ปัจจัยภายนอกอาจผันผวนจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ แต่ในมุมบวกคือความกังวลเศรษฐกิจถดถอยลดลง กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ รายงาน ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรมิ.ย. เพิ่มขึ้น 209,000 ตำแหน่ง ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 225,000 ตำแหน่ง
และชะลอตัวจากพ.ค.ที่ระดับ 306,000 ตำแหน่ง ขณะเดียวกันอัตราการว่างงานปรับตัวลงสู่ระดับ 3.6% สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ ตลาดแรงงานที่แข็งแกร่งทำให้คาดการณ์เศรษฐกิจถดถอยในสหรัฐฯ น่าจะไม่ได้รุนแรงและอาจเป็นการถดถอยทางเทคนิคราว 2 ไตรมาส อย่างไรก็ตามบรรยากาศลงทุนระยะสั้นอาจผันผวนหากตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ (12 ก.ค.) ออกมาสูงกว่าตลาดคาดการณ์ (CPI +3.1% YoY / Core CPI +5.0% YoY)
ปัจจัยภายใน อาจผันผวนจากการโหวตนายกรัฐมนตรี ยังคงมีกระแสข่าวที่หลากหลายเกี่ยวกับการโหวตนายกรัฐมนตรีในวันที่ 13 ก.ค. ซึ่งอาจทำให้ตลาดผันผวน เรามองฉากทัศน์ที่มีโอกาสเกิดขึ้นดังนี้ 1) คุณพิธาเป็นนายกฯ และรัฐบาลนำโดยก้าวไกลและเพื่อไทย (โอกาส 40%) 2) คุณเศรษฐาเป็นนายกฯ และรัฐบาลนำโดยก้าวไกลและเพื่อไทย (โอกาส 40%) และ 3) นายกรัฐมนตรีเป็นบุคคลอื่น หรือเกิดการจับขั้วรัฐบาลที่นำโดยเพื่อไทย ขณะที่ก้าวไกลหลุดไปเป็นฝ่ายค้าน (โอกาส 20%) // เรามองฉากทัศน์ที่ตลาดจะตอบรับเชิงบวกจากมากไปน้อยได้แก่ 2 / 1 และ 3 (เนื่องจากในฉากทัศน์สุดท้ายอาจก่อให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับการประท้วงต่อต้าน) อย่างไรก็ตามเรามองทุกฉากทัศน์จะส่งผลให้ตลาดโดยรวมตอบรับเป็นบวกจากความชัดเจนและนโยบายที่จะเห็นการผลักดันของรัฐบาลในอนาคต
ภาพรวมกลยุทธ์: แกว่งตัว 1,480-1,525 จุด บรรยากาศระยะสั้นแย่ลงหลังหลุด 1,500 จุด ขณะที่ระยะกลาง 2-3 เดือน มีความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกกดดันให้เกิด de-rating ทำให้ในเชิงกลยุทธ์ ต้องกลับมาเน้นหุ้นที่โมเมนตัมกำไรเป็นบวก / Valuation ไม่แพง / ปันผลสูง (มี 1 หรือหลายข้อนี้รวมกัน)
หุ้นแนะนำ: SCB*, ESSO*, PTTEP*, SAMART*
แนวรับ: 1,480 / แนวต้าน : 1,500-1,525 จุด
สัดส่วนลงทุน: เงินสด 40% vs พอร์ตหุ้น 60%
ประเด็นการลงทุนที่น่าสนใจ
สหรัฐเผยจ้างงานนอกภาคเกษตร ต่ำกว่าคาดการณ์ – เพิ่มขึ้น 209,000 ตำแหน่งในเดือนมิ.ย. ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 225,000 ตำแหน่ง และชะลอตัวจากระดับ 306,000 ตำแหน่งในเดือนพ.ค. ขณะที่ตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมงโดยเฉลี่ยของแรงงาน เพิ่มขึ้น 4.4% yoy ในเดือนมิ.ย. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 4.2%
ดัชนีค้าปลีกไทย Q2/66 ซึม - ลดลงมาที่ 47 จุด ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลางที่ระดับ 50 จุดทุกองค์ประกอบครั้งแรกในรอบ 15 เดือน เหตุปัจจัยลบรุมเร้ารอบด้านทั้งความล่าช้าในการจัดตั้งรัฐบาล, ค่าครองชีพ-หนี้ครัวเรือนสูง, เศรษฐกิจชะลอตัว, มาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายภาครัฐเดิมหมดลง, ภาครัฐชะลอการเบิกจ่ายเพื่อรอรัฐบาลใหม่, ช่วงโลว์ซีซั่นของการท่องเที่ยว
BDMS ต่างชาติจ่อแตะ 35% - ท่องเที่ยว-โควิดคลายหนุนยอดผู้ป่วยต่างชาติพุ่งทะลุ 30% มีลุ้นแตะ 35% สูงกว่าก่อนโควิด แถมได้แรงหนุน สปส. เพิ่มค่าหัวการรักษาเพิ่ม ปักหมุดปี 2566 รายได้โต 6-8% จากปีก่อน ลุยควักงบ 1.8 พันลบ. ปั้น 3 โรงพยาบาลรับทรัพย์เพิ่ม
OTO คว้างาน รฟท. มูลค่า 110 ลบ. - ตามที่รฟท. เปิดประมูลงานจ้างเหมาบริการการบริหารจัดการพร้อมระบบ ECTC ระยะเวลา 36 เดือน โดยเสนอราคา 119,660,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) และได้ลงนามในสัญญาดังกล่าวกับ รฟท.เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ประธานบอร์ด SABUY ออกโรงยืนยันธุรกิจแกร่ง - ชี้แจงข้อกังวลของนักลงทุนที่มีต่อ SABUY โดยมีหนี้สินต่อทุนที่ต่ำ และยังสามารถก่อหนี้ได้อีกมาก ไม่มีภาระที่จะต้องชำระคืนหุ้นกู้ และสภาพคล่องของบริษัทฯ ยังคงดีอยู่ ธุรกิจหลักมีอัตราการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ส่วนการลงทุนหรือร่วมทุนในบริษัทอื่นๆ ก็ล้วนแต่เป็นบริษัทที่มีศักยภาพ มีการขยายตัวที่ดี และหลายบริษัทก็อยู่ในตลาดหลักทรัพย์สามารถหาข้อมูลรายละเอียดของงบการเงินในแต่ละบริษัทที่ไปลงทุนได้ชัดเจน
ประเด็นติดตาม: 10 ก.ค. - CH CPI, PPI / 12 ก.ค. - US CPI, CH Export/ 13 ก.ค. - US PPI, Initial Jobless Claims, CH NBS Press Conference, EU Economic Forecasts
(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)








