คาดเงินเฟ้อสหรัฐฯ ชะลอตัวลงต่อเนื่องและมีโอกาสต่ำ 4.10% คืนนี้ (13 มิ.ย.) นักลงทุนรอติดตามตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ พ.ค. ซึ่งจะเป็นตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญตัวสุดท้ายที่ออกมาก่อน การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินสหรัฐฯ (FOMC) ในวันรุ่งขึ้น
Bloomberg concensus คาดเงินเฟ้อสหรัฐฯ พ.ค. ที่ 0.1% MoM (ชะลอจาก เม.ย.ที่ 0.4%) และ 4.1% YoY (ชะลอจาก เม.ย.ที่ 4.9%) เราคาดตัวเลขเงินเฟ้อที่ออกมา 4.1% หรือต่ำกว่า จะหนุนเป็นบวกต่อบรรยากาศลงทุนระยะสั้นเนื่องจากสนับหนุนการหยุดขึ้นดอกเบี้ยของเฟด อย่างไรก็ตาม ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามในวันรุ่งขึ้นคือ 1) มีโอกาสที่ถ้อยแถลงของประธานเฟด จะออกมาในโทนลบ พูดถึงโอกาสขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่องเพื่อรักษาโมเมนตัมในการคุมเงินเฟ้อ และ 2) นักลงทุนจะรอดูมุมมองดอกเบี้ยของกรรมการรายบุคคล (Dot plot) เพื่อประเมินทิศทางดอกเบี้ยของเฟดในระยะกลาง ทำให้นักลงทุนอาจต้องระวังความผันผวนหลังการประชุม
มองหาหุ้นที่มีโอกาสเป็นเป้าหมายของ Window dressing กลางปี หุ้นไทยเคลื่อนไหวแย่กว่า (Underperform) ตลาดหุ้นส่วนใหญ่ในเอเชีย โดยมีผลตอบแทนนับจากต้นปีแย่สุดเป็นอันดับ 2 (SET -7.0%) ในขณะที่ตลาดหุ้นที่แย่สุดคือมาเลเซีย (FTSE Malaysia -11.5%) ส่วนหนึ่งคาดว่าเป็นผลจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยและมาเลเซียที่อยู่ในระดับต่ำเทียบกับประเทศสหรัฐฯ และโมเมนตัมการปรับลดประมาณการกำไรในช่วงที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามผลของการปรับลดของราคาในกลุ่มหุ้นขนาดใหญ่ ทำให้เรามองหุ้นหลายตัวในกลุ่ม SET50 มีโอกาสเป็นเป้าหมายของการ Window dressing ได้แก่ EA (-34%), SCGP (-31%), BANPU (-31%), CBG (-30%), TRUE (-19%), PTTGC (-18%), AWC (-18%), GPSC (-18%), TOP (-16%), IVL (-16%), TU (-16%), EGCO (-15%), GULF (-15%), OR (-13%), PTTEP (-12%) //สำหรับ JMART (-49%), JMT (-36%) แม้จะปรับลดลงเยอะที่สุดในกลุ่ม SET50 แต่มีประเด็นความเสี่ยงจากการหลุด SET50 และผลประกอบการที่ถูกฉุดจาดบริษัทลูก ผู้ลงทุนควรพิจารณาประเด็นดังกล่าวด้วย
ภาพรวมกลยุทธ์: การเกิด Window dressing บวกต่อบรรยากาศเก็งกำไร ไม่หลุด 1,540 จุด ลุ้นขึ้นทดสอบ 1,580-1,600 ยังเน้น speculative buy กลุ่มที่น่าจะเห็นการฟื้นตัวได้ชัดเจนในปี 2566 และยังมีการถือครองที่ต่ำ (Underowned) ยังชอบค้าปลีก, ท่องเที่ยว, นิคมอุตสาหกรรม ส่วนหุ้นไฟฟ้าลดลงเกินไป และน่าจะเห็นผลการดำเนินงานฟื้นจากต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่ลดลง
หุ้นแนะนำ: BAM*, MAJOR*, SAMTEL*, ESSO*
แนวรับ: 1,540 / แนวต้าน : 1,560-1,580 จุด
สัดส่วนลงทุน: เงินสด 40% vs พอร์ตหุ้น 60%
ประเด็นการลงทุนที่น่าสนใจ
เฟดนิวยอร์กเผยคาดการณ์เงินเฟ้อผู้บริโภคต่ำสุดในรอบ 2 ปี - โดยคาดการณ์เงินเฟ้อของผู้บริโภคในระยะเวลา 1 ปีข้างหน้าปรับตัวลง 0.3% สู่ระดับ 4.1% ส่วนคาดการณ์เงินเฟ้อของผู้บริโภคในระยะเวลา 3 ปี และ 5 ปีข้างหน้า ปรับขึ้น 0.1% สู่ระดับ 3.0% และ 2.7% ตามลำดับ
บีบ STARK แจงวันนี้แบงก์เล็งยึดทรัพย์ – STARK ต้องแจงคำถามตลาดหลักทรัพย์ในวันนี้ พุ่งเป้าประกาศงบปี 2565 ถูกเลื่อนอีกหรือไม่ ด้าน LEONI ซ้ำฟ้องกรณียกเลิกดีลซื้อหุ้น 2.26 หมื่นล้านบาท ขณะที่ ก.ล.ต. ลั่นไม่นิ่งนอนใจกฎหมายมีข้อจำกัด วงในย้ำโอกาสฟื้นยากรายย่อยต้องทำใจ ดำเนินธุรกิจลำบาก ส่วนแบงก์อาจยึดทรัพย์ที่นำไปค้ำประกันเงินกู้ 5.6 พันล้านบาท
BTS เจรจากทม.คืบ สีเหลืองเก็บเงิน 3 ก.ค. – BTS จ่อรับรายได้สองทางทั้งค่าโดยสารและเงินชดเชยค่าก่อสร้างปีละ 2.5 พันลบ.ต่อเนื่อง 10 ปี หลังเริ่มให้บริการเชิงพาณิชย์สายสีเหลือง คาดผู้โดยสารปีนี้สายสีลมแตะ 8 แสนเที่ยวคน ถ้ารวมสายสีเขียวทั้งระบบผู้โดยสารวันทำงานทะลุ 3 ล้านเที่ยวคนแล้ว ด้านการเจรจาหนี้ 2 หมื่นลบ. พร้อมดอกเบี้ย ร่วมกับกทม.เริ่มมีทางออกที่ดี
Opportunity day: 13 มิ.ย. – D, NER, STP, PYLON, CRC/ 14 มิ.ย. – SCB, LHK, AIMCG, BTS, TRC, DEMCO, PIN/ 15 มิ.ย. – GRAMMY, TNP, WINMED, KTMS, PAP, VIBHA, ACE/ 16 มิ.ย. – UBIS, THAI, TPS, FVC, VCOM, BTG, CEYE/ 19 มิ.ย. – YONG, MENA, PRIME, PRM, CHIC, MVP
ประเด็นติดตาม: 13 มิ.ย. – US CPI / 14 มิ.ย. – US FOMC, PPI, CH Industrial Production/ 15 มิ.ย. – US Retail Sales, Initial Jobless Claims, EU Interest Rtae Decision
(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)









