วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์ตลาดเงิน-ตลาดทุน : บล.ยูโอบี เคย์ เฮียนฯ Window dressing ยังหนุนบรรยากาศเก็งกำไร

เงินเฟ้อสหรัฐฯ ออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาด เงินเฟ้อสหรัฐฯ พ.ค.ออกมาที่ 4.0% (ต่ำกว่าคาดการณ์ที่ 4.1%) สอดคล้องกับที่เราประเมินว่าราคาพลังงานที่ลดลงมีโอกาสดึงเงินเฟ้อลงตามคาด

และจะเป็นปัจจัยบวกต่อการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่คาดว่าจะคงดอกเบี้ยในการประชุม 14 มิ.ย. (ด้วยความน่าจะเป็น 94.2% อิง Fed Watch Tool) ซึ่งการดำเนินนโยบายดังกล่าวถือเป็นทิศทางที่ชะลอการดำเนินนโยบายการเงินแบบตึงตัว จะเป็นบวกกับสินทรัพย์เสี่ยง

มีโอกาสที่ตลาดระยะสั้นจะมีแรงทำกำไรสลับ แม้คาดว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ จะคงดอกเบี้ย แต่มีความเป็นไปได้ที่ ประธานเฟด จะส่งสัญญาณถึงความเป็นไปได้ของการขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม เพื่อให้นักลงทุนและตลาดไม่ผ่อนคลายความระมัดระวังเร็วเกินไป จนทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจดึงเงินเฟ้อให้กลับมาอีก สิ่งที่ต้องติตดามในคืนวันนี้ ได้แก่ 1) โทนของการแถลงของเจอโรม พาวเวล (คาดออกไปทาง Hawkish) 2) มุมมองดอกเบี้ยของกรรมการรายบุคคล (Dot Plot) 3) ประมาณการสำคัญๆ ทางเศรษฐกิจ // แม้อาจมีแรงทำกำไรสลับ แต่เรามองโมเมนตัมของสินทรัพย์เสี่ยงและการเก็งกำไรโดยรวมเป็นบวกจากแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่มีโอกาสชะลอแบบค่อยเป็นค่อยไป (Soft landing) มากกว่าถดถอยอย่างรุนแรง (Recession / Hard landing) ซึ่งในกรณีแรก 
 

หุ้นไทยมีโอกาสเกิด window dressing เนื่องจากเคลื่อนไหวด้อยกว่าตลาดโลกในช่วงที่ผ่านมา ทำให้อยู่ในกลุ่มตลาดที่ Laggard ประกอบกับตลาดรับปัจจัยลบและปัจจัยกดดันเกี่ยวกับการเมืองไปแล้ว โดยหุ้นใหญ่ใน SET50 ที่ปรับลดลงมากนับจากต้นปี มีโอกาสเป็นเป้าหมายของการเข้าซื้อหรือเป็น Window dressing target โดยหุ้นดังกล่าว (ในวงเล็บคือ return นับจากต้นปีถึง 12 มิ.ย.66) ได้แก่ EA (-34%), SCGP (-31%), BANPU (-31%), CBG (-30%), TRUE (-19%), PTTGC (-18%), AWC (-18%), GPSC (-18%), TOP (-16%), IVL (-16%), TU (-16%), EGCO (-15%), GULF (-15%), OR (-13%), PTTEP (-12%)//สำหรับ JMART (-49%), JMT (-36%) แม้จะปรับลดลงเยอะที่สุดในกลุ่ม SET50 แต่มีประเด็นความเสี่ยงจากการหลุด SET50 และผลประกอบการที่ถูกฉุดจาดบริษัทลูก ผู้ลงทุนควรพิจารณาประเด็นดังกล่าวด้วย

ภาพรวมกลยุทธ์: การเกิด Window dressing บวกต่อบรรยากาศเก็งกำไร ไม่หลุด 1,540 จุด ลุ้นขึ้นทดสอบ 1,580-1,600 ยังเน้น speculative buy กลุ่มที่น่าจะเห็นการฟื้นตัวได้ชัดเจนในปี 2566 และยังมีการถือครองที่ต่ำ (Underowned) ยังชอบค้าปลีก, ท่องเที่ยว, นิคมอุตสาหกรรม ส่วนหุ้นไฟฟ้าลดลงเกินไป และน่าจะเห็นผลการดำเนินงานฟื้นจากต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่ลดลง 

หุ้นแนะนำ: BAM*, MAJOR*, SAMTEL*, AWC*

แนวรับ: 1,550 / แนวต้าน : 1,572-1,580 จุด 

สัดส่วนลงทุน: เงินสด 40% vs พอร์ตหุ้น 60%
 

 

 

ประเด็นการลงทุนที่น่าสนใจ

สหรัฐเผยดัชนี CPI เดือนพ.ค. ต่ำสุดรอบ 2 ปี - โดยดัชนี CPI ทั่วไป ปรับตัวขึ้น 4.0% yoy ในเดือนพ.ค. จากระดับ 4.9% yoy ในเดือนเม.ย. และปรับตัวขึ้น 0.1% mom จากระดับ 0.4% mom ในเดือนเม.ย. ส่วนดัชนี CPI พื้นฐาน ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 5.3% yoy จากระดับ 5.5% yoy ในเดือนเม.ย. 

กกต.รับรอง 330 ส.ส. แล้ว คาดครบ 95% สัปดาห์หน้า – คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทยอยรับรองผลส.ส.เขต 330 คนเรียบร้อยแล้ว คาดครบ 95% ภายในสัปดาห์หน้า หนุนหุ้นวิ่งขานรับ คาดผลการรับรองฯ-จัดตั้งรัฐบาลได้เร็ว

SAMART มีหมัดเด็ด ชูแผนใหญ่ SAV วันนี้ – "วัฒน์ชัย วิไลลักษณ์" นำทีมเปิดแผน "สามารถ เอวิเอชั่น โซลูชั่น" วิทยุการบินแห่งเดียวในกัมพูชา เข้าจดทะเบียนใน SET ชูผู้ถือหุ้น SAMART รับจัดสรร 100 หุ้น SAMART ต่อ 1 หุ้น SAV เปิดไฟลิ่งพบสุดแกร่งสัมปทานวิทยุการบินยาวถึงปี 2594 มีสนามบินให้บริการถึง 6 แห่ง 

Opportunity day: 14 มิ.ย. – SCB, LHK, AIMCG, BTS, TRC, DEMCO, PIN / 15 มิ.ย. – GRAMMY, TNP, WINMED, KTMS, PAP, VIBHA, ACE / 16 มิ.ย. – UBIS, THAI, TPS, FVC, VCOM, BTG, CEYE / 19 มิ.ย. – YONG, MENA, PRIME, PRM, CHIC, MVP

 

ประเด็นติดตาม: 14 มิ.ย. – US FOMC, PPI, CH Industrial Production /15 มิ.ย. – US Retail Sales, Initial Jobless Claims, EU Interest Rtae Decision

(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)