วันพุธที่ผ่านมา ดัชนีเคลื่อนไหว sideway ในแดนลบเป็นส่วนใหญ่ มีแรงขายเร่งตัวในช่วงท้ายตลาด หลังจากตลาดตอบรับเชิงบวก ผลการเลือกประธานสภาฯ ในวันก่อนหน้า นักลงทุนติดตามการโหวตนายกฯวันที่ 13 ก.ค.
โดยกระทรวงพาณิชย์ รายงาน CPI มิ.ย. ขยายตัว 0.23% จากตลาดคาด 0.0-0.15% มีแรงขายมากในหุ้นกลุ่มค้าปลีก และพลังงาน ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,508.87 จุด -6.44 จุด -0.42% มูลค่าการซื้อขาย 38,438 ลบ.ต่างชาติ -1,089.14 ลบ. TFEX +6,519 สัญญา ตราสารหนี้ +4,063.34 ลบ.
ปัจจัยบวก
+ สัญญาน้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้น 2 ดอลลาร์ +2.68% ปิดที่ 76.65 ดอลลาร์/บาร์เรล ขานรับข่าวซาอุดีอาระเบียขยายเวลาการปรับลดกำลังการผลิตน้ำมัน และรัสเซียประกาศลดการส่งออกน้ำมัน ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐในวันนี้
+ สนค. เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (เงินเฟ้อทั่วไป) เดือนมิ.ย.66 เท่ากับ 107.58 เพิ่มขึ้น 0.23%YoY แต่เป็นการชะลอตัวลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 และต่ำสุดในรอบ 22 เดือน เงินเฟ้อเฉลี่ย 6M66) สูงขึ้น 2.49%YoY
ปัจจัยลบ
- ดัชนีดาวโจนส์ปิด ลดลง 129.83 จุด -0.38% หลังจากธนาคารเฟด เปิดเผยรายงานการประชุมระบุว่ากรรมการเฟดส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกในปีนี้ หลังจากที่เฟดตัดสินใจตรึงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนมิ.ย. นักลงทุนจับตาข้อมูลแรงงานของสหรัฐและตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรในสัปดาห์นี้
- สหรัฐเปิดเผยว่า คำสั่งซื้อภาคโรงงานเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนพ.ค. เพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่ 5 ในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมา แต่ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าเพิ่มขึ้น 0.6%
- หุ้นกลุ่มธนาคารจีนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงร่วงลง หลังโกลด์แมน แซคส์ปรับลดอันดับความน่าเชื่อของเหล่าผู้ปล่อยสินเชื่อชั้นนำ ซึ่งรวมถึงธนาคารการเกษตรแห่งประเทศจีน (AgBank) ซึ่งทำให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับสถานะทางการเงินในภาคธนาคาร
- นักลงทุนจีนกำลังโอนย้ายเงินไปยังต่างประเทศเพื่อนำไปฝากในรูปของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐและซื้อประกันในฮ่องกง เนื่องจากขาดความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจของประเทศ ขณะที่มีแรงกดดันเพิ่มขึ้นต่อค่าเงินหยวนของจีน
- รัฐบาลรัสเซียเตือนว่ายูเครนอาจเตรียมก่อเหตุยั่วยุที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซาโปริซเซียที่ควบคุมโดยรัสเซีย ซึ่งเป็นประเด็นตึงเครียดท่ามกลางความขัดแย้งในยูเครน
- ซิตี้กรุ๊ปปรับลดคาดการณ์ GDP ยูโรโซนปี 2566 ขยายตัว 0.8% ลดลงมา 0.3 จุด เพราะแรงกดดันจากสภาวะอัตราดอกเบี้ยสูง ขณะที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ส่งสัญญาณเดินหน้าปรับขึ้นดอกเบี้ยต่อ
- กกร.ปรับเป้าส่งออกติดลบ 2-0% จากเดิมติดลบ 1-0% ประเมินเศรษฐกิจโลกครึ่งหลังชะลอตัวชัดเจน ดอกเบี้ยขาขึ้น หนี้ครัวเรือนยังอยู่ในระดับสูง
แนวโน้มตลาดวันนี้
คาดดัชนีในวันนี้ยังแกว่งตัวผันผวนระหว่างวัน โดยนักลงทุนยังติดตามประเด็นการเมืองในประเทศอย่างใกล้ชิด ซึ่งจะมีเลือกนายกรัฐมนตรีในวันที่ 13 ก.ค.นี้ ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ WTI ที่ดีดตัวขึ้นพยุงหุ้นกลุ่มพลังงาน มองกรอบดัชนีในวันนี้ที่ 1,500-1,515 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
• สินค้าส่งออกเดือน พ.ค. ที่ยังขยายตัวได้ดี : SNC AH SAT HANA KCE PDJ
