วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์แนวโน้มตลาด : บล.กรุงไทย เอ็กซ์สปริง คาดผลโหวตนายกรัฐมนตรีไม่แตกต่างจากครั้งก่อน

ทางเทคนิค คาด SET Index ปรับตัวสูงขึ้น แนวต้าน 1,540 จุด (EMA 75 วัน)/1,550 จุด แนวรับ 1,527/1,513 จุด (EMA25/10 วัน) โดยดัชนีฯ มีแนวโน้มปรับสูงขึ้น จากอิทธิพลของการฟอร์มตัวเป็นรูปแบบ Up Channel กรอบ 1,488-1,540 จุด

และมีโอกาสขึ้นไปทดสอบแนวต้านเดิม 1,570 จุด ได้อีกครั้ง หากการปรับฐานของดัชนีฯ รอบใหม่ไม่ต่ากว่า 1,520 จุด

 

วิเคราะห์แนวโน้มตลาด : บล.กรุงไทย เอ็กซ์สปริง คาดผลโหวตนายกรัฐมนตรีไม่แตกต่างจากครั้งก่อน

 

ประเด็นวันนี้จะให้ความสาคัญสูงสุดต่อปัจจัยในประเทศ

1) ผลการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีครั้งที่ 2 ของคุณพิธา ซึ่งอาจเป็นครั้งสุดท้ายของพรรคก้าวไกล เพราะคาดว่าจะได้รับเสียงสนับสนุนจาก ส.ว. ไม่เพียงพอต่อการได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรี (ครั้งแรก ได้คะแนนสนับสนุนเพียง 324 เสียง) และคุณพิธา ส่งสัญญาณเปิดโอกาสให้พรรคเพื่อไทย ขึ้นมาเป็นแกนนำ หากไม่ได้รับเสียงสนับสนุนเพิ่มเติม ซึ่งทำให้อาจมีการสลับให้ทางพรรคเพื่อไทย ถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี ในลำดับต่อไป ทั้งนี้ เราประเมินโอกาสในการจัดตั้งรัฐบาล Vs ทิศทางดัชนีฯ เป็น 2 กรณี คือ 1. กรณี Base Case คือ พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ โดยมี 8 พรรคฝั่งประชาธิปไตย เป็นพรรคร่วม คาดดัชนีฯ ปรับขึ้นไปสู่ระดับศักยภาพของตลาดที่ 1,589 จุด ส่วนกรณีดีที่สุด คือ ดัชนีฯ ขึ้นไปแตะ 1,615-1,676 จุด หากไม่มีเหตุชุมนุมประท้วงรุนแรง (Figure 1 ในอดีตปัจจัยการเมืองจะส่งผลต่อการผันผวนของดัชนีฯ ในกรอบ +/-2 S.D.) หรือ 2. กรณี Worst Case คือ พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนา แต่แตกขั้วไปรวมกับอดีตพรรครัฐบาล คาดดัชนีฯ จะมีความผันผวนสูงขึ้น (Up and Down) ขึ้นอยู่กับความเสี่ยงของการชุมนุมนอกสภา โดยกรณีมีความรุนแรงที่ควบคุมได้ จะมี Downside ที่ 1,458 จุด แต่กรณีรุนแรงเหมือนในอดีต พบผู้บาดเจ็บจำนวนมาก และในพื้นที่ท่องเที่ยว คาดว่าจะมี Downside ที่ 1,329 จุด

 

 

2) กลุ่มธนาคารไทยทยอยประกาศงบฯ โดย TTB เป็นธนาคารที่ 2 ที่คาดว่าจะรายงานงบการเงิน 2Q23 ต่อจาก TISCO (Bloomberg Consensus คาดว่า TTB จะรายงานกำไรสุทธิ 4,210 ล้านบาท +22.5% YoY, -2% QoQ (Figure 2) พร้อมกับคาดว่า TTB จะมีการประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.04 บาท/หุ้น คิดเป็น Dividend Yield 2.6%) ส่วนปัจจัยต่างประเทศคาดว่าจะมีข่าวดี จากรายงานผลกำไรที่ดีกว่าคาดของ TESLA, Netflix, Goldman Sachs, IBM, AT&T ฯลฯ ซึ่งจะส่งผลบวกต่อโมเมนตัมขาขึ้นของตลาดหุ้นโลกวันนี้

