วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์แนวโน้มตลาด : บล.ยูโอบี เคย์ เฮียนฯ การเมืองเดินหน้าสู่ความชัดเจน

โอกาสที่พรรคเพื่อไทยจะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลเพิ่มสูงขึ้น ด้วยจุดยืนของส.ว.ที่ไม่สนับสนุนการแก้ไขม.112 และไม่มีความเคลื่อนไหวที่สำคัญจากพรรคก้าวไกลที่จะเป็นจุดเปลี่ยนแปลงการตัดสินใจดังกล่าวของส.ว.

ทำให้ฉากทัศน์การเมืองเดินหน้าไปสู่โอกาสจัดตั้งรัฐบาลโดยมีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำที่มีโอกาสสูงขึ้นอย่างมาก โดยฉากทัศน์ย่อยเหลือเพียงจะมีก้าวไกลร่วมรัฐบาล (ซึ่งเรามองบวกมากกว่าเพราะพรรคเพื่อไทยจะมีเอกภาพในการบริหารแกนด้านเศรษฐกิจ) กับการเปลี่ยนขั้ว (จับมือกับภูมิใจไทย พลังประชารัฐ ฯลฯ ซึ่งเรามองบวกน้อยกว่าเนื่องจากจะมีเอกภาพในการบริหารภาพรวมเศรษฐกิจที่ลดลง) เราคงมุมมองความชัดเจนทางการเป็นบวกต่อตลาดทุนในทุกฉากทัศน์ อย่างไรก็ตามการจัดตั้งรัฐบาลข้ามขั้วข้อตกลงเดิม อาจทำให้เกิดกระแสต่อต้าน หรือการประท้วงในช่วงแรก ซึ่งอาจเป็นปัจจัยให้ภาพตลาดระยะสั้นผันผวนได้ 

แนวโน้มผลประกอบการกลุ่มต่างๆ ภาพรวมไตรมาส 2/66 คาดผลการดำเนินงานชะลอตัวลงตามปัจจัยด้านฤดูกาล โดยมีแนวโน้มของแต่ละอุตสาหกรรมที่สำคัญโดยคร่าวๆดังนี้ 

กลุ่มธนาคาร คาดรายงานผลประกอบการ -6% QoQ, +8% YoY โดยธนาคารที่คาดรายงานกำไรโต YoY ได้ดี ได้แก่ BBL (+21.0%), KBANK (+18.2%), SCB (+18.1%) และ TTB (+15.4%)

กลุ่มพลังงาน แนวโน้มยังแข็งแกร่งในกลุ่มพลังงานต้นน้ำ PTTEP ขณะที่กลุ่มโรงกลั่นยังอ่อนแอ แต่แนวโต้มครึ่งปีหลังมีแนวโน้มดีขึ้นจากทิศทางค่าการกลั่นที่ฟื้นตัว


 

กลุ่มปิโตรเคมี แนวโน้มรายงานกำไรแย่-แย่มาก และน่าจะเป็นจุดต่ำสุดของปี อย่างไรก็ตาม การลุ้นกลุ่มนี้อาจไม่ได้น่าสนใจมากนัก เพราะสถานการณืภาวะอุปทานลนเกิน (over supply) ของผลิตภัณฑ์หลายอย่าง จะกดดันการฟื้นตัวในครึ่งปีหลังไปจนต้นปี 2567

กลุ่มประกัน มีโอกาสรายงานกำไรแย่จากการตั้งสำรองเงินลงทุนในหุ้น-หุ้นกู้ของ STARK ทำให้งบไตรมาส 2/66 มีโอกาสแย่สุดก่อนปรับดีขึ้น ทำให้มีโอกาสลุ้นราคาฟื้นหลังงบ อย่างไรก็ตาม ผลตอบแทนพันธบัตรเริ่มไม่ปรับเพิ่มขึ้น จะทำให้อัพไซด์ของกลุ่มประกันจากการลงทุน อาจไม่ได้มาก 

ภาพรวมกลยุทธ์: ลุ้นการเมืองชัดพาดัชนีทะลุ 1,535 จุด กลุ่มอิงปัจจัยภายนอกเด่นในระยะสั้นจากความกังวลการเมืองยืดเยื้อกดดันหุ้นบริโภคและท่องเที่ยว แต่ที่ดีต่อในครึ่งหลัมีแค่พลังงานต้นน้ำและโรงกลั่น ขณะที่ปิโตรเคมีจะแย่ยาว ภาพระยะ 2 เดือน ในเชิงกลยุทธ์ ต้องกลับมาเน้นหุ้นที่โมเมนตัมกำไรเป็นบวก / Valuation ไม่แพง / ปันผลสูง (มี 1 หรือหลายข้อนี้รวมกัน) โดยภาวะ de-rating จะลดลงหลังการหยุดขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ซึ่งเป็นโอกาสในการทยอยสะสม

หุ้นแนะนำ: BAM*, AMATA*, SAMART*, ASW*

แนวรับ: 1,529 / แนวต้าน : 1,550 จุด 

สัดส่วนลงทุน: เงินสด 40% vs พอร์ตหุ้น 60%
 

ประเด็นการลงทุนที่น่าสนใจ

โกลด์แมน แซคส์ หั่นคาดการณ์สหรัฐเผชิญภาวะเศรษฐกิจถดถอย - โอกาสที่สหรัฐจะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยในช่วง 12 เดือนข้างหน้าเหลือเพียง 20% จากเดิมคาดการณ์ที่ 25% เนื่องจากเศรษฐกิจที่ดีเกินคาดในช่วงที่ผ่านมาทำให้มั่นใจว่าเงินเฟ้อสามารถชะลอตัวลงสู่ระดับที่ยอมรับได้ โดยไม่จำเป็นต้องเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย 

สหรัฐเผยยอดค้าปลีกต่ำกว่าคาดในเดือนมิ.ย. - โดยเพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนมิ.ย. ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าเพิ่มขึ้น 0.5% หลังจากเพิ่มขึ้น 0.5% ในเดือนพ.ค. โดยได้รับผลกระทบจากยอดขายของสถานีบริการน้ำมันซึ่งดิ่งลง 1.4% ในเดือนมิ.ย. 

STARK นำส่งเอกสารตรวจสอบพิเศษ – ต่อสำนักงานก.ล.ต. แต่ระบุผลการตรวจสอบที่นำส่งยังไม่แล้วเสร็จ ลัมีความคืบหน้าประมาณ 50-75% 

BANPU ดัน BKV เข้าตลาดนิวยอร์ก –  BANPU พร้อมดัน BKV เข้าตลาดหุ้นนิวยอร์กตามแผนภายในปีนี้ หลังขยายพอร์ต

ธุรกิจก๊าซ-ไฟฟ้าในสหรัฐฯ เติบโต ล่าสุดมีปริมาณการผลิตก๊าซจากแหล่งมาร์เซลลัสและบาร์เนตต์รวม 800 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน และกำลังการผลิตไฟฟ้า 1,523 เมกะวัตต์ เห็นโอกาส เพิ่มกำลังผลิต ปีนี้ผลงานดี โบรกหวังโครงการโรงไฟฟ้าหมุนเวียน

 

ประเด็นติดตาม: 19 ก.ค. - EU CPI, US Building Permits, Housing Starts / 20 ก.ค. - US Initial Jobless Claims, Exisiting Home Sales

(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)