• ค่าระวางเรือขึ้นจากคลองปานามา หุ้นได้ประโยชน์ PSL TTA RCL
• 5 หุ้นเด่น IAA : ADVANC AOT BBL CPALL SCB
หุ้นรายงานพิเศษ
PHG (SET/Health Care Services)
ราคา IPO 21 บาท ราคาเหมาะสม Consensus 30 บาท
•บมจ.แพทย์รังสิตเฮลท์แคร์กรุ๊ป ให้บริการทางการแพทย์ภายใต้โรงพยาบาลจำนวน 3 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลแพทย์รังสิต โรงพยาบาลแพทย์รังสิต 2 และ โรงพยาบาลเฉพาะทางแม่และเด็กแพทย์รังสิตตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกันที่อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี มีจำนวนเตียงรวม 270 เตียง เป็นโรงพยาบาลเอกชนแห่งเดียวในสปสช.เขต 4 ประกอบด้วย นนทบุรี ปทุมธานี อยุธยา อ่างทอง ลพบุรี สิงห์บุรี สระบุรี และนครนายก กลุ่มลูกค้าเป็นลูกค้าทั่วไป (53% ของรายได้รวม) และกลุ่มลูกค้าตามโครงการสวัสดิการภาครัฐตามโครงการประกันสังคม สปสช. และโครงการสวัสดิการข้าราชการภายใต้กรมบัญชีกลาง หน่วยงานราชการ และรัฐวิสาหกิจ (สัดส่วน 46% ของรายได้รวม)
•ผลการดำเนินงานปี 65 มีรายได้จากกิจการโรงพยาบาล 2,040 ล้านบาท อัตราการเติบโตเฉลี่ย (CAGR) ปี 63 – 65 เท่ากับ 16% ต่อปี กำไรสุทธิ 293 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้น 29.81% อัตรากำไรสุทธิ 14.27% งวด 1Q66 มีรายได้ 485 ล้านบาท ลดลง 10%YoY กำไรสุทธิ 44.55 ล้านบาท ลดลง 55%YoY จากการให้บริการเกี่ยวกับโควิด-19 ลดลง อัตรากำไรขั้นต้น 25.83% อัตรากำไรสุทธิ 9.11% ลดลงจาก 34.64% และ 18.28% ในงวด 1Q65 ตามลำดับ
•จำนวนหุ้น IPO 54 ล้านหุ้น มูลค่าหุ้นที่ตราไว้ 1 บาท มูลค่าระดมทุน 1,134 ล้านบาท จำนวนหุ้นหลัง IPO 300 ล้านหุ้น ราคา IPO คิดเป็น trailing P/E ราว 21.5x ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของหุ้นกลุ่มการแพทย์ที่ระดับ 32x วัตถุประสงค์การใช้เงินเพื่อใช้ในการก่อสร้างอาคารจอดรถ อาคารผู้ป่วยใหม่ ซื้อเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ ชำระคืนเงินกู้ยืมแก่สถาบันการเงินบางส่วน และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ
หุ้นมีข่าว
(+) PTTGC (Bloomberg consensus 45.50 บาท) ดีลพันธมิตรเข้าสู่ธุรกิจ Carbon Capture ในสหรัฐชัดเจนในปีนี้ พร้อมเจรจาดีลลงทุนธุรกิจใหม่อีกกว่า 3-4 ดีล ปลื้ม Allnex มาร์จิ้นสูงซินเนอร์ยี่ขยายอาเซียน แถมมีแผน M&A ขยายธุรกิจโตโดด 50% มองจีนกระตุ้นเศรษฐกิจ ดันสเปรดครึ่งปีหลังฟื้นจากครึ่งปีแรก ชี้ธุรกิจหลักปรับตัวทันลดต้นทุนผลิต-แรงงานอื้อ (ที่มา ทันหุ้น)
(+) FTE (Bloomberg consensus - บาท) กวาดงานใหม่ ระบบดับเพลิงเข้าพอร์ตเพิ่ม 137 ล้านบาท ทยอยรับรู้รายได้ช่วงปี 2566-2568 ด้านผู้บริหาร "ทักษิณ ตันติไพจิตร" ตั้งเป้ายอดขายปี 2566 เติบโตที่ 1,200 ล้านบาท หรือเติบโตประมาณ 10% เล็งโอกาสต่อยอดธุรกิจเสริมแกร่งอนาคต (ที่มา ทันหุ้น)
(+) PIN (Bloomberg consensus - บาท) มั่นใจปี 2566 ยอดขายที่ดินเติบโต 20% รับโอกาส นักลงทุนต่างชาติแห่ลงทุนในประเทศไทยเป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออก พร้อมโชว์ Backlog เพื่อเร่งทยอยโอนที่ดินให้แก่ลูกค้าในไตรมาส 2/2566 อย่างต่อเนื่อง คาดทั้งปีโอนที่ดินมากกว่า 300 ไร่ ซุ่มเจรจาเมกะดีล การขายที่ดินในโครงการ PIN6 คาดได้ข้อสรุปในครึ่งปีหลังของปี 2566 (ที่มา ทันหุ้น)
(+) SNNP (Bloomberg consensus 28.50 บาท) เดินหน้าเต็มสปีด! ลุยปฏิบัติการวางสินค้าใหม่รับไตรมาส 3/2566 แตกไลน์กลุ่มสินค้าเยลลี่ ภายใต้แบรนด์ "เมจิค ฟาร์มเฟรซ" และ "Jele Chewy" 4 รสชาติใหม่ ฟากผู้บริหาร "วิโรจน์ วชิรเดชกุล" มั่นใจการออกสินค้าใหม่จะช่วยกระตุ้นตลาด หนุนผลงานปี 2566 เติบโตได้อย่างต่อเนื่อง (ที่มา ทันหุ้น)