 

กลยุทธ์ลงทุน แนะนำ SC ADVANC หุ้นกลุ่มที่คาดว่าจะได้รับผลบวก หากพรรคเพื่อไทยได้มาเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล และ TTB บนคาดการณ์ว่าจะเป็นธนาคารที่สามารถจ่ายปันผลระหว่างกาลด้วยยิลด์ที่สูง

 

Strategic daily picks

SC    ปิด 4.64 บาท/แนวรับ 4.58 บาท แนวต้าน 4.78 บาท

SC วางแผน 5 ปี (ปี 2023-27) รุกเปิดโครงการคอนโดมิเนียมไม่น้อยกว่า 15 โครงการ มูลค่ารวมไม่ต่ำกว่า 4 หมื่นล้านบาท โดยขณะนี้มีที่ดินรองรับในการพัฒนาโครงการแล้ว 4-5 แปลง และอยู่ระหว่างการพิจารณาซื้อที่ดินเพิ่มเติมประมาณ 7-8 แปลง Consensus คาด 2Q23 แนวโน้ม presale, transfer และกำไรสุทธิน่าจะเพิ่มขึ้น QoQ รวมทั้งมีแผนเปิดโครงการใหม่ มูลค่ากว่า 1.63 หมื่นล้านบาท (ส่วนใหญ่เป็น low-rise ระดับบน) ดังนั้น Consensus ประมาณการกำไรสุทธิปี 2023 ที่ 2.69 พันล้านบาท (+5.25% YoY) พร้อมประเมินราคาเป้าหมายที่ 4.90 บาท

 

 

ADVANC   ปิด 225.00 บาท/แนวรับ 219.00 บาท แนวต้าน 237.00 บาท

KTX คาดกำไร 2Q23E สดใส ตามภาวะการแข่งขันที่ผ่อนคลาย โดยประมาณการกำไรจากธุรกิจปกติเติบโต 9% YoY และ 8% QoQ เป็น 7.21 พันล้านบาท รายได้จากบริการหลักยังคงเติบโต (+1.8% YoY และ +1.1% QoQ เป็น 3.39 หมื่นล้านบาท) ตามการขยับขึ้นของ ARPU ทั้งบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่และ FBB หลังการปรับโครงสร้างราคาแพ็กเกจ และประเมินราคาพื้นฐานปี 2023E ที่ 228 บาท

 

TTB    ปิด 1.64 บาท/แนวรับ 1.58 บาท แนวต้าน 1.80 บาท

คาดการณ์กำไรสุทธิใน 2Q23 ที่ 4.31 พันล้านบาท (+25% YoY) และคาดรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเติบโตได้เล็กน้อย QoQ เป็นผลบวกจาก NIM ปรับตัวขึ้นตามดอกเบี้ยลอยตัว แต่อาจไม่มากเท่ากับธนาคารขนาดใหญ่ เนื่องจากธนาคารมีสัดส่วนสินเชื่อเช่าซื้อที่เป็นดอกเบี้ยคงที่ราว 30% ทั้งนี้ Consensus ยังคงคาดการณ์รายได้ดอกเบี้ยในปี 2023 จะปรับตัวดีขึ้น ตาม NIM ที่ได้รับผลบวกจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยและกลยุทธ์ที่เน้นสินเชื่อในกลุ่ม High Yield มากขึ้น ดังนั้น Consensus จึงประมาณการกำไรสุทธิปี 2023 ที่ 1.63 หมื่นล้านบาท

วิเคราะห์แนวโน้มตลาด : บล.กรุงไทย เอ็กซ์สปริง คาดผลโหวตนายกรัฐมนตรีไม่แตกต่างจากครั้งก่อน