ลุ้นการเจรจา US Debt Limit
Today’s dominant ideas
คาด SET Index อ่อนตัว แนวรับ 1,533/1,518 จุด แนวต้าน 1,550/1,555 จุด ทางเทคนิคยังคงอยู่ในทิศทางขาลงไปที่เป้าหมาย 1,518/1,507 จุด ซึ่งเป็นจุดต่ำสุดที่เคยทำไว้เดิมเมื่อวันที่ 14 มี.ค. และ 3 พ.ค. ที่ผ่านมา ส่วนจุดลุ้นรีบาวนด์เริ่มต้นอยู่ที่ 1,533 จุด ซึ่งเป็น Gap ที่เปิดไว้เมื่อวันที่ 3 พ.ค. แนะนำ รอซื้อเก็งกำไรที่แนวรับ
ประเด็นวันนี้ Events สำคัญอยู่ที่การเจรจาเพื่อหาทางออกปัญหา US Debt Limit ระหว่างประธานาธิบดีไบเดนกับผู้นำสภา แม๊คคาร์ธีร์ วันนี้ (เป็นปัจจัยบวก หากมีความคืบหน้าต่อข้อเสนอของแต่ละฝ่ายในการเพิ่มเพดานหนี้ อย่างไรก็ดี เราคาดว่ามีโอกาสสูงที่จะยืดเยื้อไปจนถึงสิ้นเดือน พ.ค.) และการส่งสัญญาณต่อทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯ (FedWatch Tool ให้โอกาสผลประชุมเฟดวันที่ 14 มิ.ย. ปรับขึ้นดอกเบี้ย 25 bps ที่ 21.9%) อิงสุนทรพจน์ของ 4 ประธานเฟด (Fed Cleveland Mester; Fed Atlanta Bostic ไม่มีสิทธิ์โหวต และ Fed NY Williams; Fed Chicago Goolsbee มีสิทธิ์โหวต) หลังล่าสุด Fed Governor Bowman เพิ่งส่งสัญญาณพร้อมปรับขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่อง หากเงินเฟ้อไม่ปรับลดลงตามคาด และรายงาน Michigan Inflation Expecatations เดือน พ.ค. (รูปซ้าย) สำหรับ 1 ปี (ประกาศศุกร์ที่แล้ว) อยู่ที่ 4.5% สูงกว่าคาดการณ์ของเราที่ 4.2% และสำหรับ 5 ปีข้างหน้าอยู่ที่ 3.2% สูงสุดรอบเกือบ 12 ปี นับตั้งแต่เดือน มี.ค. 2011
ส่วนประเด็นเศรษฐกิจ จับตาแนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจ 2Q23E ผ่าน 1.US รายงานยอดค้าปลีกเดือน เม.ย. (Consensus คาดดีขึ้น +0.7% MoM, +1.4% YoY Vs เดือน มี.ค. -0.6% MoM, +1.3% YoY) สอดคล้องกับภาวะจ้างงานที่ยังเติบโตแข็งแกร่งและการปรับขึ้นของราคาน้ำมันดิบในเดือน เม.ย. 2. China รายงานตัวเลขเศรษฐกิจเดือน เม.ย. คาดฟื้นตัว YoY นำโดยยอดค้าปลีก (รูปขวา) คาด +20.1% YoY Vs เดือน มี.ค. +10.6% YoY) ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมคาด +10.1% YoY Vs เดือน มี.ค. 3.9% YoY ซึ่งสอดคล้องกับรายงานภาคบริการจีนเดือน เม.ย. ที่ยังอยู่ในระดับขยายตัว โดยหากออกมาดีกว่าคาด จะเป็นโมเมนตัมบวกต่อภาคการค้าระหว่างประเทศและการท่องเที่ยวไทย (กระทรวงท่องเที่ยวฯ รายงานจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดือน เม.ย. 2.13 ล้านคน (โดยจีน เป็นอันดับ 2 ที่ 3.28 แสนคน) ส่งผลสะสม 4M23 อยู่ที่ 8.596 ล้านคน สร้างรายได้ 3.53 แสนล้านบาท
