วันที่ 11 พ.ค. คาด GULF จะรายงานกำไรสุทธิ 1Q66F ที่ 3.8 พันลบ. (-30% QoQ, +11% YoY) ซึ่งผลประกอบการจะถูกฉุดจากการที่ไม่มีกำไรจาก FX ก้อนใหญ่ และกำไรจากการขายหุ้น BKR2
โดยกำไรหลักของ GULF คาดจะอยู่ที่ 3.5 พันลบ. (+15% QoQ, +7% YoY) คิดเป็น 22% ของกำไรปี 2566F ใหม่ของเรา ทั้งนี้กำไรที่เพิ่มขึ้น YoY จะมาจากการขึ้นค่า Ft และการรับรู้ผลการดำเนินงานอย่างเต็มที่ของ GSRC Unit3-4 (928MWe) และ JV ของ GGC (GULF และ GUNKUL*) ส่วนกำไรที่เพิ่มขึ้น QoQ จะมาจากค่า Ft ที่สูง ในขณะที่ราคาก๊าซของ SPP ทรงตัว, มีการผลิตไฟฟ้าของ IPPs เพิ่มขึ้นโดยใช้น้ำมันดีเซล,สัดส่วนSG&A ลดลง เราคาดว่ารายได้อาจจะลดลง QoQ เพราะมีการปรับเปลี่ยนการรับรู้รายได้จาก BKR2 มาเป็นส่วนแบ่งกำไรแทน แม้ว่าผลการดำเนินงานของทั้ง SPPs และ IPPs จะแข็งแกร่งมากขึ้น เราคาดว่าส่วนแบ่งกำไรจาก INTUCH*, PTTNGD และ JV ของ GGC จะทรงตัว QoQ ส่วนในกรณีของ
Jackson Generation เราคาดว่าอาจจะมีผลขาดทุนเนื่องจากราคาก๊าซลดลงอย่างมาก
กำไรยังโตได้แม้จะถูกฉุดโดย Jackson และค่า Ft
ผลการดำเนินงานโครงการ Jackson (588MWe) ซึ่งเริ่มรับรู้ตั้งแต่ปลายเดือน ก.พ. น่าจะยังอ่อนแอเพราะราคาก๊าซ Henry hub ที่ลดลงอย่างรวดเร็ว และภาวะเศรษฐกิจสหรัฐชะลอตัวลง ทั้งนี้ราคาก๊าซที่ลดลงทุก ๆ US$1/mmbtu จะกระทบกับ Jackson 0.7 ล้านบาท/ปี /MW ส่วนในกรณีของค่า Ft เรามองว่ายังมีแรงกดดันจากทางฝั่งการเมือง ดังนั้น เราจึงปรับลดประมาณการกำไรปี 2566-2568F ลง 8-17% (Figure 2) เพื่อสะท้อนถึงผลการดำเนินงานที่อ่อนแอลงของ Jackson และค่า Ft ที่ลดลง แม้ว่าราคาก๊าซ SPP จะลดลง ทั้งนี้ ประมาณการกำไรหลักใหม่ปี 2566-2568F ของเราให้การเติบโตที่ 39% YoY / 22% YoY / 16% YoY ตามลำดับ จากการรับรู้ผลการดำเนินงานเต็มปีของโครงการในปี 2565 และโครงการใหม่ ๆ (Figure 7)
ธุรกิจไฟฟ้ายังมีโอกาสที่จะเติบโตได้อีก
เราคาดว่า GULF จะชนะประมูล >1.5GWh จากรอบพลังงานหมุนเวียนในไทย 5.2GWh (จะทยอยเซ็น PPAs ในปี 2566) ในขณะเดียวกัน GULF กำลังศึกษาซื้อโครงการพลังงานหมุนเวียนในสหรัฐ และ EU หลังจากก่อนหน้านี้เข้าไปซื้อหุ้น 24.99% โครงการพลังงานลมนอกชายฝั่ง Outer Dowsing (1,500MW หรือ 375MWe) ในอังกฤษ (SCOD: ปลายปี 2572) ซึ่งเรายังไม่ได้รวมในประมาณการของเรา
Valuation & Action
เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ ด้วยราคาเป้าหมายเหลือ 60.00 บาท จากเดิมที่ 62.00 บาท เพื่อสะท้อนประมาณการกำไรที่ลดลง ทั้งนี้หลังจากที่หุ้นโรงไฟฟ้าปรับลดลงทั้งกระดานจากภาวะตลาดที่อ่อนแอ และประเด็นทางการเมือง เราคิดว่า GULF น่าจะยัง outperform หุ้นในกลุ่มได้มากที่สุดอยู่จากปัจจัยพื้นฐานที่เหนือกว่า ทั้งนี้ GULF มีความแตกต่างจากหุ้นอื่นในกลุ่ม จากการใช้กลยุทธ์แสวงหาธุรกิจใหม่ ๆ อย่างเช่น ธนาคารดิจิทัล ธนาคาร virtual และโครงสร้างพื้นฐาน
Risks
ปิดซ่อมบำรุงนอกแผน, ปัญหา cost overruns, ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน และอัตราดอกเบี้ย









