คาด SET Index เคลื่อนไหว Sideways Down แนวรับ 1,550/1,547 จุด (EMA 10/25 วัน) แนวต้าน 1,566/1,570 จุด (EMA 75 วัน) ทางเทคนิค ดัชนีฯ ยังคงอยู่ระหว่างปรับฐาน เพื่อขึ้นไปทดสอบแนวต้านสาคัญ 1,570/1,576 จุด ทั้งนี้ แรงขายจะเพิ่มขึ้น หากดัชนีฯ หลุดแนวรับสำคัญ 1,547 จุด
ไฮไลท์วันนี้ โมเมนตัมบวกยังคงอยู่ที่การรอลุ้นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมของจีน หลังจากวานนี้ธนาคารกลางจีนประกาศลดอัตราดอกเบี้ยประเภท 1-Year MLF ลง 10 bps. เป็น 2.65% ซึ่งเป็นครั้งแรกรอบ 10 เดือน ส่วนปัจจัยอื่น ๆ ได้แก่ 1) US รายงานดัชนีความเชื่อมั่นเดือน มิ.ย. ของมหาวิทยาลัยมิชิแกน ซึ่งคาดว่าเป็นสัญญาณบวกต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ อิง Consensus คาดว่า Consumer Sentiment ดีขึ้นเป็น 60 Vs เดือน พ.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดรอบ 6 เดือน ที่ 59.2 (โมเมนตัมบวกต่อการใช้จ่ายภาคเอกชนปรับตัวดีขึ้น) (Figure 1) 2) EU Inflation เดือน พ.ค. ประกาศครั้งสุดท้าย (Figure 2) คาดลดลงต่อเนื่องเป็น 6.1% YoY (Vs เดือน เม.ย. 7% YoY) ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดแรงกดดันต่อแนวโน้มการปรับขึ้นดอกเบี้ยของ ECB ในอนาคต (ตลาดคาดว่า ECB จะปรับขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่องอีกอย่างน้อย 1 ครั้ง หลังวานนี้ประกาศขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 8 จำนวน 0.25% เป็น 4% และ Deposit Facility Rate เป็น 3.5%) 3) BOJ Meeting คาดคงดอกเบี้ยที่ระดับเดิม -0.1% และตรึงอัตราผลตอบแทนยิลด์พันธบัตรญี่ปุ่น 10 ปี ที่ 0% โดยคาดว่าการเปลี่ยนแปลงนโยบายการเงินสู่ระดับปกติ ยังคงไม่เกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้ แม้อัตราเงินเฟ้อปัจจุบันจะสูงกว่า 3.5% ซึ่งสูงกว่าเป่าหมายเงินเฟ้อ 2% เพราะ คาดว่าอัตราการเติบโตของค่าจ้างไม่สูงพอที่จะทาให้เงินเฟ้อระยะยาวอยู่สูงกว่า 2% ได้
กลยุทธ์ลงทุน: แนะนำ หุ้นที่มีโมเมนตัมบวก จากแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติและคาดว่าจะได้ประโยชน์ หากจีนมีการประกาศมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม BAFS ADVANC SMT
Strategic daily picks
BAFS ปิด 32.00 บาท/แนวรับ 31.00 บาท แนวต้าน 34.50 บาท
BAFS เริ่มเห็นสัญญาณความต้องการเติมน้ำมันอากาศยาน (Jet-Fuel) ที่ทยอยเร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ตั้งแต่ช่วงวันที่ 1 มิ.ย. 2023 โดยเฉพาะท่าอากาศยานดอนเมือง โดยระหว่างวันที่ 1-13 มิ.ย. 2023 มีความต้องการเร่งตัวขึ้นราว 96% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ในช่วง 5M23 (เดือน ม.ค.-พ.ค. 2023) ท่าอากาศยานดอนเมืองและสุวรรณภูมิเร่งตัวขึ้นถึง 78% YoY สูงกว่าที่ประมาณการไว้เมื่อช่วงต้นปี 2023 ส่งผล Consensus คาดกำไรสุทธิใน 2Q23 อยู่ที่ 46 ล้านบาท (ดีขึ้น YoY จากขาดทุนสุทธิ 120 ล้านบาท ใน 2Q22 และ -12% QoQ) โดยกำไรที่พลิกฟื้น YoY เป็นเพราะปริมาณการเติมน้ำมันอากาศยานเพิ่มขึ้นถึง 69% YoY เป็น 1.1 พันล้านลิตร ใน 2Q23 แต่ลดลง QoQ เป็นเพราะไม่มีรายได้เงินปันผลพิเศษ 32 ล้านบาท จาก Solar Farm ทั้ง 2 แห่ง ในญี่ปุ่น ทั้งนี้ Consensus ประมาณการกำไรสุทธิปี 2023 ที่ 472 ล้านบาท และประเมินราคาเป้าหมายปี 2023 ที่ 36.50 บาท
ADVANC ปิด 218.00 บาท/แนวรับ 213.00 บาท แนวต้าน 225.00 บาท
Consensus คาด ARPU (รายได้เฉลี่ยต่อเลขหมาย) ของทั้งธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่และ FBB (บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง) จะกลับมาฟื้นตัวอย่างชัดเจนใน 2H23 จากการแข่งขันด้านราคาที่ลดลงอย่างชัดเจน ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนให้รายได้บริการหลักกลับมาเติบโตแรงมากขึ้น Consensus ประมาณการกำไรปกติปี 2023 ที่ 2.7 หมื่นล้านบาท (+3% YoY) โดยมีแนวโน้มฟื้นตัวได้จากกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่กลับมาดีขึ้น และการแข่งขันที่ลดความรุนแรงลง พร้อมประเมินราคาเป้าหมายปี 2023 ที่ 230 บาท อิง DCF (WACC 8.7%, TG 2%)
SMT ปิด 4.78 บาท/แนวรับ 4.68 บาท แนวต้าน 5.00 บาท
SMT คงเป้าหมายรายได้ปี 2023 ที่ 4 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 30% YoY และคาดว่าผลประกอบการจากนี้จะเติบโตได้ทุกไตรมาส โดยใน 3Q-4Q23 มีแผนเปิดตัวสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง อาทิ Optical Transceiver, IC packaging, Industrial Smartphone, Cellular Conveyor และ LGA & BGA เป็นต้น Consensus ประมาณการรายได้และกำไรสุทธิปี 2023 ที่ 3.31 พันล้านบาท และ 345 ล้านบาท ตามลำดับ พร้อมประเมินราคาเป้าหมายปี 2023 ที่ 5.10 บาท อิง PER 14 เท่า









