เราคาดว่ากำไรสุทธิของ PTTEP ใน 2Q66F จะอยู่ที่ 2.05 หมื่นล้านบาท (-1% YoY, 6% QoQ) โดยกำไรที่ลดลงเล็กน้อย YoY จะเป็นเพราะผลจากราคาน้ำมันดิบดูไบที่ลดลงมาอยู่ที่ US$78/bbl (-28% YoY) ใน 2Q66 หักล้างไปกับต้นทุนต่อหน่วยและค่าใช้จ่ายภาษีที่ลดลง
จากการเปลี่ยนสัมปทานของโครงการบงกชใต้มาเป็นสัญญา product sharing contract (PSC) แทน ซึ่งเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่ 8 มีนาคม ส่วนกำไรที่ฟื้นตัวขึ้น QoQ จะเป็นเพราะมีกำไรจากการป้องกันความเสี่ยง 862 ล้านบาทใน 2Q66F เพิ่มขึ้นจากที่มีผลขาดทุนจากการป้องกันความเสี่ยง 1.4 พันล้านบาทใน 1Q66 แต่หากไม่รวมกำไร/ขาดทุนจากการป้องกันความเสี่ยง และกำไร/ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน เราคาดว่ากำไรจากธุรกิจหลักของ PTTEP จะลดลง 8% QoQ เนื่องจากราคาขายเฉลี่ย (ASP) ลดลง, ปริมาณยอดขายลดลง และต้นทุนต่อหน่วยเพิ่มขึ้น โดยเราคาดว่า ASP ของ PTTEP จะลดลง 5% QoQ เหลือ US$47.4/BOE เพราะคาดว่าราคาขายผลิตภัณฑ์ที่เป็นก๊าซจะลดลง 8% QoQ เหลือ US$6.0/mmbtu และราคาขายผลิตภัณฑ์ที่เป็นของเหลวจะลดลง 1%QoQ เหลือ US$77.0/bbl ตามราคาน้ำมันดิบดูไบที่ลดลง ในขณะเดียวกันเรายังคาดว่าปริมาณยอดขายของ PTTEP จะลดลง 2% QoQ เหลือ 450KBOED เนื่องจาก i) เริ่มเปลี่ยนมาใช้สัญญา product sharing contract (PSC) ของโครงการบงกชใต้เมื่อวันที่ 8 มีนาคม และ ii) มีการปิดซ่อมบำรุงนอกแผนของโครงการ Sabah K ในมาเลเซียนาน 1.5 เดือนใน 2Q66 นอกจากนี้ เราคาดว่าต้นทุนต่อหน่วยของ PTTEP จะเพิ่มขึ้น 3%QoQ เป็น US$27.0/BOE เพราะค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการพยายามเพิ่มการผลิตในโครงการเอราวัณ
เพิ่มการผลิตที่แหล่งเอราวัณเป็น 400mmscfd ในปัจจุบัน
อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า PTTEP สามารถเพิ่มการผลิตในโครงการเอราวัณจาก 210mmscfd เป็น 400mmscfd เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน โดยเรามองบวกกับ PTTEP เพราะผู้บริหารสามารถดำเนินการตามที่ให้สัญญาไว้ว่าจะเพิ่มการผลิตในโครงการเอราวัณเป็น 400mmscfd ภายในกลางปี 2566 ได้ ในขณะที่บริษัทยังมีแผนจะเดินหน้าเพิ่มการผลิตเป็น 600mmscfd ในเดือนธันวาคม 2566 และเป็น 800mmscfd ในเดือนเมษายน 2567
Valuation & action
เรายังคงคำแนะนำถือ PTTEP และคงราคาเป้าหมาย DCF ปี 2566F เอาไว้ที่ 170.00 บาท โดยใช้ WACC ที่ 8.7% และ terminal growth ที่ 1.0% เราเชื่อว่าผลประกอบการที่มีแนวโน้มดีขึ้น QoQ ใน 2Q66F จะช่วยหนุนราคาหุ้น และเรายังคาดว่าราคาน้ำมันดิบจะสูงขึ้นใน 3Q66F เนื่องจากการผลิตน้ำมันดิบของ OPEC+ จะลดลง หลังจากที่ซาอุดิอาระเบียลดการผลิตโดยสมัครใจ 1MBD ในเดือนกรกฎาคม-สิงหาคมและรัสเซียลดการผลิตโดยสมัครใจ 0.5MBD ในเดือนสิงหาคม
Risks
ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบ และ ก๊าซ