กลยุทธ์ลงทุน แนะนำ หุ้นที่คาดว่าจะมี Positive Guidance ต่อแนวโน้มผลประกอบการปีนี้ ซึ่งจะเป็น Upside Risks ต่อราคาเป้าหมายปีนี้ แนะนำ KTB ERW (Analyst Meeting) BEM (Opportunity Day)
Strategic daily picks
KTB ปิด 18.80 บาท/แนวรับ 18.20 บาท แนวต้าน 19.80 บาท
KTB รายงานกำไรสุทธิ 1 หมื่นล้านบาท ใน 1Q23 (+15% YoY) จากการเติบโตของ NII ที่แข็งแกร่ง โดย NIM เพิ่มขึ้น 15bp QoQ จากอัตราผลตอบแทนสินเชื่อที่สูงขึ้น ขณะที่ Non-NII เพิ่มขึ้น 12% YoY เนื่องจากกำไรจากการลงทุนในตลาดและหนี้สูญรับคืนที่สูงขึ้น Consensus คาดรายงานกำไรสุทธิปี 2023E อยู่ที่ 3.64 หมื่นล้านบาท (+8.2% YoY) และชื่นชอบ KTB จากพัฒนาการทางธุรกิจที่มีความน่าสนใจมากขึ้น หลังรุกขยายสินเชื่อที่มีผลตอบแทนสูงและการใช้ประโยชน์จาก Synergy กับบริษัทในเครือมากขึ้น ซึ่งจะช่วยเสริมศักยภาพเติบโตในระยะยาว ทั้งนี้ Consensus ประเมินราคาเป้าหมายปี 2023 ที่ 21 บาท อิง PBV 0.7 เท่า
ERW ปิด 4.64 บาท/แนวรับ 4.50 บาท แนวต้าน 4.96 บาท
Consensus ประมาณการกำไรสุทธิปี 2023 ที่ 464 ล้านบาท ฟื้นตัวดีจากปี 2022 ที่ขาดทุนสุทธิ 224 พันล้านบาท ขณะที่ 2Q23 กำไรยังคงฟื้นตัวได้ดี YoY จากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น แต่จะลดลง QoQ เพราะเข้าสู่ช่วง low season ของไทย แต่อย่างไรก็ดี ยังมีโครงการเราเที่ยวด้วยกัน ช่วยหนุนได้บ้างในเดือน มี.ค.-เม.ย. 2023 ทั้งนี้ Consensus ประเมินราคาเป้าหมายปี 2023 ที่ 6.0 บาท อิง DCF (WACC 7.6%, terminal growth 2.5%)
BEM ปิด 8.65 บาท/แนวรับ 8.40 บาท แนวต้าน 9.25 บาท
BEM รายงานกำไรสุทธิ 749 ล้านบาท ใน 1Q23 เติบโต 123% YoY จาก 1) รายได้จากธุรกิจทางด่วน 2.27 พันล้านบาท (+19% YoY) 2) รายได้จากธุรกิจรถไฟฟ้า MRT 1.57 พันล้านบาท (+58% YoY) และ 3) รายได้จากธุรกิจโฆษณาและธุรกิจให้เช่าพื้นที่ 255 ล้านบาท (+30% YoY) นอกจากนี้ คาด 2Q23E ยังฟื้นตัวดี YoY เนื่องจากปีก่อนยังมีผลกระทบจาก COVID-19 ในครึ่งปีแรก ทั้งนี้ Consensus ตั้งเป้ารายได้รวมปี 2023 ที่ 1.7 หมื่นล้านบาท เติบโต 15% จาก 1.48 หมื่นล้านบาท ในปี 2022 แบ่งเป็น 1) รายได้จากธุรกิจรถไฟฟ้า MRT 8.0 พันล้านบาท และ 2) รายได้จากธุรกิจทางด่วน 9.0 พันล้านบาท ทั้งนี้ Consensus ประเมินราคาเป้าหมายไว้ที่ 11.50 บาท และคาดกำไรสุทธิปี 2023 เติบโตต่อเนื่องจาก 2.4 พันล้านบาท ในปี 2022









