US CB Consumer Confidence

(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)