วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์แนวโน้มตลาด : บล.โกลเบล็ก Fund Flow ไหลออก

วันพุธที่ผ่านมา ดัชนีปรับตัวลงต่อเนื่อง ลบราว 15 จุด โดยมีแรงขายมากในหุ้นกลุ่มพลังงาน อสังหาฯ ค้าปลีก และไอซีที รวมถึงหุ้นขนาดกลาง และขนาดเล็ก ที่ปรับตัวลง โดยดัชนี mai -1.72%

นอกจากนี้นักลงทุนยังติดตามนายเจอโรม พาวเวล แถลงการณ์นโยบายการเงิน และภาวะเศรษฐกิจสหรัฐต่อสภาคองเกรส ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,522.12 จุด -15.47 จุด -1.01% มูลค่าการซื้อขาย 43,091 ลบ. ต่างชาติ -3,576.94 ลบ. TFEX -20,270 สัญญา ตราสารหนี้ +7,242.66 ลบ.

 

ปัจจัยบวก    

+ สัญญาน้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้น 1.34 ดอลลาร์ หรือ 1.88% ปิดที่ 72.53 ดอลลาร์/บาร์เรล ได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าของดอลลาร์ และการแสดงมุมมองเศรษฐกิจเชิงบวกของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของจีน และภาวะอุปทานข้าวโพดตึงตัวในสหรัฐ โดยข้าวโพดเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตเอธานอลและเชื้อเพลิง
+ สหรัฐ เปิดเผยว่าจำนวนผู้ยื่นขอสินเชื่อเพื่อการจำนองเพิ่มขึ้น 0.5% ในสัปดาห์ที่แล้ว หลังอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จำนองปรับตัวลง
+ ฟิทช์เรทติ้งชี้อานิสงส์ท่องเที่ยว-อุปสงค์ในประเทศฟื้นตัว หนุนอุตสาหกรรมอาหาร-เครื่องดื่ม-โทรคมนาคมสายการบิน-โรงแรม-อุตสาหกรรมไฟฟ้าและสาธารณูปโภค กำไรพุ่ง
+ บอร์ดตลาดหลักทรัพย์ฯ มีมติเห็นชอบแนวทางปรับปรุงหลักเกณฑ์บริษัทจดทะเบียนใน SET และ mai ทั้งกระบวนการ ในการเพิ่มโอกาสการระดมทุนสำหรับธุรกิจทุกขนาด และเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ตั้งแต่การรับบริษัทจดทะเบียนที่มีความเข้มแข็งด้านฐานะการเงินและผลการดำเนินงานมากขึ้น
+ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวในหัวข้ออนาคตเศรษฐกิจไทย ในงานสัมมนา Thailand : Take off ว่า เศรษฐกิจไทยในปีนี้ได้รับการสนับสนุนจากการบริโภค และการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว ช่วงการเปลี่ยนผ่านรัฐบาล การใช้จ่ายการลงทุนของภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ จะเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศในช่วงเปลี่ยนผ่านระหว่างรอรัฐบาลใหม่

 

ปัจจัยลบ

 

- ดัชนีดาวโจนส์ปิด ลดลง 10.35 จุด หรือ -0.30% หลังจากนาย เจอโรม พาวเวล ประธาน เฟด ส่งสัญญาณว่าเฟดจะเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจนกว่าเงินเฟ้อจะชะลอตัวลงสู่ระดับเป้าหมายของเฟด
- รัฐบาลจีนแสดงความไม่พอใจ หลังจากที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ กล่าวพาดพิงประธานาธิบดีสี จิ้นผิง โดยใช้คำว่า "เผด็จการ"
- สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานโดยอ้างอิงแหล่งข่าวและสื่อไทยว่า สหรัฐมีแผนประกาศมาตรการคว่ำบาตรรอบใหม่ เพื่อตัดเส้นทางการเงินของรัฐบาลทหารเมียนมา
- กระทรวงกลาโหมไต้หวันระบุว่า เรือบรรทุกเครื่องบินชานตงของจีนนำกลุ่มเรือรบผ่านช่องแคบไต้หวัน

 

แนวโน้มตลาดวันนี้

คาดดัชนีในวันนี้ยังแกว่งตัวผันผวนระหว่างวัน โดยมีแรงกดดันจากประธาน เฟด ส่งสัญญาณว่าเฟดจะเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจนกว่าเงินเฟ้อจะชะลอตัวลงสู่ระดับเป้าหมายของเฟด ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ WTI ที่ปรับตัวขึ้น พยุงหุ้นกลุ่มพลังงาน กรอบดัชนีในวันนี้ 1,515 -1,530 จุด

 

กลยุทธ์การลงทุน

• หุ้นปันผลดี : TISCO INTUCH , หุ้นเด่นเกาะ Megatrend : BE8 BBIK GABLE , หุ้นยั่งยืน : EA WAVE , หุ้นเติบโตใน EEC : AMATA WHA ORI , หุ้นพื้นฐานเด่น : PJW XO
• สินค้าส่งออกเดือน เม.ย. ที่ยังขยายตัวได้ดี : GFPT TFG
• SET50 หุ้นเข้า -TLI, WHA หุ้นออก - JMT, JMART SET100 หุ้นเข้า - AURA, BTG, ERW, MBK, SNNP, STEC, TASCO, TLI หุ้นออก - BEC, EPG, JAS KEX, ONEE, QH, RBF, SINGER

 

 

หุ้นรายงานพิเศษ  

MENA (Bloomberg Consensus 2.76 บาท)
ผลประกอบการปี 66 ได้แรงหนุนจากบริษัทร่วม TDM

•คาดผลประกอบการ 2Q66 เติบโต QoQ และ YoY จากการเพิ่มรถใหม่เข้ากอง โดยในช่วงสิ้นเดือนมีนาคม 2566 มีการส่งมอบรถไปแล้ว 12 คัน และในเดือนมิถุนายนได้ส่งมอบรถเพิ่มอีก 61 คัน เป็นผลผลจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ การลงทุนก่อสร้างของโครงการต่างๆ ที่ยังคงดำเนินการไปอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับแรงหนุนจากบริษัทร่วมทุน TDM (ถือหุ้น 35% ) กับ บจ.ตะวันแดง โลจิสติกส์ จะเริ่มรับรู้ส่วนแบ่งกำไรเข้ามาตั้งแต่เดือน พ.ค.

•บริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 66 เติบโตไม่น้อยกว่า 15%YoY จากการฟื้นตัวของภาคก่อสร้างและเศรษฐกิจ ขณะที่ภาคการท่องเที่ยว ส่งผลให้ความต้องการอุปโภคและบริโภคขยายตัวสูงขึ้น ในส่วนของต้นทุนเชื้อเพลิงบริษัทมองว่า ปัจจุบันมีการปรับตัวลดลงมาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ต้นทุนค่าแรง ค่าเสื่อมราคา ยังคงควบคุมได้ดี ในส่วนของ TDM ได้เริ่มให้บริการขนส่งสินค้าและกระจายสินค้าไปยังร้านค้าในเครือ CJ ทั่วประเทศ และมีแผนขยายการให้บริการขนส่งสินค้าไปยังกลุ่มร้านค้าในเครือ ถูกดี เพิ่มเติม ซึ่งบริษัทคาดว่า TDM จะสร้างรายได้ปี 66 ได้ราว 400-500 ล้านบาท (รับรู้เป็นส่วนแบ่งกำไร)

•ความเห็น : เรามีมุมมองบวกต่อแนวโน้มผลประกอบการของบริษัท โดยคาดว่าผลประกอบการช่วง 2H66 จะเติบโตกว่าครึ่งปีแรก จากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไร TDM เข้ามาเต็มไตรมาสตั้งแต่ 3Q66 ประกอบกับ 4Q66 นับเป็นช่วง High Season ของธุรกิจ ทั้งนี้ Bloomberg Consensus คาดกำไรปี 66 ที่ 73.6 ล้านบาท +44%YoY เราจึงแนะนำ “ซื้อ”

 

หุ้นมีข่าว

(+) PTT (Bloomberg consensus 37.40 บาท) ประกาศปรับเงินลงทุนปีนี้ใหม่จาก 33,344 ล้านบาท เป็น 93,598 ล้านบาท เพิ่มสูง 60,254 ล้านบาท เปิดไส้ใน ลดเงินธุรกิจอื่น แต่เน้นหนักในธุรกิจใหม่ ผ่านการร่วมทุนในบริษัทย่อยที่ถือหุ้น 100% ทั้งการลงทุนใน LNG Receiving Terminal ยานยนต์ไฟฟ้า โรงงานผลิต แบตเตอรี (ที่มา ทันหุ้น)

(+) PTG (Bloomberg consensus 16.00 บาท) เผย MAXBIT คว้า 2 ใบอนุญาต "โบรกเกอร์สินทรัพย์ดิจิทัล" ลุยซื้อขายคริปโท-โทเคน เล็งฐานลูกค้าบัตร Max Card และนักลงทุนที่ซื้อขายคริปโทอยู่แล้ว คาดสามารถเข้าซื้อขายได้ภายในเดือนตุลาคม 2566 ตั้งเป้ารายได้ 1,100 ล้านบาทต่อปี มาร์เก็ตแชร์โต 10% ต่อปี พร้อมวางเป้าก้าวขึ้นเป็นเบอร์ 2 กลุ่มตลาดนายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศไทย คาดช่วยเพิ่มมูลค่าให้ PTG ในอนาคต (ที่มา ทันหุ้น)

(+) BDMS (Bloomberg consensus 34.50 บาท) ตั้งเป้ารายได้รวมทั้งปี 2566 เติบโต 6-8% ตั้งสำนักงานในซาอุดีอาระเบีย เดินเกมรุกหนักคนไข้ตะวันออกกลาง พร้อมผนึกพันธมิตรเพิ่มสัดส่วนรายได้ลูกค้าประกันชีวิต ประกันสุขภาพ แตะสัดส่วน 40% รายได้รวม พัฒนาแอปพลิเคชัน "BeDee" เพิ่มสัดส่วนรายได้บริการด้านสุขภาพผ่านระบบดิจิทัลแตะ 10% ของรายได้รวมใน 5 ปี (ที่มา ทันหุ้น)

(+) TM (Bloomberg consensus - บาท) ใส่เกียร์รุกทำการตลาด "The Parents" ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ เร่งดันยอดใช้เตียงสิ้นปีนี้ถึงจุดคุ้มทุนแตะ 50 เตียง มีแววเห็นกำไรปี 2567 พร้อมเปิดสหคลินิกไตรมาส 3/2566 นี้ พร้อมกวาดรายได้เข้ากระเป๋าทันที แม่ทัพใหญ่ "สุนทรี จรรโลงบุตร" ปักธงยอดขายชน 700 ล้านบาท เดินหน้าผลิตสินค้า OEM มาร์จิ้นสูง (ที่มา ทันหุ้น)